ปธน.ฝรั่งเศส เยือนเวียดนามครั้งประวัติศาสตร์ ดันดีลการค้ากว่า 30 ฉบับ ท่ามกลางแรงกดดันภาษีทรัมป์
ปธน.ฝรั่งเศส เยือนเวียดนามครั้งประวัติศาสตร์ ดันดีลการค้ากว่า 30 ฉบับ เช่น อุตสาหกรรมการบิน พลังงานนิวเคลียร์ ระบบรถไฟ ดาวเทียม ความมั่นคง/กลาโหม ท่ามกลางแรงกดดันภาษีทรัมป์
วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฝรั่งเศสและเวียดนามเตรียมลงนามข้อตกลงหลายสิบฉบับในวันจันทร์นี้ (27 พ.ค.) ขณะ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เดินทางเยือนกรุงฮานอยอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายอิทธิพลของฝรั่งเศสในอดีตอาณานิคมแห่งนี้ ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากการขู่ขึ้นภาษีของสหรัฐ
การเยือนเวียดนามครั้งนี้นับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผู้นำฝรั่งเศสในรอบเกือบ 10 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของทัวร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวมถึงอินโดนีเซียและสิงคโปร์
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องระบุว่า มาครงจะเดินทางพร้อมคณะผู้บริหารจากบริษัทฝรั่งเศสมากกว่า 12 ราย และคาดว่าจะมีการลงนามข้อตกลงมากถึง 30 ฉบับ ในหลายสาขา เช่น อุตสาหกรรมการบิน พลังงานนิวเคลียร์ ระบบรถไฟ พลังงานหมุนเวียน การวิจัย ดาวเทียม และความมั่นคง/กลาโหม
การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป 50% เริ่มต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าอย่างมีนัยสำคัญกับกลุ่มประเทศ EU
เวียดนาม ซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ก็กำลังเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐฯ เช่นกัน โดยถูกขอให้เพิ่มการนำเข้าสินค้าจากอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีสูงถึง 46%
เจ้าหน้าที่ EU ในเวียดนามได้แจ้งรัฐบาลเวียดนามล่วงหน้าก่อนการเยือนว่า ไม่ควรยอมอ่อนข้อให้สหรัฐฯ โดยแลกกับผลประโยชน์ที่อาจกระทบความสัมพันธ์กับยุโรป ซึ่งมีข้อตกลงการค้าเสรีกับเวียดนามและเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าสินค้ารายใหญ่ของประเทศ
แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า “เวียดนามควรตระหนักว่า หากเลือกฝั่งใดฝั่งหนึ่งเกินไป อาจเป็นภัยต่อความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป”
อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่ามาครงจะกล่าวเรื่องนี้อย่างเปิดเผยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของข้อตกลงที่สามารถบรรลุร่วมกันได้
ทั้งนี้มีรายงานว่าการเจรจาระหว่างสายการบินโลว์คอสต์ VietJet และบริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน Airbus ของยุโรป มีความคืบหน้า โดยอาจเป็นการต่อยอดจากข้อตกลงเบื้องต้นเมื่อปีก่อน ที่ VietJet ลงนามสั่งซื้อ เครื่องบิน A330neo จำนวน 20 ลำ
สำนักงานประธานาธิบดีฝรั่งเศส (ทำเนียบเอลิเซ) ยืนยันว่าจะมีข้อตกลงจำนวนมาก แต่ยังไม่ตอบคำถามว่าเกี่ยวข้องกับการขายเครื่องบินหรือไม่ ขณะเดียวกัน เวียดนามยังอยู่ระหว่างการเจรจากับสหรัฐ โดยอาจเสนอซื้อเครื่องบิน Boeing จำนวนอย่างน้อย 250 ลำ ผ่านสายการบินแห่งชาติ Vietnam Airlines และ VietJet เพื่อช่วยลดดุลการค้าเกินดุลมหาศาลที่เวียดนามมีต่อสหรัฐ และหวังจะลดแรงกดดันจากทรัมป์
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่และแหล่งข่าวยุโรประบุว่า ฝั่งยุโรปกังวลว่า Airbus อาจเสียเปรียบ หากเวียดนามตัดสินใจซื้อเครื่องบินจาก Boeing เพื่อตอบสนองความต้องการของสหรัฐ ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ Cirium ชี้ว่า เครื่องบินของ Airbus คิดเป็น 86% ของฝูงบินที่ใช้โดยสายการบินเวียดนามในปัจจุบัน
อ้างอิง : reuters.com