3 ฐานนิวเคลียร์อิหร่าน สำคัญอย่างไร?
ชวนวิเคราะห์ 3 ฐานนิวเคลียร์อิหร่านสำคัญอย่างไร ทำไมสหรัฐฯ ถึงเดินเกมไวชิง ทิ้งบอมทิ้งก่อนอิหร่านได้ตั้งตัว
วันที่ 22 มิถุนายน 2568 เหตุการณ์โจมตีเป้าหมายนิวเคลียร์สำคัญ 3 แห่งของอิหร่าน เมื่อวันที่ 21-22 มิถุนายน 2025 โดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก
การโจมตีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศว่า"ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง" นี้ ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปอีกขั้น และจุดประเด็นคำถามสำคัญว่า ฐานนิวเคลียร์เหล่านี้มีความสำคัญอย่างไร และเหตุใดสหรัฐฯ จึงตัดสินใจดำเนินการโจมตีครั้งนี้
ระบุเป้าหมาย 3 ฐานนิวเคลียร์สำคัญของอิหร่าน
การโจมตีครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่โรงงานนิวเคลียร์หลักและศูนย์วิจัยที่สำคัญของอิหร่าน ได้แก่
1. Fordow (ฟอร์โดว์):
- ความสำคัญสูงสุด: ถือเป็นเป้าหมายที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากที่สุดในการโจมตีครั้งนี้ และเป็นจุดที่สร้างความกังวลอย่างมากต่อประชาคมโลก
- ลักษณะเด่น: ตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ภูเขาประมาณ 90 เมตร (300 ฟุต) ทำให้เป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่ได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาที่สุดของอิหร่าน การเข้าถึงและการทำลายเป้าหมายนี้เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง
- ศักยภาพ: มีรายงานว่า Fordow มีศักยภาพในการผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้มากถึง 9 ลูก ภายในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ ซึ่งบ่งชี้ถึงความสามารถในการเร่งผลิตอาวุธนิวเคลียร์ที่รวดเร็วและเป็นอันตราย
2. Natanz (นาแทนซ์):
- ความสำคัญ: เป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และเป็นส่วนสำคัญของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน
- ประวัติ: Natanz เคยเป็นเป้าหมายของการโจมตีและการก่อวินาศกรรมจากอิสราเอลหลายครั้งในอดีต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสกัดกั้นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
3. Isfahan (อิสฟาฮาน):
- ความสำคัญ: แม้ไม่ใช่โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมโดยตรง แต่ Isfahan เป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ที่สำคัญ รวมถึงฐานทัพอากาศที่อาจเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์และศักยภาพทางทหารอื่น ๆ ของอิหร่าน ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ที่กว้างขวางของประเทศ
ทำไมสหรัฐฯ ต้องโจมตีทั้ง 3 ฐาน
การตัดสินใจโจมตีเป้าหมายสำคัญทั้งสามแห่งนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือ การทำลายหรือลดทอนขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง โดยมีเหตุผลประกอบดังนี้:
- หยุดยั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์: สหรัฐฯ และอิสราเอลมีความเชื่อมั่นว่าอิหร่านกำลังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของอิสราเอล ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง และสันติภาพของโลก การทำลายฐานเหล่านี้จึงเป็นความพยายามที่จะขจัดภัยคุกคามดังกล่าว
- ลดความเสี่ยงจากการแพร่ขยายอาวุธ: การที่อิหร่านมีขีดความสามารถในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์จะเพิ่มความเสี่ยงที่อาวุธเหล่านี้อาจตกไปอยู่ในมือของกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ หรือเป็นปัจจัยที่ทำให้ภูมิภาคเกิดความไม่มั่นคงและไร้เสถียรภาพมากยิ่งขึ้น
- ส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวและแสดงแสนยานุภาพ: การโจมตีเป้าหมายสำคัญเหล่านี้ โดยเฉพาะ Fordow ซึ่งมีการป้องกันแน่นหนา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลในการดำเนินการเพื่อหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เป็นการสื่อสารที่ชัดเจนไปยังอิหร่านว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
- ประสานความร่วมมือและสนับสนุนอิสราเอล: อิสราเอลมองว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อการดำรงอยู่ของประเทศ การที่สหรัฐฯ เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้จึงเป็นการให้การสนับสนุนที่สำคัญแก่อิสราเอล เพื่อให้มั่นใจว่าอิสราเอลมีความปลอดภัย และเพื่อรักษาสมดุลอำนาจในภูมิภาค
- การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง: การโจมตี Fordow โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ระเบิด GBU-57 "bunker-buster" (ระเบิดเจาะบังเกอร์) แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางทหารของสหรัฐฯ และความสามารถในการทำลายเป้าหมายที่ซับซ้อนที่สุด ซึ่งอาจเป็นการแสดงพลังเพื่อข่มขู่และยับยั้งอิหร่านจากการเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์
รายละเอียดการโจมตีและการตอบโต้
การโจมตีครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 stealth bomber และขีปนาวุธ Tomahawk ที่ยิงจากเรือดำน้ำ ซึ่งเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง
หลังจากการโจมตี สื่อของอิหร่านได้ออกคำเตือนอย่างรุนแรง โดยระบุว่าพลเมืองและบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางทั้งหมดถือเป็นเป้าหมาย และขู่ว่าจะตอบโต้การโจมตีดังกล่าวอย่างสมน้ำสมเนื้อ
สถานการณ์และผลกระทบ
การโจมตีฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญ โดยสหรัฐฯ ได้เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงในความขัดแย้งเป็นครั้งแรก ซึ่งสร้างความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการขยายตัวของสงครามในตะวันออกกลาง และความเป็นไปได้ที่จะเกิดการตอบโต้ที่รุนแรงขึ้นจากอิหร่าน
โดยล่าสุด อิหร่านได้มีการยิงขปนาวุธไปยังอิสราเอลอีกระลอกแล้ว หลังถูกสหรัฐฯ วางบอม 3 ฐานในช่วงคืนที่ผ่านมา
การโจมตีฐานนิวเคลียร์ทั้ง 3 แห่งของอิหร่านเป็นการดำเนินการทางทหารที่มุ่งเป้าไปที่การทำลายหัวใจของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ และเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาคในระยะยาว (ตามมุมมองของสหรัฐฯ และอิสราเอล) อย่างไรก็ตาม การกระทำครั้งนี้ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงสูงที่จะนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้ง และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคในอนาคต
อ้างอิง : bbc.com, bbc.com, cnbc.com, cnbc.com