โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เร่งสกัดช้างป่า! อุทยานฯ ทับลาน ผนึกกำลังอาสา-เทคโนโลยี ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินชาวบ้าน

สวพ.FM91

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 12.10 น.

6 กรกฎาคม 2568 – นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยถึงสถานการณ์ช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ สร้างความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี

นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้รายงานว่าตั้งแต่วันที่ 1 - 5 กรกฎาคม 2568 มีช้างป่าได้สร้างความเสียหายในพื้นที่บ้านท่าสะตือ หมู่ที่ 2, บ้านวังอ้ายป่อง หมู่ที่ 3, และบ้านบุเจริญ หมู่ที่ 9 ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี พืชผลทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ได้แก่ มันสำปะหลังรวม 5 งาน, ปาล์มน้ำมัน 10 ต้น, ต้นยูคาลิปตัส 5 ต้น, ต้นมะม่วงหิมพานต์ 2 ต้น และไผ่ 10 กอ โดยมีผู้ได้รับความเสียหายเบื้องต้น 3 ราย จากการสำรวจพบช้างป่าลงมาในพื้นที่ชุมชน 4 โขลง แยกกัน โดยแต่ละโขลงมีช้างประมาณ 20-40 ตัว มีทั้งช้างตัวเต็มวัยและลูกช้าง ซึ่งแม้จะมีรายงานการพบช้างมากกว่า 100 ตัวในบางช่วงเวลา แต่คาดว่าจำนวนช้างป่าในพื้นที่ อ.นาดี มีอยู่ประมาณ 70 ตัว

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติทับลาน ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้จัดตั้ง ชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อผลักดันช้างป่า ใน ต.แก่งดินสอ ร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าบ้านวังอ้ายป่อง เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทล.20 (ห้วยคำภู) เครือข่าย NWA และจิตอาสา ต.แก่งดินสอ เข้าปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคจากฝนตกหนัก ซึ่งส่งผลให้การจัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่และการใช้โดรนตรวจจับอุณหภูมิเป็นไปได้ยาก โดยอุทยานแห่งชาติทับลานได้ประสานงานกับนายอำเภอนาดี เพื่อเร่งนัดหมายผู้นำชุมชนและฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันวางแผนและหารือแนวทางแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน และพร้อมที่จะสนับสนุนแนวทางการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผอ.สบอ.1 กล่าวยืนยันว่าเราจะไม่ทอดทิ้งประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างรอบด้าน เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขต่อไป

ผ่านมากรมอุทยานฯ ได้มีการเพิ่มอาสาสมัคร และนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยมีการบินโดรนตามแนวป่าที่ติดกับแนวพื้นที่ประชาชน เพื่อให้รู้การเคลื่อนไหวของช้างป่าว่ามีการออกมาจากป่าวันไหน ชุดปฏิบัติการและชุดอาสาจะเข้าไปผลักดันช้างได้ทันท่วงที

Cr.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...