หั่นเป้าGDPเหลือ1.5-2% เร่งภาครัฐออกแผนรับมือ
#กกร. #ทันหุ้น - กกร. ปรับเป้าหมาย GDP ไทยปี 2568 ลดลงเหลือ 1.5 - 2% หวังภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ส่งออกยังมีแรงกดดัน คาดว่าจะอยู่ที่ -0.5 ถึง -0.3% พร้อมรอความชัดเจนเจรจาภาษี ไทย-สหรัฐ ชี้เงินบาทแข็งค่าเร็วจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหา รวมถึงเร่งช่วยผู้ประกอบการไทยแนะหามาตรการเสริมด้วย
นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง และมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น หลังมาตรการภาษีของรัฐบาลสหรัฐ อยู่ระหว่างการพิจารณาทางกฎหมาย โดยล่าสุดรัฐบาลสหรัฐ ได้เพิ่มภาษี Sectoral Tariff เหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50% จาก 25% ขณะที่ความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ กับ จีน สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป มีส่วนช่วยลดความตึงเครียดของสงครามการค้าในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ โดยปรับเป้าหมาย GDP ลดลงเหลือ 1.5 - 2% จากเดิมในเดือนพฤษภาคมที่ตั้งเป้าไว้ 2 - 2.2% ซึ่งจำเป็นต้องมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐให้ได้อย่างน้อย 70% ของวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 157,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังต้องเร่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-Haul) ซึ่งตั้งแต่ต้นปีขยายตัวราว 17% เพื่อทดแทนนักท่องเที่ยวจากจีนที่ลดลงและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
@หวั่นส่งออกไทยหดตัว 0.5%
ขณะที่มีปัจจัยกดดันจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงในครึ่งปีหลัง ซึ่งได้ปรับเป้าหมายการขยายตัวของการส่งออกลดลงเหลือ -0.5 ถึง -0.3% จากเดือนพฤษภาคมที่ตั้งเป้าขยายตัว 0.3 – 0.9% แม้ว่าตัวเลขการส่งออกสินค้าช่วง 4 เดือนแรก ขยายตัวสูงถึง 15% YoY ตามการเร่งส่งออกสวนทางกับภาคการผลิตซึ่งขยายตัวเพียง 0.6%YoY
โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งออกโดยใช้สินค้าคงคลังและผู้ประกอบการไม่ได้ผลิตเพื่อทดแทนสินค้าคงคลังที่ลดลงซึ่งยังมีความกังวลเกี่ยวกับการสวมสิทธิ์การส่งออกและการ Re-Export โดยใช้ Local Content ต่ำ ซึ่งไม่ได้ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ แม้ว่าการส่งออกจะขยายตัวได้สูงพร้อมกับการนำเข้าสูงที่สูงตาม
ขณะที่ภาคการผลิต การบริโภคในประเทศ และการลงทุนภาคเอกชนที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม รวมถึงความคืบหน้าในการเจรจาอัตราภาษีระหว่างไทยและสหรัฐ ทั้งนี้ปัจจุบันกรอบเวลาในการเจรจายังไม่ชัดเจน มีความเสี่ยงสูง โดยเชื่อมโยงกับประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจา โดยระยะเวลาผ่อนปรนภาษี 90 วันของสหรัฐ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 8 กรกฎาคม 2568
@เร่งคุมค่าเงินบาท
ในส่วนสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว มาอยู่ในช่วง 32.5-32.7 บาทต่อดอลลาร์ โดยแข็งค่ามากกว่าประเทศในภูมิภาค เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ และจีน ทำให้เงินบาทแข็งค่ากว่าระดับที่ธุรกิจแข่งขันได้ จึงควรให้ความสำคัญกับการดูแลค่าเงินไม่ให้แข็งค่าหรือผันผวนเร็วจนเกินไป อีกทั้งยังจำเป็นต้องมีการส่งผ่านประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็ง เช่นต้นทุนนำเข้าสินค้าพลังงาน และวัตถุดิบในภาคเกษตร ที่ลดลงไปยังภาคการผลิตและภาคประชาชนให้ได้อย่างเป็นระบบ
@ขาดความสามารถในการแข่งขัน
อย่างไรก็ดียังมีความกังวลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยทั้งจากสภาพเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว แรงกดดันจากสงครามการค้า และการไหลทะลักเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ในภาคของธนาคารด้วยทรัพยากรที่จำกัดในระบบต้องแยกแยะกลุ่มที่ควรได้รับการประคับประคอง และกลุ่มที่สามารถปรับตัวได้เอง เพื่อหามาตรการที่เหมาะสม
อีกทั้งทาง กกร. ยังเสนอให้ภาครัฐพิจารณาปรับลดวงเงินประกันการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่ และประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง (กิจการโรงแรมและให้เช่าพักอาศัย) ที่ปัจจุบันมีการวางเงินประกันการใช้ไฟฟ้ารวมกว่า 30,000 ล้านบาท โดยขอให้ปรับลดวงเงินประกันให้เหลือ 0.5 เท่า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการชำระค่าไฟฟ้าตามกำหนด จากเดิมที่ 0.8 เท่า