โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

โต้“ฮุน มาเนต”ไทยขอเปิดด่าน

สยามรัฐ

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 00.03 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 00.03 น.

“ภูมิธรรม” โต้“ฮุน มาเนต” แจง ไทยไม่เคยขอเปิดด่าน ย้ำ ที่ผ่านมาไม่เคยปิด แค่กำหนดเวลา - ควบคุมสินค้า แนะขอให้คนกัมพูชาใช้สติพิจารณาเอง ใครทำให้เกิดวิกฤต “ศบ.ทก.” วอน กัมพูชาร่วมมือลดการสูญเสียสร้างความปลอดภัยในประชาชน 2 ฝ่าย

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีการเปิดเอกสารของกองกำลังบูรพาให้เปิด 3 ด่าน ผ่อนผันให้รถขนส่งสินค้าตกค้างกลับเข้าประเทศ แต่ทางฝั่งกัมพูชาได้ปฏิเสธการเปิดด่านดังกล่าว ว่า ไทยไม่เคยขอเปิดด่าน และที่ผ่านมาไม่เคยปิด การเปิดปิดด่านฝั่งไทย ณ ปัจจุบัน ยังอยู่ในขั้นตอน 1-2 คือ การกำหนดเวลาและควบคุมสินค้า ซึ่งตามด่านปัจจุบันไทยยังไม่ได้ปิดล็อค แต่ต้องการช่วยเหลือเรื่องของการค้าชายแดน ความมุ่งหวังของรัฐบาลต้องการให้เกิดสันติวิธี และพยายามที่จะให้เกิดการเจรจาของทั้งสองฝ่าย โดยถือเป็นจุดยืนมาตั้งแต่ต้น ซึ่งวิถีชีวิตขณะนี้ รัฐบาลพยายามทำให้ทั้งสองประเทศไม่ได้รับความเดือดร้อน และจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เช่น เรื่องการศึกษาและการรักษาพยาบาล

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องที่ฝั่งกัมพูชาพูด อยากให้ทุกคนระมัดระวัง และรับฟังอย่างมีสติ เพราะเขากำลังแก้ไขปัญหาภายในประเทศเขา ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรา ไทยชัดเจนและยืนยันว่า ไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก หากเป็นเรื่องอื่นยังคงยืนยันตามกระบวนการ เรื่องของเอกสารการเปิดปิดด่านของกองกำลังบูรพาดังกล่าว เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.กองทัพบกได้ออกมาชี้แจงแล้ว และการที่ทางกัมพูชาไม่เปิดด่านให้รถบรรทุกสินค้าข้ามมาฝั่งไทยนั้น ไม่ได้กระทบอะไร แต่สิ่งที่รัฐบาลพยายามกระทำคือ การลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หากสามารถผ่อนปรนไม่ให้เกิดวิกฤต และประชาชนได้รับผลประโยชน์ก็จะดำเนินการ แต่หากฝั่งกัมพูชาไม่ดำเนินการถือว่าเป็นเรื่องของเขา ประชาชนชาวกัมพูชาต้องไปพิจารณาเอา

วันเดียวกัน นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)

โดย พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่าหลักการในช่วงปัจจุบันนี้ที่จะกลายเป็นม็อดโต้ประจำศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา คือ “รอบคอบ รอบด้าน ใช้สติ สร้างสันติ” ซึ่งเป็นหลักการในการยึดถือปฏิบัติการทำงานของเรามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่เราตั้งศูนย์จนถึงวันนี้ จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเราได้เห็นว่าทางฝ่ายตรงข้ามมีการวางแผนที่ซับซ้อน มีเป้าหมายที่ลึกซึ้ง และแยบยล เริ่มจากการสร้างสถานการณ์ให้มีความตึงเครียดและมีการขยายผลให้มีผลกระทบต่อการเมือง สร้างความแตกแยกต่อสังคมไทย และทำให้ขาดความเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า ฉะนั้นการจัดตั้งศูนย์นี้เพื่อลบและแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากความตึงเครียดต่าง ๆ นั้น โดยการจัดตั้งของ ศบ.ทก.มีวัตถุประสงค์เพื่อการบูรณาการและขับเคลื่อนงานระยะสั้น ติดตาม ให้ข้อเสนอแนะ และสนับสนุนงานระยะยาว คือ เราพยายามดำเนินการในการแก้ไขความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ถือว่าเป็นวาระเร่งด่วนของชาติ ในการคืนสถานการณ์ให้เข้าสู่สถานการณ์ก่อนเหตุการณ์ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในส่วนของระยะยาวนั้นคือการวางแผนจัดทำข้อเสนอแนะ ดำเนินการในระยะยาว เพื่อให้กระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบในสภาวะปกติไปดำเนินการต่อไป

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ทั้งนี้การดำเนินงานของศูนย์ ศบ.ทก. จะเป็นการดำเนินงานด้านกลไกในลักษณะการรับนโยบายจากรัฐบาล ผ่านการพิจารณากลั่นกรองโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ จากนั้นทาง ศบ.ทก. จะประสานสั่งการไปยังกองทัพ โดยกองกำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันมี 3 กองกำลัง คือ กองกำลังสุรนารี กองกำลังบูรพา และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบหลักออกคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป ในเรื่องของแนวความคิด การดำเนินการของ ศบ.ทก. หลัก ๆ แล้วเรามีแนวความคิดในเรื่องของการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทำอย่างไรให้ประชาชนกลับคืนสภาวะใช้ชีวิตปกติให้เร็วที่สุด จากสถานการณ์ความตึงเครียดต่าง ๆ เหล่านี้ และอีกประเด็นคือการยึดมั่นในหลักด้านจริยธรรมและหลักสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการบูรณาการปราบปรามกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งต้องทำเป็นเป็นระบบอย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหาไม่ว่าจะเป็นสแกมเมอร์ หรือคอลเซ็นเตอร์ต่าง ๆ ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ประชาชนชาวไทยได้รับผลกระทบเป็นอย่างยิ่ง ไม่จำกัดเฉพาะประชาชนชาวไทยเท่านั้นแต่ในต่างประเทศและประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า อีกแนวทางหนึ่งการดำเนินงานของ ศบ.ทก. คือเรื่องของการกำหนดมาตรการ เพราะทุกมาตรการที่ ศบ.ทก.กำหนดนั้น เป็นมาตรการที่ผ่านการกรองแล้วทั้งสิ้น โดยผ่าน ศบ.ทก. ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งของรัฐบาลในการดำเนินการสั่งการไปยังกองทัพและกองกำลังป้องกันชายแดน ทั้งนี้ จะสังเกตได้ว่าสถานการณ์ที่ผ่านมานั้นไม่มีความรุนแรง เป็นสถานการณ์ที่ถือว่าอยู่ในระดับที่สม่ำเสมอ โดยปัญหาที่ถูกกระทบต่อมาก็เป็นปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ซึ่งถือเป็นภาระเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ไขเช่นเดียวกัน

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวต่อว่า ประเด็นของข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏในสื่อที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่าฝ่ายไทยนั้นปิดด่านผ่านเข้าออก จึงจะชี้แจงให้ทราบว่าฝ่ายไทยนั้นไม่มีนโยบายในการปิดด่านแต่อย่างใด การดำเนินการที่ผ่านมานั้นเป็นการควบคุมด่านต่าง ๆ ที่เข้มข้นขึ้นในการผ่านเข้าออก โดยจำกัดประเภทคน และเวลาในการผ่านเข้าออก โดยคำนึงถึงพื้นฐานด้านมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ จะสังเกตได้ว่าประชาชนที่มีความจำเป็นในการเดินทางผ่านเข้าออก ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ที่ประสงค์จะเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนา หรือประชาชนที่อยากจะเข้ามาจับจ่ายใช้สอยซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภคสินค้าประจำวันในการใช้ชีวิตประจำวันนั้น รวมไปถึงแรงงานต่างๆ ก็ยังสามารถเดินทางผ่านเข้าออกตามแนวชายแดนได้และนอกจากนี้ยังมีในกลุ่มของผู้เปราะบาง อาทิ นักเรียน นักศึกษา ผู้ป่วย ที่จำเป็นต้องเข้ามารับการรักษาพยาบาลต่างๆ ก็ยังสามารถเดินทางเข้าออกได้ด้วยเช่นเดียวกัน

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีหนังสือจากกองกำลังบูรพาที่อาจจะถูกแชร์กันในโซเชียลมีเดียหรือสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เรื่องที่กองกำลังบูรพาได้มีการประสานให้มีการผ่อนผันรถขนส่งสินค้าที่ติดค้างบริเวณจุดผ่านแดนต่าง ๆ นั้น ซึ่งการประสานงานเป็นการประสานเฉพาะภายใน ที่ผ่านมายังไม่มีการประสานไปยังฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด โดยหนังสือที่ออกมานั้นไม่ทราบว่ามีการหลุดออกไปยังฝ่ายกัมพูชาได้อย่างไร เพราะการประสานงานนั้นสิ่งจำเป็นของเราคือต้องทำให้ฝ่ายไทยได้รับทราบข้อมูลและให้มีความชัดเจนก่อน ก่อนที่เราจะประสานไปยังฝ่ายกัมพูชา

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สืบเนื่องมาจากนายก ฯ ลงพื้นที่ไปจังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2568 และรับฟังความคิดเห็นความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนส่งสินค้าที่ติดค้างอยู่ตามแนวชายแดน ที่ไม่สามารถนำรถขนส่งสินค้าข้ามแดนมาได้ จึงมีแนวคิดที่จะผ่อนปรนให้รถสินค้าฝ่ายไทยเดินทางเข้าออกได้โดยเป็นมาตรการที่เราจะประสานไปยังฝ่ายกัมพูชา แต่ก็ยังไม่ทันได้ประสานไปยังกัมพูชาแต่กลับมีหนังสือจากฝ่ายกัมพูชาออกมาในลักษณะของการปิด ไม่ยอมให้รถขนส่งสินค้าฝ่ายไทยข้ามมาได้

ด้าน นางมาระตี กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดถึงเรื่องของแนวทางบริหารจุดผ่านแดนต่าง ๆ ขอยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลยังยึดหลักสิทธิมนุษยชน และมนุษยธรรมตามที่ได้ปฏิบัติมาโดยตลอด สำหรับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รัฐบาลไทยยังดำเนินการอยู่โดยเฉพาะ 3 กลุ่ม 1.ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องเข้ามารักษาที่ฝั่งประเทศไทย 2. นักเรียนนักศึกษาที่มีความจำเป็น 3. บุคคลทั่วไปที่ต้องการเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้หน่วยงานในพื้นที่ที่ควบคุมจุดผ่านแดน เมื่อช่วงเช้าได้มีการรวบรวมสถิติ ตั้งแต่การควบคุมจุดผ่านแดนที่เข้มข้นมากขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. 2568 เป็นต้นมา โดยมีจำนวนคนที่เดินทางผ่านแดนเป็นจำนวนหลักพัน

นางมาระตี กล่าวว่า ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่รับผิดชอบซึ่งก็ต้องมีการเตือนกันทุกวัน เพราะเมื่อวานนี้ (29 มิ.ย. 2568) มีข่าวปลอมที่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการเดินทางผ่านเข้าออกของประชาชนคนไทยที่จะไปเดินทางที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งทราบว่ากองกำลังบูรพาและ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้วก็ได้มีการชี้แจงไปแล้ว ซึ่งทาง ศบ.ทก. ได้มีการขึ้นประกาศและชี้แจงเช่นกันในช่องทางเฟซบุ๊กของ ศบ.ทก. และยืนยันว่าฝ่ายไทยไม่ได้ปิดด่าน สิ่งที่เพิ่มมาคือความเข้มงวดบริเวณจุดผ่านแดน

นางมาระตี กล่าวอีกว่า อีกทั้งที่ประชุมได้มีการพูดคุยในเรื่องของนโยบายของรัฐบาลกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ได้มีการยกระดับมาตรการการปราบปรามข้ามชาติ ซึ่งการยกระดับในครั้งนี้จะมีผลต่อการควบคุมจุดผ่านแดน ย้ำว่าที่ผ่านมาทางกระทรวงการต่างประเทศ ขับเคลื่อนการร่วมมือด้านปราบอาชญากรรมข้ามชาติ กับนานาชาติและองค์การระหว่างประเทศ หลายองค์กรมาโดยตลอดในกรอบพหุภาคีและทวิภาคี รวมถึงมีหลายกรอบที่จะสามารถสร้างขึ้นมาเพิ่มเติมได้ตามสถานการณ์

นางมาระตี กล่าวอีกว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายก ฯ ได้มีการหยิบยกประเด็นการยกระดับมาตรการปราบปราบอาชญากรรมข้ามชาติ โดยให้มีผลต่อการควบคุมจุดแดนอย่างเข้มข้นตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนยันว่าฝ่ายไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้ และมีการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ ฝ่ายไทยขอเรียกร้องฝ่ายกัมพูชา มาร่วมมือกับฝ่ายไทยอย่างจริงจังและจริงใจ เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน แล้วสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนของทั้งสองฝ่าย
นางมาระตี กล่าวอีกว่า ช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย. 2568 ทีมงานโฆษกได้รวบรวมข้อกังวล ข้อสังเกต ข้อสงสัย ที่ประชาชนได้ส่งมาผ่านช่องทางเฟซบุ๊กของ ศบ.ทก ซึ่งเราจะพยายามรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น เรื่อง MOU 2543 ขอย้ำว่าในช่วงที่สถานการณ์มีความตึงเครียดเช่นนี้ ขอความร่วมมือประชาชน ให้เป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการหาทางออกของทั้งสองฝ่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...