โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สุริยะ’ เข้าทำเนียบฯ ทำหน้าที่รักษาราชการ เผยร่วมงาน ‘แพทองธาร’ 10 เดือน เห็นความตั้งใจ

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 04.28 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 04.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องของ 36 สว. ยื่นถอดถอน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จ ฮุน เซน พร้อมสั่งให้ น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ จนกว่าศาลฯ จะมีคำวินิจฉัยออกมานั้น วันนี้ยังเป็นไปตามปกติ แม้ว่า น.ส.แพทองธาร จะไม่ได้เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ก็ตาม

โดยช่วงเช้า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันสถาปนาสำนักนายกรัฐมนตรี ปีที่ 93 ที่ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือเป็นภารกิจแรก ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี

ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์ ถึงการทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ว่าที่ตนต้องมาปฏิบัติหน้าที่รักษาการ สืบเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเบื้องต้นให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ซึ่งแต่เดิมผู้ที่ต้องทำหน้าที่รักษาราชการแทยนายกรัฐมนตรี คือ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่เนื่องจาก นายภูมิธรรม ได้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ทำให้ขณะนี้ยังไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ตนจึงต้องมาปฏิบัติหน้าที่นี้แทน

โดยหลังจากวันพรุ่งนี้ ตนจะทำหน้าที่นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งหลังจากเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ เรียบร้อยแล้ว นายภูมิธรรม ก็จะกลับไปปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี และทำหน้าที่รักษาราชการนายกฯแทน ซึ่งในช่วงนี้ตนก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้เป็นไปตามระเบียบราชการและกฎหมาย

ส่วนในช่วงหนึ่งวันครึ่งที่ ที่ทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี มีเรื่องเร่งด่วนอะไรหรือไม่นั้น นายสุริยะ กล่าวว่าเมื่อช่วงเช้าที่มาสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ให้ตนเซ็นเอกสารให้ นายภูมิธรรม กลับมาทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี

นายสุริยะ ยังกล่าวว่าตลอดระยะเวลาที่ทำงานกับ นายกฯแพทองธาร ประมาณ 10 เดือน ก็เห็นว่า น.ส.แพทองธาร เป็นคนตั้งใจ ทุ่มเทกับการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ไม่เคยคิดถึงประโยชน์ส่วนตัว และได้กำชับให้คณะรัฐมนตรีทุกคน ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งตนได้ไปฟังคลิปเสียงแล้ว ก็เชื่อว่าในเจตนารมย์ของนายกฯอยากให้เกิดความสงบสุขระหว่างสองประเทศ ทั้งไทยและกัมพูชา และไม่มีเจตนาที่จะทำให้กองทัพลดบทบาทลง

ส่วนในการนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯในวันพรุ่งนี้ ยืนยันว่าจะนำ น.ส.แพทองธาร เข้าเฝ้าด้วยหรือไม่เนื่องจากมีความสุ่มเสี่ยงด้านข้อกฎหมาย นายสุริยะ กล่าวว่าทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และฝ่ายกฎหมายได้ดูข้อกฎหมายชัดเจนแล้ว ว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฏหมาย ซึ่งมีการดูทุกอย่างรอบคอบ มั่นใจว่าทุกอย่างถูกต้อง และได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้ว รวมถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วย พร้อมยอมรับว่าจะมีการประชุม ครม.นัดพิเศษ เพื่อแบ่งงานรองนายกฯรัฐมนตรี หลัง เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับขั้นตอนภายหลังมี คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งมีรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ ( 3 ก.ค. ) เวลา 09.45 น. ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) ได้นัดรัฐมนตรีใหม่ทั้ง 14 คน ขึ้นรถตู้เพื่อไปเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้นำครม.ชุดใหม่ เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่

จากนั้นในช่วงบ่าย จะมีการนัดประชุม ครม.นัดพิเศษ เพื่อมอบหมายงานให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ โดยมีรายงานว่า จะมอบให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ขึ้นมาเป็นรองนายกฯ อันดับ 1 เพื่อให้ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ในช่วงที่ น.ส.แพทองธาร ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของนางสาวแพทองธาร วันนี้นั้น งดภารกิจ และมีรายงานว่าอาจจะไม่เดินทางเข้าไปประชุมร่วมกับ สส.ของพรรคเพื่อไทยด้วยในช่วงบ่าย.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...