โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์: ภาพ X-Ray ไข่มุกเต็มท้องเด็กหญิงเพราะชานม จริงหรือ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 21.07 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

09 มิถุนายน 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลน่าสงสัย :

มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับชานมไข่มุกเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ โดยอ้างว่าการดื่มชานมไข่มุกต่อเนื่องมีความอันตราย เพราะรายงานข่าวปี 2019 พบเด็กหญิงวัย 14 ปีในมณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ป่วยด้วยอาการท้องผูกและกินอาหารไม่ได้ เมื่อแพทย์ทำการตรวจสอบด้วยวิธี CT Scan พบวัตถุลักษณะคล้ายไข่มุกที่ยังไม่ถูกย่อยจำนวนมากอยู่ในระบบทางเดินอาหาร เชื่อว่าเกิดการจากการดื่มชานมไข่มุกมากเกินไป

บทสรุป :

1.ตามปกติแล้วภาพ X-Ray จะไม่เห็นอาหารในระบบทางเดินอาหาร
2.ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าน่าจะมีการใช้สารแปลกปลอมในไข่มุกจนร่างกายย่อยไม่ได้

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

อย่างไรก็ดี รายงานข่าวชิ้นนี้สร้างข้อสงสัยในวงการแพทย์ เพราะตามปกติแล้ว การ X-Ray จะไม่แสดงภาพอาหารในระบบทางเดินอาหาร

ลักษณะภาพจากการ X-Ray

ภาพจาก X-Ray จะบ่งบอกปริมาณการดูดซับรังสีเอ็กซ์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของสสาร โดยธาตุน้ำหนักเบาจะยอมให้รังสีผ่านไปได้มาก ในขณะที่ธาตุหนักจะดูดซับรังสีไว้

เช่น แคลเซียมในกระดูกสามารถดูดซับรังสีเอกซ์ได้มากที่สุด จึงทำให้มองเห็นภาพเอกซเรย์กระดูกเป็นสีขาว

ส่วนคาร์บอน ไฮโดรเจน และไนโตรเจน ในเนื้อเยื่อและอวัยวะภายใน จะดูดซับรังสีได้น้อยกว่าจึงมองเห็นภาพเป็นสีเทา

ในขณะที่ออกซิเจนดูดซับรังสีได้น้อยที่สุด จึงทำให้มองเห็นปอดเป็นสีดำ

สารแปลกปลอมในไข่มุก

ดร.ลินา ฟิลิเปซ ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับ โรงพยาบาล Nicklaus Children’s Hospital ในเมืองไมอามี สหรัฐอเมริกา ชี้แจงต่อเว็บไซต์ Live Science ว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่การบริโภคไข่มุกจากชานมไข่มุกมากเกินไปจะทำให้ท้องผูก แต่ความผิดปกติของเคสนี้คือการเห็นไข่มุกจำนวนมากในภาพ X-Ray

เนื่องจากไข่มุกหรือสารเพิ่มความหนืดที่อยู่ในไข่มุกไม่จัดเป็นสารทึบรังสี (Radiopaque) และจะปล่อยให้รังสีเอ็กซ์ทะลุผ่านไปได้ ทำให้มองไม่เห็นในภาพ X-Ray

ดร.วลาดิเมียร์ คูชเนียร์ รองศาสตราจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน และโฆษกสมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารประเทศสหรัฐอเมริกา ให้มุมมองที่คล้ายกันว่า หากภาพ X-Ray คือไข่มุกจากชานมไข่มุกจริง ๆ อาจเป็นไปได้ว่าไข่มุกดังกล่าวมีการใส่สารเติมแต่งที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ ซึ่งอาจไม่พบในชานมไข่มุกทั่วไปในท้องตลาด

คดียึดไข่มุกใช้สารต้องห้ามในไต้หวัน

ในอดีตมีการตรวจยึดสารแปลกปลอมที่นิยมใช้ทำไข่มุกในชานมไข่มุกที่ไต้หวันบ่อยครั้ง

โดยปี 2013 องค์การอาหารและยาของไต้หวันได้ยึดแป้งอาหารมากกว่า 312 ตัน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับทำไข่มุกในชานมไข่มุก หลังการปนเปื้อนกรดมาลิก สารเติมแต่งอาหารราคาถูกที่อาจทำให้ไตวายหากบริโภคในปริมาณมาก

ส่งผลให้รัฐบาลของของประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์สั่งห้ามนำเข้าแป้งอาหารจากไต้หวัน หลังตรวจพบการปนเปื้อนกรดมาลิกในร้านชานมไข่มุกในประเทศตนเองเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.snopes.com/fact-check/bubble-tea-pearls-in-stomach/
https://www.livescience.com/65705-bubble-tea-abdomen-constipation.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...