โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“คลัง” ถก "เนต้า" ยืดเวลาผลิตชดเชย ใช้เกณฑ์ EV3.5 แลกผลิตเพิ่ม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 00.30 น.

บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สัญชาติจีน กำลังเผชิญกับสถานการณ์ความท้าทายทางการเงินและแรงกดดันในการปฏิบัติตามเงื่อนไขการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาแนวทางยืดหยุ่นเพื่อช่วยเหลือเนต้าให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นที่จะประคับประคองอุตสาหกรรม EV ในประเทศ

ในช่วงที่ผ่านมา เนต้าได้เผชิญกับข่าวลือเกี่ยวกับการขาดสภาพคล่องของบริษัทแม่ Hozon Auto ในจีน ถึงขั้นมีกระแสข่าวล้มละลาย อย่างไรก็ตาม บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวดังกล่าว โดยชี้แจงว่ากรณีพิพาทหนี้สินกับ Yuxing Advertising เป็นเพียงกระบวนการทางกฎหมายปกติในการตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้ ไม่ใช่การยื่นขอล้มละลาย

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิต กำลังติดตามปัญหาของเนต้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งในกรณีที่บริษัทอาจไม่สามารถก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศได้ตามเงื่อนไขของ มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV 3.0) มิฉะนั้นจะต้องคืนเงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาลและดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติกับทุกค่ายรถยนต์อย่างเท่าเทียมกัน

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ตามเงื่อนไขมาตรการ EV3.0 ที่เนต้าเข้าร่วม และได้นำเข้ารถอีวีมาขายในประเทศไทยนั้น กำหนดให้เนต้าต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยในไทย 1.5 เท่าของยอดรถที่เข้าร่วมมาตรการ หรือประมาณ 19,000 คัน ภายในสิ้นปี 2568

โดยกรมสรรพสามิตได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เบื้องต้นจะมีการรายงานต่อคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) เพื่อหาทางแก้ไขปัญหานี้และช่วยประคับประคองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าโดยรวม โดยมีความเป็นไปได้ที่จะอนุญาตให้ เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) ใช้สิทธิเข้าร่วมมาตรการ EV 3.5 ซึ่งจะช่วยขยายเวลาการผลิตรถชดเชยออกไปจนถึงปลายปี 2570

อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมมาตรการ EV 3.5 มาพร้อมเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น โดยยอดผลิตรถชดเชยจะเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เท่าและจะ ไม่ได้รับเงินอุดหนุน จากรัฐบาลจนกว่าจะผลิตได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้จะยังคงได้รับสิทธิลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2%

“ทางเลือกนี้จะช่วยประคับประคองอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวม เนื่องจากหากมีบริษัทใดบริษัทหนึ่งปิดกิจการในขณะนี้ จะส่งผลเสียและทำลายภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ ทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นต่อรถยนต์ไฟฟ้า เพราะมาตรการอีวีที่รัฐบาลออกมา”

ทั้งนี้ มาตรการจ่ายเงินอุดหนุนและลดภาษีให้ผู้ประกอบการอีวีนั้น มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศเติบโต โดยให้ผู้ประกอบการนำเงินไปลงทุนสร้างโรงงานแบตเตอรี่ โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และจ้างงานในไทยเป็นสำคัญ

แหล่งข่าวระบุว่า ในวันนี้ (13 มิ.ย.) กลุ่มดีลเลอร์ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเนต้า มีกำหนดเดินทางไปกรมสรรพสามิตเพื่อหารือและขอแนวทางดูแลจากปัญหาดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...