“โรม” ยันปชน.ไม่ได้ปักธงว่า โหวตนายกฯเฉพาะกิจต้องเป็น ”อนุทิน“
“โรม” ยันปชน.ไม่ได้ปักธงว่า โหวตนายกฯเฉพาะกิจต้องเป็น ”อนุทิน“ เพียงเป็นข้อเสนอของพรรคเพื่อหาทางออกให้ประเทศ มองหากบุคคลที่ถูกเลือกมาผิดเงื่อนไขเท่ากับหักหลังประชาชน
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2568 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Room44 ถึงกระแสข่าวว่าพรรคประชาชนจะโหวตให้นายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ว่า ยังไม่ไกลถึงพรรคภูมิใจไทยแต่เพียงเสนอทางออกของประเทศหลายๆทาง ซึ่งทางแรกคือการยุบสภาแต่และถ้าหากรัฐบาลไม่ยุบสภา ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องสร้างแรงกดดันให้นายกรัฐมนตรีลาออก ซึ่งไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ก็จะมีปัญหาด้านความชอบธรรม ในมุมของพรรคประชาชนเสนอให้มีนายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจโดยมีเงื่อนไขคือการทำประชามติเพื่อให้ไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดซึ่งพรรคประชาชนเปรียบว่าเป็น TOR อยู่ที่ว่าใครจะตอบรับข้อเสนอนี้ ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยจะออกมาตอบโต้เกี่ยวกับเรื่องนี้ทำไม
เมื่อถามย้ำว่าถ้าเป็นจากฝั่งพรรคภูมิใจไทยจะโหวตให้หรือไม่ ตนขอย้ำว่าไม่ได้มีธงว่าบุคคลที่จะโหวตให้นั้นเป็นใคร ซึ่งสุดท้ายหากรัฐบาลไม่ยุบสภา ก็จะต้องมีการกดดันให้นายกรัฐมนตรีลาออกหรือกลไกนิติสงครามให้นายกฯพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งพรรคประชาชนพยายามนำเสนอข้อเสนอทุกๆด้าน ตนไม่อยากให้ไปไกลเกินกว่านั้นว่าจะโหวตใคร เพราะเราเพียงตั้งเป็นข้อเสนอหรือ TOR เท่านั้น
เมื่อถามว่าหากสมติว่าหากบุคคลที่พรรคประชาชนนั้นเลือกมานั้นแล้วเกิดการผิดเงื่อนไขจะมีแผนสำรองอย่างไร นายรังสิมันต์เผยว่าไม่ได้หมายความว่าไม่เหลือเครื่องมือในการตรวจสอบ ซึ่งหากมีการหักหลังหรืออย่างไรนั้นก็จะใช้กลไกสภาที่มีความโปร่งใส่และประชาชนรับรู้ได้ หากมีการผิดเงื่อนไขนั้นไม่ได้หมายถึงหักหลังพรรคประชาชนแต่หมายถึงประชาชนคนไทยถูกหักหลังด้วย เชื่อว่าผลกระทบมีที่ตามมาอย่างแน่นอน
ส่วนจะชี้แจงกับโหวตเตอร์ของพรรคประชาชนอย่างไร หากต้องโหวตให้บุคคลที่ประชาชนอาจไม่ถูกใจ ตนได้พยายามที่จะนำเสนอทุกๆวิธีการในการแก้ปัญหา ซึ่งหากพรรคประชาชนจะเลือกอยู่เฉยก็สามารถทำได้แต่ประเทศไทยจะอยู่อย่างไร ซึ่งเป็นข้อสำคัญเพราะพรรคประชาชนพร้อมรับฟังข้อคิดเห็นทุกฝ่ายว่าอะไรคือทางเลือกหรือทางออกที่สำคัญจริงๆ หากมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าก็พร้อมไป
“ยืนยันว่าทางเลือกในการไปโหวตให้ใครนั้นไม่ใช่ทางเลือกแรกเพราะทางเลือกแรกคือการยุบสภาแต่ถ้าไม่เกิดการยุบสภาก็ต้องหาทางเลือกถัดไปที่จะเป็นไปได้สำหรับการหาทางออกให้กับประเทศชาติ“นายรังสิมันต์ กล่าว