โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

MINT เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ หลังประชุมนักวิเคราะห์

ทันหุ้น

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 03.18 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 03.18 น.

#ทันหุ้น - 3 โบรกเกอร์ ส่องหุ้น บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ มุมมองเป็นกลางหลังประชุมนักวิเคราะห์ การขยายตัวแบบ Asset – Light ช่วยลด CAPEX และภาระหนี้ คงคำแนะนำซื้อ ประเมินเป้าหมาย 34.00-37.25 บาท

บล.เอเซีย พลัส ส่องหุ้น MINT จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้โทนกลาง บริษัทฯ คงเป้าหมายทางการเงินเดิม (CAGR ของกำไร 3 ปีข้างหน้า เติบโต 15% - 20% ต่อปี) หลังยอดจองล่วงหน้าและการดำเนินงานช่วง เม.ย. – พ.ค. ยังดูสอดคล้องกับแผน

กลยุทธ์การเติบโต มุ่งเน้นขยายตัวแบบ Asset – Light ช่วยลดภาระต่องบดุลและกระแส เงินสด โดย MINT ปรับลด CAPEX จากเดิม 1.1 หมื่นล้านบาท มาที่ 7 พันล้านบาท (รวมผลของการทยอยปิดปรับปรุงโรงแรมอนันตราในไทย ช่วง Low season ซึ่งผลกระทบต่องบกำไรขาดทุนจำกัดแล้ว) และแผนชำระคืนหนี้ราว 8 พันล้านบาท- 1 หมื่นล้านบาทหวังลด Net gearing ลงมาที่ 0.75 เท่า (สิ้นงวด Q1/68 ที่ 0.83 เท่า)

สำหรับ Stat การดำเนินงานธุรกิจโรงแรม ในเชิง RevPar ของ NH Hotel เม.ย. เติบโต 1% - 3% YoY (มีผลจากวันหยุดอีสเตอร์ปีนี้มาตก เม.ย. เทียบปีก่อนอยู่ 31 มี.ค.) และ พ.ค. เบื้องต้น 7% - 9% YoY ด้านธุรกิจร้านอาหาร SSSG เม.ย. ลบ 2% -3% YoY (ใกล้เคียง CENTEL) จากฝนตกเร็วขึ้นกว่าปกติ ก่อนที่ 1 - 18 พ.ค. กลับมาเป็นบวก

การเติบโตแบบ Asset light มีด้านดีคือไม่เป็นภาระต่องบดุล ช่วยสนับสนุนพัฒนาการ ของ ROE ระยะถัดไป ขณะที่การลด CAPEX และแผนคืนหนี้ ดูสอดรับกับความไม่ แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ

ฝ่ายวิจัยคงมุมมองกำไรปกติ Q2/68 ขยายตัว YoY (QOQ เป็น seasonality ของการ เดินทางใน EU) จากทิศทางมาร์จิ้นดีขึ้น ตามการบริหารต้นทุน (Operating profit margin : OPM งวด Q1/68 ที่เป็น Low season ใน EU อยู่ที่ 3.2% เทียบกับ 1.3% งวด Q1/67) และดอกเบี้ยจ่ายลดลง (Q1/68 ที่ 2.4 พันล้านบาท เทียบค่าเฉลี่ยปี 2567 ราว 3 พันล้านบาทต่อไตรมาส) ซึ่งประเมินมีน้ำหนักมากกว่ารายได้ซึ่งได้รับผลกระทบจาก ค่าเงินบาทแข็งค่าเทียบยูโร (Q2/68TD ที่ 37.6 บาท แข็งค่า 4.7% จากค่าเฉลี่ย Q2/67)

คงประมาณการกำไรปกติปี 2568 – 70 เติบโตเฉลี่ย 11% ต่อปี จากแนวโน้มดอกเบี้ย ลดลงเฉลี่ย 6% ต่อปี รวมถึงคาด OPM ที่ 11.6% เทียบกับ 11.4% ในปี 2567 บน สมมติฐานรายได้รวมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% ต่อปี (สมมติฐาน 1 ยูโร : 35บาท)

ภายใต้ภาวะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวช้า มองว่า MINT ที่มีการกระจายรายได้ ไปต่างประเทศเป็นหลัก และการขยายตัวแบบ Asset – Light ยังเป็นจุดได้เปรียบหุ้น ท่องเที่ยวไทยอื่น ในช่วงนี้

ทั้งนี้แนะนำ Outperform โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 37 บาท

ด้าน บล.กสิกรไทย ชี้ MINT มุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์ คงเป้า CAGR ของรายได้ที่ระดับตัวเลขหลักเดียวสูง และ CAGR ของกำไรปกติที่ 15-20% ในช่วงปี 68-70 โดย MINT จะเน้นโมเดลธุรกิจแบบลดการถือครองสินทรัพย์ในช่วงปี 68-72 เพื่อเพิ่ม ROIC และอัตรากำไร EBITDA

คงคำแนะนำ “ซื้อ” และเป้าหมายที่ 37.27 บาท มีมุมมองเชิงบวกต่อกลยุทธ์ของ MINT ที่จะเพิ่ม operating leverage ผ่านโมเดลธุรกิจแบบลดการถือครองสินทรัพย์ซึ่งต้องงบลงทุนต่ำด้วยเช่นกัน

ขณะที่ บล.ดาโอ ชี้ MINT เป้าหมายยังใกล้เคียงคาด, Q2/68 จะทำจุดสูงสุดของปี คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายปี 2568E ที่ 34.00 บาท อิง DCF (WACC ที่ 7%, terminal growth ที่ 2.5%) โดยมีมุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้

โดยเป้าหมายการเติบโตยังเป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยคาด 1) ผู้บริหารยังคงเป้าการเติบโตของรายได้ใน 3 ปี (ปี 2567-2569) จะอยู่ ที่ High-single digit CAGR (ฝ่ายวิจัยคาด 5%) และกำไรจะโตได้ที่ 15-20% CAGR (ฝ่ายวิจัยคาด 15%) เพราะยอด Booking ยังเติบโตได้ดีและผลกระทบจาก Tariff จะจำกัด เพราะเน้นโรงแรมระดับ Luxury และโรงแรมที่ยุโรปเน้นนักท่องเที่ยวที่เป็น Intra-European กว่า 70% 2) ปรับ CAPEX ลดลงเหลือ 6.6 พันล้านบาท จากเดิมที่ 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยรองรับความเสี่ยงในอนาคต และจะช่วยหนุนให้ดอกเบี้ยจ่ายมีโอกาสลดลงมากกว่าคาดได้ 3) RevPAR ที่ยุโรปเดือน เม.ย.68 ยังเพิ่มขึ้นได้ดีที่ Low-single digit ส่วนเดือน พ.ค.68 เพิ่มขึ้นได้ Mid-single digit, ไทยเดือน เม.ย.68 เพิ่มขึ้น High-single digit ส่วนมัลดีฟส์เดือน เม.ย.68โตได้ถึง double digit ด้าน SSSG ของไทย -23% YoY เพราะฝนตกเร็วกว่าคาด แต่เดือน พ.ค. กลับมาเป็นบวกได้แล้ว

ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2568E ที่ 9.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น +10% YoY จากการฟื้นตัวในทุกประเทศ โดยเฉพาะที่ไทยและยุโรป ขณะที่ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรจะทำจุดสูงสุดของปีในช่วง Q2/68E จาก High season ที่ยุโรป โดยจะเพิ่มขึ้นได้ทั้ง YoY/QoQ

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น +8% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับ SET ซึ่งถือว่า outperform its peers เมื่อเทียบกับ ERW -32%, CENTEL -24% และ SHR -10% เพราะ MINT ได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงน้อยกว่ากลุ่ม ด้าน valuation ยังถูกกว่ากลุ่มฯซื้อขาย 2568E EV/EBITDA ที่ 8x (-2.00SD below 10-yr average EV/EBITDA) ถูกกว่า ERW และ ENTEL ที่ average EV/EBITDA

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...