โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วางกลยุทธ์... รับมือความไม่แน่นอน มาตรการภาษีทรัมป์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 02.32 น.

คอลัมน์ : เติมความคิดพิชิตลงทุน ผู้เขียน : พบชัย ภัทราวิชญ์ InnovestX

มาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเป็นประเด็นที่สร้างความผันผวนให้กับการลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง เริ่มจากวันที่ 28 พ.ค. 68 ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (U.S. Court of International Trade) ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นได้มีการพิจารณาตัดสินให้ยกเลิกมาตรการภาษีแบบครอบคลุม (Universal and Reciprocal Tariffs) ของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งส่งผลบวกต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

แต่ถัดมาเพียง 1 วัน คือ 29 พ.ค. 68 ศาลอุทธรณ์ของสหรัฐ ตัดสินให้มาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับการคุ้มครองชั่วคราว เปิดทางให้รัฐบาลทรัมป์สามารถคงการจัดเก็บภาษีเท่าเทียม (Universal) และตอบโต้ (Reciprocal) ไว้ได้ หลังจากทำเนียบขาวได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ (U.S. Court of Appeals for the Federal Circuit) แล้ว

ซึ่งเรามองว่าได้กลับมาส่งผลกระทบเชิงลบกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมทั้งตลาดหุ้นไทย เนื่องจากกระบวนการไต่สวนในชั้นนี้ในอดีตอาจใช้เวลาพิจารณาอีก 1.5-3 ปี และยังมีความเสี่ยงว่าประธานาธิบดีทรัมป์ อาจเปลี่ยนไปใช้กฎหมายอื่นเพิ่มเติมในการปรับขึ้นภาษี เช่นเดียวกับที่ยังสามารถเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมในอัตรา 25% ทั้งนี้ มองตลาดจะกลับมาให้น้ำหนักต่อประเด็นการเจรจาเพื่อลดอัตราภาษีลงเป็นรายประเทศ (ประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 36%)

จากสถานการณ์ข้างต้น เรามองว่าความผันผวนของตลาดในระยะต่อไปยังคงมีอยู่ จากกังวลความเสี่ยงของมาตรการภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าช่วงต้น เม.ย.ที่ผ่านมา SET Index ได้ปรับตัวลงใกล้ระดับวิกฤต (Downside ที่ 1,032 จุด) ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐซึ่งผ่านจุดแย่ที่สุดไปแล้ว

และประเมิน Downside ที่น่าสนใจให้เข้าสะสมสำหรับการลงทุนอยู่ที่ระดับ 1,100+/- จากความคาดหวังที่ดัชนีจะฟื้นตัวกลับมาซื้อขายสู่ระดับปกติที่ PER 14 เท่าขึ้นไป (บริเวณ 1,204 จุดขึ้นไป) หลังความกังวลต่าง ๆ เริ่มคลี่คลายลง และแนะนำให้ติดตามการเจรจาของรัฐบาลไทยต่อไป หากสามารถลดระดับภาษีต่ำกว่า Base Case ที่ 15% จะเป็นอีกปัจจัยบวกต่อ SET Index ในลำดับถัดไป

สำหรับกลยุทธ์ลงทุนภายใต้ความไม่แน่นอนสูง เรายังคงยึดหลักระมัดระวัง โดยตั้งสมมุติฐานผลของการเจรจาภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐ ไว้ที่กรณี Base Case (สหรัฐเก็บภาษีไทย 15%) เป็นหลัก โดยที่กลยุทธ์แนะนำ แบ่งเป็น

1.นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและต้องการรอดูความชัดเจนของการดำเนินมาตรการภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แต่มองเห็นโอกาสเก็งกำไรหากตลาดปรับตัวลง แนะนำ หุ้นตั้งรับที่มีรายได้ในประเทศเป็นหลัก ทำให้สามารถต้านทานความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้มากกว่า ได้แก่ BCH CPALL GULF MTC OR TRUE

2.นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไร โดยคาดหวังจะมีความคืบหน้าการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง แนะนำหุ้นที่คาดจะฟื้นตัวได้เร็วหลังช่วงตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นมา (นับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าถึงปัจจุบัน) ราคาหุ้นปรับตัวลงมาแรงกว่า SET Index ได้แก่ AMATA AOT MINT PTT TU WHA

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วางกลยุทธ์… รับมือความไม่แน่นอน มาตรการภาษีทรัมป์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...