โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาผู้บริโภคเดินหน้าฟ้องคดีกลุ่ม “เนต้า” ส.ค.นี้

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 15.41 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 08.41 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 6 ก.ค.-สภาผู้บริโภค เดินหน้าดำเนินคดีแบบกลุ่มภายในต้น ส.ค. นี้

จากกรณีที่มีผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเนต้าร้องเรียนกับสภาผู้บริโภคว่าประสบปัญหาจากการใช้รถยนต์ เช่น การส่งมอบทะเบียนป้ายขาวล่าช้า การขาดแคลนอะไหล่สำหรับการซ่อม แม้เนต้าและดีลเลอร์จะออกมาชี้แจงแนวทางแก้ไข แต่สภาผู้บริโภคและกลุ่มผู้เสียหายพบว่าคำชี้แจงดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงในเชิงปฏิบัติ และไม่ครอบคลุมความเสียหายที่แท้จริงที่ผู้บริโภค คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการดำเนินคดี สภาผู้บริโภค จึงมีมติอนุมัติการดำเนินคดีช่วยเหลือผู้บริโภคในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ซึ่งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 สภาผู้บริโภคได้จัดประชุมเรื่องการดำเนินคดีแบบกลุ่ม กรณีที่ผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเนต้า ครั้งที่ 1 เพื่อหารือเรื่องแนวทางการฟ้องคดีให้ครอบคลุมความเสียหายของผู้บริโภค

นายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคได้เชิญทนายความผู้รับผิดชอบคดีแบบกลุ่มมาประชุมร่วมกับผู้เสียหายที่เป็นแกนนำ เพื่อเตรียมฟ้องคดีแบบกลุ่มกรณีผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเนต้า ทั้งนี้ คาดว่ากระบวนการฟ้องคดีจะใช้ระยะเวลาเตรียมการไม่เกิน 30 วัน หรือภายในเดือนสิงหาคมนี้

สำหรับการดำเนินงานในอนาคต นอกจากจะมีการกำหนดแนวทางกลุ่มผู้เสียหายที่จะดำเนินคดีแล้ว สภาผู้บริโภคจะนัดหมายกับบริษัทไฟแนนซ์ เพื่อหารือและแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ที่ไม่สามารถบอกเลิกสัญญาคืนรถได้

ว่าที่ร้อยตรีสมชาย อามีน ทนายความเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้บริโภค กล่าวว่า หลังจากที่ได้ข้อมูลความต้องการของผู้บริโภคแล้ว ทีมทนายจะประชุมร่วมกับสภาผู้บริโภค เพื่อกำหนดประเด็นเรื่องของการจัดกลุ่มความเสียหายของผู้เสียหายแต่ละประเภท รวมทั้งพิจารณาถึงกระบวนการในการยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่ม โดยต้องคัดเลือกตัวแทนที่จะเป็นผู้ฟ้องคดีในความเสียหายแต่ละประเภท ซึ่งจะต้องมีการประชุมกันต่อไป

ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับผู้เสียหาย มีความกังวลใจในหลายส่วน ทั้งเรื่องรถที่ซื้อมาแล้วเกิดความชำรุดบกพร่อง ศูนย์บริการปฏิเสธการซ่อม ไม่มีอะไหล่ ไปจนถึงการตั้งคำถามว่าหากใช้รถต่อไปอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยขึ้นในอนาคตหรือไม่

“สิ่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ปัญหาที่ว่ารถมีความชำรุดบกพร่อง บางคนบอกว่าซื้อมาได้แค่ 12 วัน แบตเตอรี่ก็ใช้ไม่ได้แล้ว ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับรถยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องผ่านมาตรฐานอยู่แล้ว นอกจากนี้ ผู้เสียหายบางส่วนต้องการจะคืนรถ แล้วขอเงินคืน บางรายขอให้มีการจัดหาอะไหล่ให้ตามที่สัญญาไว้ และมีผู้บริโภคจำนวนหนึ่งที่ซื้อรถมาใช้และยังไม่ได้เกิดความเสียหาย แต่กังวลใจว่าถ้าใช้ต่อรถจะมีปัญหาหรือไม่ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้จะถูกนำไปพิจารณาในการกำหนดความเสียหายในแต่ละส่วนด้วย” ว่าที่ร้อยตรีสมชายระบุ -517-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...