โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“พาณิชย์” เร่งกระจายผลไม้ กว่า3,000 ตัน สู่ตลาดในประเทศ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 21.51 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 04.42 น.

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้มีการปิดด่านการค้าบางจุด ทำให้การกระจายผลไม้จากจังหวัดภาคตะวันออกที่ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านชะลอลง โดยเฉพาะจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม และบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี แม้การซื้อขายภายในพื้นที่ยังคงดำเนินได้ตามปกติ แต่เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ กระทรวงพาณิชย์จึงได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งผลักดันการระบายผลผลิตภายในประเทศทันที

ขณะนี้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับหน่วยงานและภาคเอกชนต่าง ๆ เร่งกระจายผลไม้จากภาคตะวันออก โดยเฉพาะมังคุดและทุเรียน ซึ่งอยู่ในช่วงปลายฤดูกาลเก็บเกี่ยว คาดว่าผลผลิตจะหมดภายในสิ้นเดือนมิ.ย.

โดยตั้งเป้าระบายผลไม้ จำนวน 3,000 ตัน ทั้งผ่านห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ในเครือ ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ที่ได้ซื้อมังคุดคัดเกรดขนาดกลางจำนวน 1,000 ตัน เพื่อนำไปจำหน่ายในแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ รวมถึงห้าง GO WHOLESALE ที่เตรียมเข้ามารับซื้อเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือจาก บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ในการร่วมรับซื้อผลไม้ไทยเพื่อนำไปจัดทำเป็นอาหารเพื่อจำหน่ายบนสายการบินของไทยแอร์เอเชีย อีกจำนวน 1,000 ตัน สมาคมธนาคาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงเครือข่ายห้างค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ

นอกจากพันธมิตรที่จะมาช่วยรับซื้อผลไม้แล้ว ยังมีสนับสนุนในเรื่องของการจัดส่ง ได้แก่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการช่วยเหลือค่าจัดส่งสำหรับการซื้อขายผลไม้ผ่านออนไลน์โดยสามารถส่งฟรีที่ไปรษณีย์ไทยได้ทุกสาขา ทั้งนี้ กรมได้ตั้งเป้าปริมาณผลไม้ที่จะกระจายผ่านช่องทางไปรษณีย์อีกถึง 3,000 ตัน

“ขณะนี้เราได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และที่สำคัญคือพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันอุดหนุนผลไม้ไทยอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออกในช่วงปลายฤดูนี้จะสามารถระบายได้หมด” นายพิชัย กล่าว

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ปีนี้ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตผลไม้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 17% โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น มังคุดและเงาะ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงปลายฤดูผลผลิต อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การปิดด่านของประเทศเพื่อนบ้าน สร้างความกังวลในการขายผลไม้ในจังหวัดภาคตะวันออกของไทย

รมการค้าภายในจึงได้เร่งประสานความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการช่วยกันกระจายผลผลิตในพื้นที่ออกไปจำหน่ายในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยกรมการค้าภายในจับมือร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่มีระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั่วประเทศ และสามารถกระจายผลผลิตของเกษตรกรได้รวดเร็วและทั่วถึง

ด้วยปัจจุบันการจำหน่ายผลไม้ในช่องทางออนไลน์ หรือการส่งผลไม้เป็นของฝากของขวัญ ต้องใช้บริการการจัดส่งแบบรวดเร็วเพื่อคงความสดใหม่ของผลไม้ ไปสู่ผู้บริโภคในประเทศ และช่วยบรรเทาภาระของเกษตรกรในการนำผลผลิตออกจากแหล่งผลิต รวมถึงประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องผลไม้ตกค้าง

ทั้งนี้กรมการค้าภายในได้จัดเตรียม “บรรจุภัณฑ์ผลไม้ DIT” ซึ่งประกอบด้วยกล่องขนาด 10 กิโลกรัม จำนวน 188,000 กล่อง และตะกร้าขนาด 5 กิโลกรัม จำนวน 50,000 ตะกร้า รวมทั้งสิ้น 238,000 ชิ้น เพื่อช่วยลดต้นทุนการจัดส่งให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยจะเริ่มทยอยกระจายไปยังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ โดยเกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถติดต่อขอรับกล่องและตะกร้าดังกล่าวได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่

เป้าหมายของโครงการนี้คือกระจายผลไม้สำคัญของประเทศ เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย ลองกอง เงาะ และมะม่วง ให้ได้ไม่น้อยกว่า 3,000 ตัน ทั้งนี้ กรมฯ ขอความร่วมมือให้ใช้บรรจุภัณฑ์เหล่านี้สำหรับบรรจุเฉพาะผลไม้ไทย เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือเกษตรกรตามวัตถุประสงค์ของการร่วมมือกันในครั้งนี้

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังได้วางแผนจัดกิจกรรม “Thai Fruits Festival 2025” ในช่วงเดือนก.ค. เพื่อต้อนรับเทศกาลผลไม้จากภาคใต้ อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง และผลไม้ประจำภาคอย่าง จำปาดะ สละ รวมถึงผลไม้จากภาคเหนือ ได้แก่ ลำไย ลิ้นจี่ และส้ม เพื่อส่งเสริมให้เกิดการรับรู้ว่าผลไม้ไทยมีอีกหลายชนิด โดยมุ่งเน้นที่คนเมืองอย่างกรุงเทพและปริมณฑลเพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศและสร้างช่องทางการตลาดเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...