โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้นไทย 5 เดือนแรก ร่วง 17.9 % นักลงทุนหันพึ่งหุ้นปันผลสูง จับตาเจรจาภาษีสหรัฐ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 11.14 น.

หุ้นไทย 5 เดือนแรก ร่วง 17.9 % นักลงทุนหันพึ่งหุ้นปันผลสูง จับตาเจรจาภาษีสหรัฐ

ตลาดหลักทรัพย์ เผย หุ้นไทยเดือนพ.ค. 68 ร่วง 4% จากปัจจัยเจรจาสหรัฐ-จีน ยังไม่ชัดเจน – MSCI ลดน้ำหนักหุ้นไทย โดยต้นปี ติดลบ 17.9% นักลงทุนหันสนใจหุ้นปันผลสูงมากขึ้น จับตาเจรจาไทย-สหรัฐฯ ก่อนเส้นตาย 90 วัน ชี้หุ้นไทยมูลค่าอยู่ในระดับน่าสนใจ ลุ้นต่างชาติเข้าลงทุน

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 SET Index ปิดที่ 1,149.18 จุด ปรับลดลง 4.0% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ปรับลดลง 17.9% เนื่องจากความผันผวนจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศยังคงรบกวนบรรยากาศการลงทุนทั้งในระยะสั้น และระยะกลางผู้ลงทุนอาจหันมาสนใจกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นผลตอบแทนที่มั่นคงจากเงินปันผล ที่บริษัทจดทะเบียนไทยมีการจ่ายปันผลที่ค่อนข้างสูงและสม่ำเสมอ โดยหากกระจายหุ้นในพอร์ตโฟลิโอไปในกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายจะยิ่งช่วยบริหารความเสี่ยงในยามที่ความไม่แน่นอนสูงอีกด้วย

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ได้แก่ กลุ่มการเงิน กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มทรัพยากร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และ กลุ่มเทคโนโลยี

มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 43,327 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 9.9% โดยผู้ลงทุนต่างชาติมีสถานะเป็นผู้ขายสุทธิ 16,182 ล้านบาท และยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 55.37% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการปรับพอร์ตการลงทุนตาม MSCI Rebalance ที่มีด้วยกันสองรอบต่อปีในเดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน ตามลำดับ

Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 12.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.1 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 13.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.6 เท่า

อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 4.28% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.34%

ส่วนภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนพฤษภาคม 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 356,872 สัญญา ลดลง 17.7% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ Single Stock Futures และ SET50 Index Futures ทำให้ในปี 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 437,620 สัญญา ลดลง 9.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ Single Stock Futures และ Gold Online Futures

นายศรพล กล่าวต่อว่า ในเดือนพฤษภาคม 2568 เริ่มเห็นพัฒนาการด้านการเจรจาการค้าโดยสหรัฐฯ และจีนได้เห็นพ้องที่จะระงับการเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariffs) เป็นเวลา 90 วัน ทำให้ผู้ลงทุนคลายความกังวลจากสงครามการค้าและเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งควบคุมโดยพรรครีพับลิกัน ได้ลงมติอนุมัติร่างกฎหมายลดภาษีและการใช้จ่ายขนาดใหญ่ ที่เสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า “One Big Beautiful Bill” ซึ่งมีบางมาตราอาจกระทบกับการจัดเก็บภาษีผู้ลงทุนต่างชาติในสหรัฐฯ

ขณะที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 1/2568 ขยายตัว 3.1% จากการส่งออกที่เร่งตัวขึ้นจากการเร่งส่งมอบสินค้าก่อนการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และการลงทุนภาครัฐที่ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น ทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2568 โดยภาพรวมมีกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องจากการขยายตัวของภาคการส่งออก และภาคบริการ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ค้าปลีก ขนส่ง และโทรคมนาคม

นอกจากนี้ บจ. กว่าครึ่งรายงานกำไรสุทธิเท่ากับหรือสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ สาเหตุหลักมาจากการรับได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบโลกซึ่งเป็นต้นทุนหลักที่ปรับลดลง นอกจากนี้ รายจ่ายดอกเบี้ยของ บจ. ในไตรมาสล่าสุดยังสะท้อนถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงสอดคล้องกับการลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ขณะที่แนวโน้มเดือนมิถุนายนยังรอต้องจับตาผลการเจรจาระหว่างไทยและสหรัฐ ที่จะครบกำหนด 90 วัน ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ซึ่งหากมีความชัดเจนจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย รวมทั้งยังต้องผลการตัดสินของศาลอุธรณ์สหรัฐฯกรณีศาลการค้าสหรัฐฯมีคำสั่งยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้

อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ GDP ปี 2568 ของ สศช. ที่คาดว่าจะขยายตัวทั้งปี 1.8% ทำให้ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงมากกว่าครึ่งปีแรก โดยยังต้องจับตานโนบายทางการเงินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาทว่าจะเริ่มใช้ได้เมื่อไร นโยบายทางการเงินที่ปีนี้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว 2 ครั้ง รวมทั้งผู้ว่าฯ ธปท.คนใหม่ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหา

“อย่างไรก็ตามมูลค่าหุ้นไทยก็ลงมาต่ำอยู่ในระดับที่น่าสนใจทำให้โอกาสที่หุ้นไทยจะปรับลงรุนแรงก็จำกัด และแม้สภาพคล่องของการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้จะลดลงบ้าง แต่หุ้นไทยยังมีเป็นแชมป์ในภูมิภาคอาเซียน และยังมีโอกาสลุ้นเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้นไทย 5 เดือนแรก ร่วง 17.9 % นักลงทุนหันพึ่งหุ้นปันผลสูง จับตาเจรจาภาษีสหรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...