โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"นายกฯ" ประกาศยกระดับแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ เข้มควบคุมเข้า-ออก จุดผ่านแดน 7 จังหวัด

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 09.42 น.

"นายกฯ" ประกาศยกระดับแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ เข้มควบคุมเข้า-ออก จุดผ่านแดน 7 จังหวัด ชี้ตัดน้ำ จ่อตัดวงจรเอื้อแก๊งคอลฯ ในกัมพูชา

วันที่ 23 มิ.ย. 68 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลภายหลังการประชุมติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ว่า วันนี้มีการประชุมกันทุกภาคส่วน มีการประกาศว่ารัฐบาลจะยกระดับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยที่ไทยอาสาเป็นเจ้าภาพในการหาความร่วมมือกับนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงเรื่องของความเชื่อมั่นของประเทศไทยในระดับนานาชาติ อย่างที่เป็นปัญหาในเรื่องของสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ที่ได้รับผลกระทบทั่วโลก ซึ่งจะมีการยกระดับเรื่องของการแก้ไขปัญหา

จากข้อมูลของสหประชาชาติมีข้อมูลระบุว่าประเทศกัมพูชาถือเป็นแหล่งศูนย์รวมอาชญากรรมระดับโลก และเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 600,000 ล้านบาท และทางสหประชาชาติได้มีข้อมูลที่เปิดเผยออกมาอีกว่า 40 - 60% ของ GRP กัมพูชามาจากคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงมีเรื่องของการฟอกเงินที่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราพยายามที่จะรักษาในเรื่องของความปลอดภัยของประชาชนในประเทศไทยด้วยโดยหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยงานของไทยเร่งดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาดตามแนวชายแดนโดยกำหนดมาตรการ ดังนี้

ด้านความมั่นคง จะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเข้าออกจุดผ่านแดน การจำกัดเวลาเปิดปิดชายแดนทั้ง 7 จังหวัด และมีการห้ามรถยนต์และบุคคลภายนอก ยกเว้นกรณีที่มีเหตุจำเป็น เช่น นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องข้ามมาเรียน และผู้ป่วย ที่ต้องข้ามมาใช้โรงพยาบาล รวมถึงการซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น นอกจากนี้ยังห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเล่นการพนันในชายแดน รวมถึงการเข้มงวดโดยการเดินทางโดยเครื่องบินไปยังอำเภอเขมราฐด้วย

ด้านอาชญากรรมเทคโนโลยี โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยศูนย์ AOC จะดำเนินการตรวจสอบบัญชีม้าและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติอย่างเข้มงวด รวมถึงการระงับการบริการอินเตอร์เน็ตและประตูอินเตอร์เน็ตใต้น้ำที่ไปยังหน่วยงานทางการทหาร และความมั่นคงของรัฐบาลกัมพูชาทั้งหมด นอกจากนี้ร่วมมือกับ ปปง.ในการสร้างการคว่ำบาตรผู้ที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือยึดอายัดทรัพย์ที่โยกย้ายไปต่างประเทศด้วย

สำหรับเรื่องของการส่งออกไฟฟ้า น้ำมัน และสินค้าผ่านชายแดน เราต้องระงับการส่งออกสินค้าที่เกื้อหนุนต่อกิจกรรมของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิจารณาถึงความเหมาะสมในการระงับการส่งออกน้ำมันและเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชา ที่จะนำเอาไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมายต่างๆ

ด้านการพาณิชย์ โดยกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรและ SME ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน โดยขอความร่วมมือจากทางภาครัฐและภาคเอกชนในการช่วยรับซื้อสินค้า

ด้านการประสานความร่วมมือกับนานาชาติ โดยกระทรวงการต่างประเทศ จะประสานกับประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติร่วมกับภูมิภาค

นางสาวแพทองธาร กล่าวต่อว่า ตนได้กำหนดให้ทุกภาคส่วนกำหนดไทม์ไลน์และ KPI ในการดำเนินมาตรการอย่างชัดเจน โดยขอให้ภายใน 3 เดือน สถิติการแจ้งความของคนไทย ความเสียหาย การยึดทรัพย์และการดำเนินคดีเครือข่ายจะต้องเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลได้เน้นย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน และเราจะเห็นได้ชัดว่าตั้งแต่เรามีมาตรการในเรื่องการตัดน้ำ ตัดไฟ ทางด้านของเมียนมาร์มานั้น ทำให้ตัวเลขของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์เสียหายกว่า 30,000 ล้านบาท แต่กรณีที่คนไทยโทรไปแจ้งในเรื่องของการเกิดแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์นั้นก็เป็นตัวเลขที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ตอนนี้ก็ทราบว่าพวกที่ทำอาชญากรรมต่างๆ ย้ายถิ่นฐานจากเมียนมาร์เข้าไปที่กัมพูชา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีมาตรการให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้ปราบปรามและป้องกันเรื่องที่คนไทยจะถูกหลอกในอนาคตข้างหน้า

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...