โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หวังที่เลือนราง นักอุตฯต้องพึ่งตัวเองส่งออกอาจพัง 9 แสนล้านจะยั่งยืนอย่างไร?

เดลินิวส์

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 13.10 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น. • เดลินิวส์
ภาษีทรัมป์ปั่นป่วนไปทั่วโลก ช่วงนี้แต่ละประเทศส่งทีมไปเจรจาต่อคิวเป็นหางว่าว บางประเทศกลับไปด้วยรอยยิ้ม แต่บางประเทศกลับไปมือเปล่า ประเทศไทย ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้วิเคราะห์เบื้องต้น ถ้าภาษีทรัมป์ ยังยืนยันเก็บภาษีนำเข้าไทย 36% ภาคการส่งออกไทย มีโอกาสได้รับผล กระทบสูงถึง 8–9 แสนล้านบาท เหล่านักอุตสาหกรรมเดือดร้อนหนัก ถึงเวลาต้องใช้แผนสำรองช่วยตัวเองไปพลาง ๆ ก่อน

แผนสำรองของนักอุตสาหกรรมทั่วโลกเขามีอะไรกันบ้าง

1.การปรับเปลี่ยน และเพิ่มทางเลือกใหม่ ๆ ของSupply Chain หลายประเทศเร่งเสาะหาวัตถุดิบ และชิ้นส่วนประกอบสินค้า จากประเทศใหม่ ๆ นอกจากจีน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย ไต้หวัน หรือเกาหลีใต้ หลายประเทศเริ่มหาที่ตั้งโรงงานใหม่ หรือท่าเรือส่งออกไปอเมริกาใหม่ในประเทศที่ได้เปรียบทางภาษี หลายประเทศเปลี่ยนวิธีบริหารการจัดการสินค้าคงคลังใหม่ ให้ตอบสนองได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และบางประเทศออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีส่วนประกอบของวัตถุดิบที่มาจากเขตที่มีภาษีต่ำ

2.ปรับราคาสินค้า ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด และคู่แข่งที่เปลี่ยนไป ทบทวนต้นทุนสินค้าใหม่ทั้งระบบ เตรียมรับมือกับยอดขายที่จะลดลงเพราะราคาสูงขึ้น พร้อมทั้งประเมินกำไรขาดทุนใหม่ตามสถานการณ์จริง

3.วิเคราะห์ความเสี่ยงใหม่ ประเมินสถานการณ์ พร้อมทั้งปรับยุทธศาสตร์ และแผนงานแผนกต่าง ๆ ใหม่เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ทบทวนข้อตกลงและสัญญากับคู่ค้าให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง เปิด War Room ติดตาม Data ต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นน้ำ ยันปลายน้ำ การบริหารจัดการจะใช้ข้อมูลแบบ Real Time

4.แต่ละอุตสาหกรรม มีผลกระทบต่างกัน บางอุตสาหกรรมมีปัญหาด้านการส่งออก บางอุตสาหกรรมมีผลกระทบในด้านนำเข้า จึงต้องปรับยุทธศาสตร์ชาติใหม่ให้รับมือได้ทั้งสองด้าน ทั้งรุกและรับ

5.สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเดียวกันและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งในประเทศ ในภูมิภาค และในระดับโลก ถึงเวลาที่คู่แข่งอาจเปลี่ยนเป็นคู่ค้า และคู่ค้าอาจกลายเป็นคู่แข่ง หรืออาจจะเป็นแบบ Hybrid

แล้วรัฐบาลประเทศต่าง ๆ เขาช่วยเหลืออุตสาหกรรมอย่างไร อุ้ม ไม่อุ้ม หรืออุ้มอย่างมียุทธศาสตร์

EU เตรียมนโยบายรับมือการถดถอยทางเศรษฐกิจต่อเนื่องยาวนาน ด้วยอุตสาหกรรมรถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม ที่มีตัวเลขตกต่ำ รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือบางอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนสูงขึ้นมากจากภาษี พร้อมเสริมทีมล็อบบี้ยิสต์เจรจากับอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ยอมย้ายฐานการผลิตบางอุตสาหกรรมไปอเมริกา ที่สำคัญจะชูธงนโยบายเรื่องความยั่งยืน และพลังงานสะอาดเป็นมาตรการตอบโต้ทางการค้าในอนาคต

Mexico รัฐอุ้มบางอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบหนัก เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ชิ้นส่วนยานยนต์ เตรียมนโยบายส่งเสริมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมใหม่ รองรับนักลงทุนต่างชาติ และอุตสาหกรรมบางประเภทที่จะย้ายฐานมาใกล้อเมริกา

Canada เตรียมนโยบายช่วยเหลือผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลง ส่งเสริมการใช้งานในประเทศ เตรียมทีมพัฒนาตลาดใหม่ ๆ ทดแทนตลาดอเมริกา รัฐบาลเตรียมแผนและงบประมาณรองรับแรงงานที่จะตกงานจากอุตสาหกรรมบางชนิด และวางยุทธศาสตร์การจัดการ Supply Chain กันใหม่ทั้งระบบ

Vietnam เวียดนามดูท่าจะได้เปรียบหลายประเทศ เพราะข้อแลกเปลี่ยนที่ถูกใจอเมริกา ต้องพิสูจน์ว่าสินค้าที่ผลิตไม่ใช่ของจีน หรือแปลงร่างมา นโยบายไม่อุ้ม ยอมเจ็บตัวระยะสั้นเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพอุตสาหกรรมระยะยาว เพิ่ม
สินค้านวัตกรรม เติมอุตสาหกรรมมูลค่าสูงเช่น เซมิคอนดักเตอร์ พร้อมปรับการศึกษา พัฒนาคนเติมในอุตสาหกรรมไฮเทค

China น่าจะเป็นเป้าใหญ่ของสงครามภาษีนี้ แต่ด้วยความยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมจีน จึงสามารถตอบโต้ได้ไม่แพ้กัน โดยต้องติดตามดูกันว่าใครจะยืนระยะความเสียหายได้ยาวนานกว่ากัน ในระหว่างการต่อสู้นั้น จีนก็เตรียมแผน Supply Chain และ Logistic โลกใหม่ให้แยบยลขึ้น และยังคงเล่นเกมความยั่งยืน และพลังงานสะอาดเป็นเรือธงทางการค้า

เพื่อน ๆ นักอุตสาหกรรมทั่วโลก เปิดวงคุยกันในกลุ่มลับบ้าง ออกสื่อบ้าง ต่างเห็นตรงกันว่า ถึงเวลาปรับใหญ่ เพราะสถานการณ์บีบบังคับให้รีบทำเพื่อความอยู่รอด ในระยะสั้นทุกคนน่าจะเจ็บตัวกันไม่มากก็น้อย ต้องรีบปิดแผลกลับมาสู้ใหม่ ให้เติบโตได้ในระยะกลาง สร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาวให้แข็งแกร่งและยั่งยืนขึ้นกว่าเดิม เพื่อนหลายคนเสนอให้นำAI มาช่วยลดต้นทุนบุคลากร

แต่แบบนี้จะกระทบการจ้างงานขนานใหญ่ หลายคนหันมาใส่ใจประสิทธิภาพ อุดรูรั่วต่าง ๆ เช่น การสูญเสียจากการผลิต ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ หลายคนเดินสายทั่วโลก หาตลาดใหม่ หาคู่ค้าใหม่ หาพันธมิตรใหม่ แต่ในวงนักธุรกิจไทยมีคำแนะนำว่าถึงเวลาทบทวน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่างจริงจังเน้นการ พึ่งพาตัวเอง ตั้งแต่การทบทวนยุทธศาสตร์องค์กรใหม่แบบระเบิดจากข้างใน การวิเคราะห์ความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง สร้างภูมิคุ้มกัน และวางแผนงานการเติบโตอย่างมีเหตุผล และชวนกันคิดว่าอะไรคือ พอดี ในยามวิกฤตินี้ ที่สำคัญต้องรีบปรับปรุง ความรู้ และ คุณธรรม ของชาติให้ดีกว่าเดิม พึ่งตนเองโดยไม่ต้องหวังผลการเจรจา.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...