โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“นายกฯ” แถลงยกระดับปราบอาชญากรรมข้ามชาติ สั่งห้าม นทท.ข้ามแดนเล่นพนัน ระงับอินเตอร์เน็ต - มาตรการคว่ำบาตรกำหนด KPI ใน 3 เดือน

สยามรัฐ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 10.11 น.

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 23 มิ.ย. 68 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมด้วย พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมกันทุกภาคส่วน มีการประกาศว่ารัฐบาลกำลังจะประกาศยกระดับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยไทยอาสาเป็นเจ้าภาพในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในการหาความร่วมมือกับนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมไปถึงเรื่องของความเชื่อมั่นของประเทศไทยในระดับนานาชาติ ตัวอย่างที่เป็นปัญหาในเรื่องของสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ ก็ได้รับผลกระทบทั่วโลก ขอยกระดับในเรื่องการแก้ไขปัญหานี้

นายกฯ กล่าวว่า จากข้อมูลของทางสหประชาชาติ กัมพูชาถือเป็นแหล่งศูนย์รวมอาชญากรรมระดับโลกและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 600,000 ล้านบาท และสหประชาชาติมีข้อมูลอีกว่า 40% - 60% ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของกัมพูชา มาจากคอลเซ็นเตอร์ และเรื่องของการฟอกเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราพยายามรักษาเรื่องของความปลอดภัยของประชาชน ประเทศไทย โดยหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยงาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เร่งดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาดตามแนวชายแดน โดยจะกำหนดมาตรการดังนี้

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องความมั่นคงจะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเข้า-ออกจุดผ่านแดน ทั้งการจำกัดเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดน ทั้ง 7 จังหวัด มีการห้ามรถยนต์และบุคคลภายนอก ยกเว้นกรณีนักเรียนนักศึกษาที่ต้องข้ามมาเรียน รวมถึงผู้ป่วยที่ต้องข้ามมาใช้โรงพยาบาล และการจับจ่ายซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น นอกจากนี้ห้ามให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเล่นการพนันในพื้นที่ชายแดน รวมถึงเข้มงวดการเดินทางโดยเครื่องบินไปยังเสียมราฐ เพื่อไปเล่นการพนัน ด้านอาชญากรรมเทคโนโลยี กระทรวงดีอี โดยศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (เอโอซี) จะดำเนินการตรวจสอบบัญชีม้าและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติอย่างเข้มงวด รวมถึงการระงับการบริการอินเตอร์เน็ตและประตูอินเตอร์เน็ตใต้น้ำที่ไปยังหน่วยงานทางการทหารและความมั่นคงของรัฐบาลกัมพูชาทั้งหมด

นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะต้องร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการสร้างมาตรการคว่ำบาตรผู้ที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ที่พบว่ามีในเรื่องของการฟอกเงิน รวมถึงการยึดอายัดทรัพย์ที่โยกย้ายไปต่างประเทศ และเรื่องการส่งออกไฟฟ้า น้ำมัน และสินค้าผ่านชายแดน เราต้องระงับการส่งออกสินค้าที่เกื้อหนุนต่อกิจกรรมของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิจารณาถึงความเหมาะสมในการระงับการส่งออกน้ำมันและเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชาที่จะนำไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

นายกฯ กล่าวว่า ด้านการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรและเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตามแนวชายแดน โดยขอความร่วมมือกับทางภาครัฐ และภาคเอกชนในการช่วยรับซื้อสินค้า ส่วนด้านการประสานความร่วมมือกับนานาชาติ กระทรวงการต่างประเทศจะประสานกับประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติร่วมในภูมิภาค

นายกฯ กล่าวว่า โดยตนมีการกำหนดให้ทุกภาคส่วนกำหนดไทม์ไลน์และ KPI ในการดำเนินมาตรการอย่างชัดเจน โดยขอให้ภายใน 3 เดือนนี้ ตัวเลขสถิติการแจ้งความของคนไทย ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีถูกหลอกจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ที่มีการแจ้งความดำเนินคดีปีละไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท หลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการในเรื่องการตัดน้ำตัดไฟและอินเตอร์เน็ตในฝั่งเมียวดี เมียนมาร์ ทำให้ตัวเลขความเสียหายที่คนไทยได้รับลดลง เนื่องจากแก๊งที่กระทำผิดด้านสแกมเมอร์ได้ย้ายจากเมียวดี ไปกัมพูชา หากรัฐบาลดำเนินการอย่างต่อเนื่องความเสียหายที่คนไทยได้รับจะลดลง และตอนนี้ทราบว่าพวกที่ทำเรื่องอาชญากรรมต่างๆ ย้ายถิ่นฐานจากเมียนมาไปที่กัมพูชา ฉะนั้นเราต้องมีมาตรการเรื่องนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อปราบปรามและป้องกันในเรื่องของคนไทยที่ถูกหลอกในอนาคตข้างหน้า

เมื่อถามว่า จะมีมาตรการช่วยเหลือธุรกิจไทยในกัมพูชาอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ธุรกิจของคนไทยที่อยู่ในกัมพูชาเราสนับสนุนและซัพพอร์ต ไม่ว่าจะในเรื่องของการทูต เราไม่ได้มีความรุนแรงเกิดขึ้น อย่างที่ผ่านมากัมพูชาประกาศไม่รับน้ำมันเมื่อคืนวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งความจริงแล้วเป็นเรื่องของชายแดนที่เกิดขึ้น แต่ถ้ามันลุกลามมากขึ้น มีการไม่รับน้ำมันมากยิ่งขึ้นปัญหาที่เกิดขึ้นทางผู้นำของกัมพูชาจะต้องเป็นคนกำหนดราคาน้ำมัน ซึ่งถ้าไม่รับน้ำมันจากของไทยก็คงทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ไม่แน่ใจว่าทางกัมพูชาจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร อาจจะต้องเป็นเรื่องที่ตกอยู่ที่ประชาชนกัมพูชา หรือถ้ามีคนไทยที่อยู่ตรงนั้นเรื่องนี้ก็จะมีผลกระทบ

เมื่อถามว่า ได้สำรวจหรือไม่ว่ามีธุรกิจอื่นๆ อะไรบ้างที่คนไทยไปลงทุนในกัมพูชาและได้รับผลกระทบ นายกฯ กล่าวว่า เราสำรวจหมดอยู่แล้ว แต่ที่แจ้งมาในฐานข้อมูลธุรกิจไทยที่ทำอยู่ในกัมพูชาเป็นประเภทโรงแรมเป็นส่วนใหญ่อยู่ในตัวเมือง ตรงในชายแดนไม่ค่อยมี ส่วนที่เป็นผลกระทบต่อคนไทยเองที่อยู่ฝั่งเราในเรื่องเกษตรกรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนพร้อมที่จะซัพพอร์ตและช่วยในการซื้อสินค้าของประชาชน

เมื่อถามว่า ในเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดนกัมพูชา เรื่องอาชญากรรมข้ามชาตินายกฯ ได้มอบบทบาทอะไรเพิ่มในส่วนของทหารหรือไม่เพื่อดูแล นายกฯ กล่าวว่า เรามีการมอบอำนาจที่เราประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มอบในเรื่องของการควบคุมตามแนวชายแดนไปแล้วขอให้พิจารณาหน้างานตามแนวชายแดน ถ้าเกิดอะไรขึ้นให้อำนาจทางทหารช่วยดูว่าเราควรจะปิดหรือจะเปิดหรือจะยังไงในตรงนั้น

เมื่อถามว่า มีข้อมูลตัวเลขหรือไม่ว่าคนไทยถูกหลอกเงินไปเท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า อย่างที่บอกว่าพอเช็คเรื่องตัวเลขแก๊งคอลเซ็นเตอร์เขาเสียหายประมาณ 3 หมื่นล้านบาท หลังจากที่เราปราบปรามอย่างจริงจัง โดยตัวเลขของคนไทยที่โดนวันละ 80 ล้านบาท

ด้านพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า นโยบายที่นายกฯ ให้ในที่ประชุมคือตั้งศูนย์วอร์รูม ในการประเมินสถานการณ์ทุกวัน ประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ ของไทย และหน่วยงานต่างชาติ เช่น ตำรวจอาเซียน อินเตอร์โพล สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นโอดีซี) จะมารวมกันที่ศูนย์แห่งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางช่วยเหลือปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะในกัมพูชา ที่พบว่าปัจจุบันเป็นแหล่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ที่สุด ที่มีการเคลื่อนย้ายจากฝั่งเมียวดีประเทศเมียนมา รวมทั้งจะมีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมออกหมายจับกรณีบุคคลที่เกี่ยวข้องในกัมพูชาที่เกี่ยวข้องกับการให้ที่ตั้ง ผู้เกี่ยวข้องด้านการเงินก็จะมีการสืบสวนขยายผลออกหมายจับต่อไป

เมื่อถามว่า องค์กรต่างชาติที่จะเข้ามาจะมีความเข้มข้นแค่ไหน พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ ยูเอ็น โอดีซี เรามีการประชุมมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปในทิศทางจะนำประเทศต่างๆ มารวมกัน ในส่วนของอินเตอร์โพล ทั้งไทยและกัมพูชา ต่างก็เป็นสมาชิก อินเตอร์โพลก็มีกลไกให้สมาชิกช่วยเหลือปฏิบัติการและปราบปรามต่างๆ โดยปลายเดือนก.ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเป็นเจ้าภาพประชุม ตำรวจอาเซียน มีประเทศต่างๆ ทั่วโลกมาเข้าร่วมประชุม จะพูดถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นหลัก โดยพบว่ามีประชาชนจาก 36 ประเทศถูกหลอกไปทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ฝั่งเมียวดี ตนก็เชื่อว่าตัวเลขผู้ถูกหลอกไปที่กัมพูชาคงไม่ต่างไปจากนี้

เมื่อถามว่า ในส่วนของทหารจะปรับบทบาทในการปราบอาชญากรรมข้ามชาติอย่างไรบ้าง พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทสส. กล่าวว่า เรื่องแรกที่ทหารได้รับคำสั่งคือ Seal Stop Safe ลาดตระเวนตามจุดช่องทางธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ได้รายงานนายกฯ แล้วว่าปีหน้าต้องมีการจัดกำลังป้องกันประเทศให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สองสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้บูรณาการ ทำงานตามแนวชายแดน ส่วนที่เป็นข้าราชการพลเรือนจะมีศูนย์สั่งการจังหวัดมีผู้ว่าราชการเป็นคนสั่งการทั้งสองศูนย์จะส่งข้อมูลกันทุกวันเพื่อแก้ปัญหาชายแดน สาม จะร่วมสนับสนุนแนวทางพูดคุยในทุกระดับ ทั้งการพูดคุย คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) เพื่อช่วยกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีซึ่งเป็นปัญหาของโลก ขณะนี้ต้องหาให้ได้ว่าช่องทางธรรมชาติจุดไหนที่คนข้าม หากสังเกตจากข่าวสองสามวันที่ผ่านมา ทางกองกำลังบูรพา ได้จับกุมผู้ข้ามชายแดนตามช่องทางธรรมชาติได้มากขึ้น ไม่ว่าคนที่ออกจากประเทศหรือคนที่หนีกลับมา โดยต้องเป็นการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ระหว่างตำรวจและทหารตามแนวชายแดน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...