โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หั่นเป้าGDPเหลือ1.5-2% เร่งภาครัฐออกแผนรับมือ

ทันหุ้น

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 09.08 น.

#กกร. #ทันหุ้น - กกร. ปรับเป้าหมาย GDP ไทยปี 2568 ลดลงเหลือ 1.5 - 2% หวังภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ส่งออกยังมีแรงกดดัน คาดว่าจะอยู่ที่ -0.5 ถึง -0.3% พร้อมรอความชัดเจนเจรจาภาษี ไทย-สหรัฐ ชี้เงินบาทแข็งค่าเร็วจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหา รวมถึงเร่งช่วยผู้ประกอบการไทยแนะหามาตรการเสริมด้วย

นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง และมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น หลังมาตรการภาษีของรัฐบาลสหรัฐ อยู่ระหว่างการพิจารณาทางกฎหมาย โดยล่าสุดรัฐบาลสหรัฐ ได้เพิ่มภาษี Sectoral Tariff เหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50% จาก 25% ขณะที่ความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ กับ จีน สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป มีส่วนช่วยลดความตึงเครียดของสงครามการค้าในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ โดยปรับเป้าหมาย GDP ลดลงเหลือ 1.5 - 2% จากเดิมในเดือนพฤษภาคมที่ตั้งเป้าไว้ 2 - 2.2% ซึ่งจำเป็นต้องมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐให้ได้อย่างน้อย 70% ของวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 157,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังต้องเร่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-Haul) ซึ่งตั้งแต่ต้นปีขยายตัวราว 17% เพื่อทดแทนนักท่องเที่ยวจากจีนที่ลดลงและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

@หวั่นส่งออกไทยหดตัว 0.5%

ขณะที่มีปัจจัยกดดันจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงในครึ่งปีหลัง ซึ่งได้ปรับเป้าหมายการขยายตัวของการส่งออกลดลงเหลือ -0.5 ถึง -0.3% จากเดือนพฤษภาคมที่ตั้งเป้าขยายตัว 0.3 – 0.9% แม้ว่าตัวเลขการส่งออกสินค้าช่วง 4 เดือนแรก ขยายตัวสูงถึง 15% YoY ตามการเร่งส่งออกสวนทางกับภาคการผลิตซึ่งขยายตัวเพียง 0.6%YoY

โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งออกโดยใช้สินค้าคงคลังและผู้ประกอบการไม่ได้ผลิตเพื่อทดแทนสินค้าคงคลังที่ลดลงซึ่งยังมีความกังวลเกี่ยวกับการสวมสิทธิ์การส่งออกและการ Re-Export โดยใช้ Local Content ต่ำ ซึ่งไม่ได้ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ แม้ว่าการส่งออกจะขยายตัวได้สูงพร้อมกับการนำเข้าสูงที่สูงตาม

ขณะที่ภาคการผลิต การบริโภคในประเทศ และการลงทุนภาคเอกชนที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม รวมถึงความคืบหน้าในการเจรจาอัตราภาษีระหว่างไทยและสหรัฐ ทั้งนี้ปัจจุบันกรอบเวลาในการเจรจายังไม่ชัดเจน มีความเสี่ยงสูง โดยเชื่อมโยงกับประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจา โดยระยะเวลาผ่อนปรนภาษี 90 วันของสหรัฐ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 8 กรกฎาคม 2568

@เร่งคุมค่าเงินบาท

ในส่วนสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว มาอยู่ในช่วง 32.5-32.7 บาทต่อดอลลาร์ โดยแข็งค่ามากกว่าประเทศในภูมิภาค เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ และจีน ทำให้เงินบาทแข็งค่ากว่าระดับที่ธุรกิจแข่งขันได้ จึงควรให้ความสำคัญกับการดูแลค่าเงินไม่ให้แข็งค่าหรือผันผวนเร็วจนเกินไป อีกทั้งยังจำเป็นต้องมีการส่งผ่านประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็ง เช่นต้นทุนนำเข้าสินค้าพลังงาน และวัตถุดิบในภาคเกษตร ที่ลดลงไปยังภาคการผลิตและภาคประชาชนให้ได้อย่างเป็นระบบ

@ขาดความสามารถในการแข่งขัน

อย่างไรก็ดียังมีความกังวลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยทั้งจากสภาพเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว แรงกดดันจากสงครามการค้า และการไหลทะลักเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ในภาคของธนาคารด้วยทรัพยากรที่จำกัดในระบบต้องแยกแยะกลุ่มที่ควรได้รับการประคับประคอง และกลุ่มที่สามารถปรับตัวได้เอง เพื่อหามาตรการที่เหมาะสม

อีกทั้งทาง กกร. ยังเสนอให้ภาครัฐพิจารณาปรับลดวงเงินประกันการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่ และประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง (กิจการโรงแรมและให้เช่าพักอาศัย) ที่ปัจจุบันมีการวางเงินประกันการใช้ไฟฟ้ารวมกว่า 30,000 ล้านบาท โดยขอให้ปรับลดวงเงินประกันให้เหลือ 0.5 เท่า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการชำระค่าไฟฟ้าตามกำหนด จากเดิมที่ 0.8 เท่า

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...