โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ตลท.” คิกออฟ “JUMP+” ดัน บจ.วางแผนเติบโต 3 ปี ชูเงินสนับสนุนสูงสุด 5.5 ล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 12.57 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.68 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศความร่วมมือขับเคลื่อน 2 โครงการหลัก ได้แก่ “Corporate Value Up” โดย ก.ล.ต. และ “JUMP+” โดย ตลท. เพื่อยกระดับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งด้านธรรมาภิบาลและการสร้างมูลค่าในระยะยาว พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ลงทุนสามารถติดตามแผนและความคืบหน้าการดำเนินงานของ บจ. อย่างต่อเนื่อง

ด้านนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า “ตลาดทุนในเอเชียกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านผลตอบแทนและความเชื่อมั่นจากผู้ลงทุน หลายประเทศจึงเริ่มขับเคลื่อนนโยบายการสร้างมูลค่าของกิจการในระยะยาว หรือ “Value Up” เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลสร้างคุณค่าในระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้น

ขณะที่ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ หากเราต้องการให้บริษัทจดทะเบียนเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านสู่แนวทาง Value Up คือโอกาสสำคัญ ก.ล.ต. จึงผลักดันโครงการ “Corporate Value Up” ให้เป็นกลไกหลักในการยกระดับธรรมาภิบาลของภาคธุรกิจไทยทำหน้าที่เป็น ‘กรอบกลยุทธ์’ และ ‘กลไกส่งสัญญาณตลาด’ โดยเชื่อมโยงกับการออกแบบแรงจูงใจเชิงนโยบายผ่านกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thai ESGX) และโครงการ JUMP+ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเชิงระบบอย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การสร้างตลาดทุนไทยที่แข็งแกร่ง น่าเชื่อถือ และยั่งยืนในระดับสากล

สำหรับโครงการ “Corporate Value Up” ภายใต้กรอบแนวคิดหลักที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ธรรมาภิบาลระดับดีเลิศ (2) แผน Value Up ที่ชัดเจนทั้งด้านแผนกลยุทธ์มุ่งเน้นเพิ่มมูลค่ากิจการและแผนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ระยะเวลาภายใน 2 ปี และ (3) การสื่อสารกับนักลงทุนอย่างโปร่งใส หากบริษัทจดทะเบียนมีองค์ประกอบครบถ้วนจะมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์เป็นหลักทรัพย์ที่ Thai ESG หรือ Thai ESGX สามารถลงทุนได้ ซึ่งปัจจุบันมี 2 บริษัทที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติดังกล่าวแล้ว”

ด้านนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ตลาดหลักทรัพย์ฯ ริเริ่มโครงการ “JUMP+” สนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนพัฒนาการดำเนินงานและการขับเคลื่อนความยั่งยืน เพื่อประโยชน์แก่บริษัทจดทะเบียน ผู้ถือหุ้น และตลาดทุนโดยรวม ซึ่งบริษัทต้องทำแผน JUMP+ ประกอบด้วย 1.แผนด้านธุรกิจ, 2.แผนด้านธรรมาภิบาล และ 3.แผนจัดการก๊าซเรือนกระจก

โดยตลาดหลักทรัพย์ฯและพันธมิตรสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนของ บจ. ที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ ค่าใช้จ่ายสำหรับการว่าจ้างที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) การขยาย visibility ทั้งในและต่างประเทศผ่านกิจกรรม roadshow กิจกรรม Opportunity Day การจัดทำบทวิเคราะห์ และโปรโมทผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ และพันธมิตร การที่บริษัทจดทะเบียนดำเนินการตามแผนดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่ง กระตุ้นการเติบโต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

“การสนับสนุนบริษัทที่บริษัทเข้าร่วมโครงการ Jump+ จะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อจัดทำแผนสูงสุดรวม 5.5 ล้านบาท แบ่งเป็น สำหรับแผนธุรกิจ (Business Plan) วงเงิน 3 ล้านบาท,สำหรับแผนการปรับปรุง Corporate Governance (CG) วงเงิน 1 ล้านบาท,สำหรับแผนการบริหารจัดการคาร์บอน (Carbon Management Plan) 1 ล้านบาท และโบนัสพิเศษ 500,000 บาท หากบริษัทสามารถทำได้ตามแผนที่วางไว้ในปีสุดท้าย โดยบริษัทที่เข้าร่วมเป้าหมายเบื้องต้น 50-100 บริษัทในเฟสแรก แต่มีแนวโน้มว่าอาจมีผู้สนใจเกิน 100 บริษัท ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ยินดี และจะพิจารณาวิธีการสนับสนุนที่เหมาะสมต่อไป” นายอัสสเดช กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับโครงการ “JUMP+” เป็นโครงการระยะยาว โดยบริษัทที่ร่วมโครงการจะมีการจัดทำแผนการเติบโต 3 ปี (2569-2571) เปิดเผยเป้าหมายและแผนงานให้ไปสู่เป้า เปิดเผยความคืบหน้า และสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ร่วมโครงการ ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเชื่อว่าในปีแรกจะมีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 100 บริษัท ทั้งนี้บริษัทที่ร่วม JUMP+ จะได้เข้าสู่โครงการ “Corporate Value Up” หากมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของ สำนักงาน ก.ล.ต.

โดยคุณสมบัติในการเข้าร่วมโครงการมีดังนี้ เป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET และ mai ไม่ถูกขึ้นเครื่องหมาย(CB, CS, CC, CF, NP, SP),ไม่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน,ไม่ถูกสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษ ภายในระยะเวลา 5 ปี ก่อนวันที่สมัคร

ส่วนรายละเอียดอสมัครเข้าร่วมโครงการมีดังนี้

-สมัครเข้าร่วมโครงการวันที่ 26 มิ.ย.-30 ธ.ค.2568

-จัดทำและเผยแพร่แผน JUMP+ วันที่16 ก.ค.-30ธ.ค.2568

-รายงานความคืบหน้าและสื่อสารผู้ลงทุน รายไตรมาส (ภายใน 15 วันหลังจากนำส่งงบการเงิน)

ทั้งนี้การสมัครเข้าร่วมโครงการ, การจัดทำแผน JUMP+ และการรายงานความคืบหน้า ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท

“โครงการ Jump+ จะช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลแผนการเติบโตของบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้งทราบถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง อาทิ Opportunity Day ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีศักยภาพในการเติบโต นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีแผนในการจัดกิจกรรม Jump+ Corporate Day เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนมาพบกับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วมโครงการ Jump+ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุน ได้รับข้อมูลเพิ่มเติม ประกอบการตัดสินใจลงทุนอีกด้วย” นายอัสสเดช กล่าวเสริม

ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มเห็นแผนงาน Jump+ ของบริษัทจดทะเบียนในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 เป็นต้นไปและจะสามารถติดตามการดำเนินงานตามแผนงานของบริษัทได้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569

สำหรับการดำเนินทั้ง 2 โครงการคือ “Corporate Value Up” และ “JUMP+” อย่างควบคู่ต่อเนื่องกัน สะท้อนถึงการที่หน่วยงานภาคตลาดทุนคือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. มีความมุ่งหมายที่ตรงกัน ในการพัฒนาคุณภาพของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งนอกจากจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของตลาดทุนแล้ว การที่บริษัทจดทะเบียนแข็งแกร่ง ยังส่งผลดีต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศด้วย

ทั้งนี้สำหรับบริษัทจดทะเบียนและผู้ลงทุนที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดทั้งสองโครงการ ได้ที่ Corporate Value Up https://www.set.or.th/th/market/information/securities-list/thaiesg และ JUMP+ https://www.set.or.th/th/market/information/jump-plus/overview

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...