โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

หนุ่มหึงโหด กระหน่ำแทงแฟนสาวสาหัส ก่อนทิ้งรถหลบหนี สุดท้ายจนมุม หน้าค่ายทหาร

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 16.50 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 16.50 น.

หนุ่มหึงโหด กระหน่ำแทงแฟนสาวสาหัส ก่อนทิ้งรถหลบหนี สุดท้ายจนมุม หน้าค่ายทหาร

เมื่อเวลา 14:30 น วันนี้ 13 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ว่า ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตำบลบุพราหมณ์ (อบต.) อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งมีเหตุคนถูกแทงด้วยอาวุธมีดบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณถนนสายสุวินทวงศ์ (นาดี-กบินทร์บุรี) หรือสาย 304 ฝั่งขาล่องเข้า อ.กบินทร์บุรี เยื้องทางเข้าเวโรน่า@ทับลาน ตรงข้ามที่ทำการอุทยานแห่งชาติทับลาน ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี

หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังขอนแดง และนำรถกู้ชีพ อบต.ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบร่างนางสาวปรารถนา บุญนอก อายุ 43 ปี ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งพลเมืองดีนำผู้บาดเจ็บลงมาที่บ้านของประชาชนที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ โดยผู้ได้รับบาดเจ็บถูกของมีคมแทงที่บริเวณหน้าท้อง 3 แผล เป็นแผลฉกรรจ์ แผลแตกที่บริเวณหางคิ้วซ้าย และมีรอยฟกช้ำตามใบหน้า หลังปฐมพยาบาลได้รีบนำส่งต่อที่ รพ.นาดี และในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ toyota สีบรอนซ์หมายเลขทะเบียน ชผ 9293 กทม.ถูกจอดทิ้งไว้บนถนน

นายบุญมี ทาสังข์ ผู้ช่วยพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำอบต. บุพราหมณ์กล่าวว่า ตนเข้ามาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยผู้ได้รับบาดเจ็บแจ้งว่า ถูกนายอานนท์ ชมภู อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นแฟนหนุ่ม ซึ่งไปรับที่บ้าน ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เพื่อรับกลับบ้านที่ปราจีนบุรี เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ทะเลาะกันจนตนหนีกลับไปอยู่บ้านที่ จ.นครราชสีมา โดยระหว่างที่นั่งรถกลับปราจีนบุรีนั้นก็ได้ทะเลาะกันอีก เนื่องจากทางฝ่าายหึงหวง อีกทั้งตนไม่ยอมคืนดีง่ายๆ แฟนหนุ่มจึงใช้อาวุธมีดแทงและทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และหลังจากทำร้ายแล้วก็ยังขับรถมาตามถนน เมื่อมาถึงบริเวณเยื้องทางเข้าเวโรน่า@ทับลาน ตรงข้ามกับที่ทำการอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นทางกำลังก่อสร้างทำให้รถติดขัดชะลอตัวเป็นระยะๆ

ตนจึงอาศัยจังหวะนั้นเปิดประตูรถรีบวิ่งหนีออกมาและร้องขอให้คนช่วย ด้านแฟนหนุ่มรู้ว่าตนเองหนีลงจากรถได้เปิดประตูรถลงมา ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบขับรถตามหลังมาเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยเหลือ และรีบแจ้งขอกำลังติดตาม ผู้ก่อเหตุจึงวิ่งหนีเข้าไปในป่าข้างชุมชนใกล้ที่เกิดเหตุย่านเลยจากอุโมงค์เชื่อมผืนป่าบนถนนสาย 304 ใกล้บ้านทับลาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังระดมกำลังตามล่าตัวผู้ก่อเหตุ

ต่อมาเมื่อเวลา 20.30 น. ตำรวจ สภ.วังขอนแดง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี พบเห็นชายต้องสงสัยที่ก่อเหตุใช้อาวุธแทงเมียแล้วหลบหนีเดินอยู่ริมถนนสาย 304 ข้างร้านอาหารป้าจำปี ตำรวจ สภ.วังขอนแดงได้รีบลงพื้นที่ตรวจสอบแต่ไม่พบ

ต่อมาเวลาไล่เลี่ยกันชุดสืบสวนได้ขับรถลาดตระเวนจนกระทั่งพบชายต้องสงสัยอยู่ริมถนนหน้าค่ายทหารพรานเขากิ่ว จึงนำตัวไปสอบปากคำที่สภ.วังขอนแดง ทราบชื่อผู้ก่อเหตุนายอานนท์ ชมภู อายุ 38 ปี

ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ก่อเหตุไม่ยอมปริปากพูดอะไร และมีสีหน้าเครียดตำรวจจึงนำตัวเข้าห้องสอบสวน โดย พ.ต.อ.กานต์ ประทุมตรี ผกก.สอบปากคำในเบื้องต้นด้วยตัวเอง โดยผู้ก่อเหตุให้การกับผู้กำกับสั้นๆว่า มีปัญหาเรื่องครอบครัว และขอคืนดีกับภรรยาซึ่งอยู่กินด้วยกันมาเกือบ 8 ปี พยายามตามง้อภรรยาแต่ก็ถูกปฏิเสธ จึงไปรับตัวขึ้นรถมาระหว่างทางเกิดมีปากเสียงด้วยความโมโหจึงทำร้ายภรรยาจนได้รับบาดเจ็บ

พ.ต.อ.กานต์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุที่ผู้ก่อเหตุทำร้ายภรรยาจนได้รับบาดเจ็บเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทางชุดสืบสวนได้แกะรอยตามตัวผู้ก่อเหตุในละแวกใกล้เคียงและสามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้ช่วง 20.00 น.ที่ผ่านมา จากการสอบถามผู้ก่อเหตุในเบื้องต้นยอมรับสารภาพว่าใช้อาวุธมีดแทงภรรยาได้รับบาดเจ็บจริง ซึ่งมีอาการหึงหวงซึ่งอยู่กินกับภรรยามา 8 ปี ในเมื่อขอคืนดีกับภรรยาไม่สำเร็จจึงเกิดความโมโหใช้มีดแทงภรรยาที่นั่งมาในรถจนได้รับบาดเจ็บ และภรรยาหนีลงจากรถขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี และจะนำตัวส่ง ร.ต.อ.ติพล วาดสูงเนิน พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ด้านนางสาวปรารถนา บุญนอก แฟนสาวที่ถูกแทงได้รับบาดเจ็บตรวจรักษาบาดแผลที่ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.นาดีแล้วมีอาการปลอดภัย ทางญาติที่ทราบข่าวได้มารับตัวกลับไปรักษาต่อ รพ.ที่บ้าน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมาแล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่มหึงโหด กระหน่ำแทงแฟนสาวสาหัส ก่อนทิ้งรถหลบหนี สุดท้ายจนมุม หน้าค่ายทหาร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...