โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

นายกฯ สั่ง 7 มาตรการรับมือสถานการณ์โลกและชายแดน จ่อคุมเข้มกัญชาให้ใช้ได้แค่การแพทย์เท่านั้น

efinanceThai

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 08.18 น.

นายกฯ สั่ง 7 มาตรการรับมือสถานการณ์โลกและชายแดน จ่อคุมเข้มกัญชาให้ใช้ได้แค่การแพทย์เท่านั้น

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 มิ.ย. 68 15:18 น.

นายกฯ สั่งการ 7 ด้านรับมือทุกมิติ ทั้งสถานการณ์โลกและชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำรองนายก ฯ และรมต.ทุกกระทรวงร่วมกันติดตามและวางแผนรับมือด่วน พร้อมเตรียมคุมเข้มกัญชาให้ใช้ได้เฉพาะการแพทย์เท่านั้น

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการว่าให้เตรียมแผนรับมือรวม 7 ด้าน เพื่อรับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่อาจกระทบกับไทย ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งของอิหร่านและอิสราเอล ที่อาจขยายตัวเป็นวงกว้างและยืดเยื้อ จนอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาของหลายประเทศต่อนโยบาย Reciprocal Tariff ของสหรัฐอเมริกาที่กำหนดกรอบระยะเวลา 90 วัน ในช่วงต้นเดือนก.ค.นี้ ซึ่งฝ่ายไทยได้เริ่มการเจรจาแล้ว 1 รอบ ยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว ย่อมส่งผลถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทย ไม่ว่าเป็นผลจากปริมาณและราคาพลังงาน การเงิน การคมนาคมและการท่องเที่ยว ที่จะส่งผลถึงเศรษฐกิจของประเทศไทย และความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นอย่างมาก

ขณะที่สถานการณ์ชายแดนกัมพูชา ขอให้ครม.ทุกท่าน ร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมหามาตรการรองรับในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระทบพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด

“สถานการณ์เช่นนี้ เสถียรภาพของรัฐบาล และความสามัคคีภายในประเทศของคนในชาติ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ขอให้รัฐมนตรีทุกท่านต้องใกล้ชิดประชาชน สร้างความมั่นใจ และแก้ไขปัญหา ให้ทันการณ์”นางสาวแพทองธาร ระบุ

ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ และเตรียมพร้อม 7 ด้านมีดังนี้

1.ปัญหาด้านภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะอาชญากรรม ข้ามประเทศ Transnational crimes ตามรายงานของ UNODC (UN on Drugs and Crime) ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้หารือเมื่อวาน ทั้งฝ่ายความมั่นคง การต่างประเทศ ด้านสื่อสารประชาสัมพันธ์ ที่นายภูมิธรรมฯ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยรัฐบาลขอย้ำถึงการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี เพื่อให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติสุข สำหรับประชาชนทั้งสองฝ่ายโดยเร็ว

2.ปัญหาด้านความมั่นคงพลังงาน มอบให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รับผิดชอบในการกำหนดมาตรการเตรียมพร้อม รับมือสำหรับพลังงานสำรอง และมาตรการช่วยเหลือประชาชน หากมีภาวะขาดแคลนหรือมีราคาที่สูงขึ้น

3.ปัญหาด้านเศรษฐกิจ และการเงิน การแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชน มอบหมายให้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับผิดชอบ หารือหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน กำหนดมาตรการและเป้าหมายที่ชัดเจน

4.ปัญหาราคาพืชผลเกษตร มอบให้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ที่จะต้องเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาโดยด่วน โดยเฉพาะราคาข้าว ที่จะต้องเร่งสรุปมาตรการเยียวยาแก่เกษตรกรให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมถึงปัญหาการลักลอบนำเข้า สินค้าเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ราคาพืชผลเกษตรภายในประเทศตกต่ำโดยขอให้กรมศุลกากร สรุปปัญหา และมาตรการในการแก้ไขปัญหา มาเสนอพร้อม กับมาตรการยกระดับราคาพืชผลเกษตรภายในสัปดาห์หน้า

5.ปัญหายาเสพติด มอบให้ นายภูมิธรรมฯ รอง นรม. และ รมว.กลาโหม เตรียมจัดการประชุมด่วนระหว่างนายกรัฐมนตรี กับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บัญชาการตำรวจทุกจังหวัด เพื่อมอบนโยบายและกำชับมาตรการที่เป็นรูปธรรม โดยจะต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ขยายผล ต่อเนื่องจากมาตรการ Seal Stop Safe ภายในสัปดาห์หน้านี้

6.ปัญหาการท่องเที่ยว ที่เป็นเครื่องจักรสำคัญของการสร้างรายได้ และกระจายรายได้ มอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวๆ เร่งปรับมาตรการกระตุ้น ท่องเที่ยว ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ มาเสนอภายในสัปดาห์หน้า โดยขอให้เน้นย้ำการเสนอมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ที่เป็นรูปธรรมและเห็นผลได้ อย่างรวดเร็ว

7.ปัญหาเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ มอบให้กระทรวงแรงงาน เร่งนำมาตรการ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ นำมาพิจารณาใน ครม. สัปดาห์หน้า เพื่อให้ทันขึ้นค่าแรงในช่วงต้นเดือนก.ค.นี้

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการเรื่อง ปัญหา”กัญชาเสรี“ ดังนี้ จากการที่รัฐบาลมีนโยบายในการปราบปรามปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดมาอย่างต่อเนื่อง ที่ส่งกระทบต่อประชาชนในสังคมไทย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา พบว่ามีการนำเอากัญชาออกจากบัญชีสารเสพติด ทำให้มีการเปิดร้านค้าหลายประเภท ที่มีวัตถุประสงค์ทั้งการสันทนาการ และเพื่อการแพทย์ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติด ทำให้เด็กและเยาวชนประชาชนเข้าถึงได้โดยง่าย

จึงสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข เร่งศึกษาถึงมาตรการในการควบคุม กัญชาให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยขอให้เน้นการใช้“กัญชาเพื่อการแพทย์”เท่านั้น เพื่อไม่ให้ประชาชน และเยาวชนในสังคมต้องมัวเมาติดสารเสพติดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นอกจากนี้ ให้พิจารณาว่าจะปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชาอย่างไร ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด นายกรัฐมนตรีกล่าว

เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...