โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไข้เลือดออกมือสอง” โรคที่คนเจ็บไม่ได้ป่วย แต่ทรมานมากกว่าที่คิด

สยามรัฐ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 05.13 น.

“ไข้เลือดออกมือสอง” โรคที่คนเจ็บไม่ได้ป่วย แต่ทรมานมากกว่าที่คิด

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนชื่อของ “ไข้เลือดออก (Dengue Fever)” จะได้รับการพูดถึงมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงที่มีการระบาดของยุงลายที่เป็นพาหะสำคัญของโรคไข้เลือดออกนั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นโรคที่ใกล้ตัวคนไทยมากๆ สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย แม้แต่คนแข็งแรงก็เป็นได้ และพื้นที่ในประเทศไทยล้วนเป็นพื้นที่เสี่ยงไข้เลือดออก

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกีซึ่งมีอยู่ด้วยกันถึง 4 สายพันธุ์ คือ DENV-1, DENV-2, DENV-3 และ DENV-4 มียุงลายตัวเมียเป็นพาหะนำโรค คนที่เคยเป็นแล้วสามารถเป็นซ้ำได้ ถ้าเคยเป็นสายพันธุ์ไหนก็จะมีภูมิคุ้มกันเฉพาะสายพันธุ์นั้นโดยคนเราสามารถเป็นไข้เลือดออกได้ 4 ครั้งในชีวิต และการติดเชื้อครั้งที่ 2 อาการอาจจะรุนแรงกว่าครั้งแรก ดังนั้นยุงลายตัวเดียวก็เสี่ยงต่อการเป็นไข้เลือดออกได้ แน่นอนว่าคนป่วยที่เป็นไข้เลือดออกจะมีอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากไข้เลือดออกเหมือนกัน ซึ่งเราเรียกพวกเขาว่า “ผู้ที่เป็นไข้เลือดออกมือสอง”

‘ไข้เลือดออกมือสอง’ โรคที่คนเจ็บไม่ได้ป่วย แต่ต้องทุกข์ทรมานเพราะคนที่รักติดไข้เลือดออก ไข้เลือดออกมือสอง คือ คำเรียกกลุ่มคนที่ใกล้ชิดผู้ป่วยไข้เลือดออก ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง หรือคนรัก เช่น คุณพ่อที่มีลูกเป็นไข้เลือดออก คนที่มีแฟนติดไข้เลือดออก ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุติดไข้เลือดออก เป็นต้น

โดยสาเหตุที่เรียกกลุ่มคนเหล่านี้ว่าผู้ที่เป็นไข้เลือดออกมือสอง เพราะในช่วงเวลาที่พวกเขาต้องดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออก ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ทรมานไม่แพ้ผู้ป่วยเช่นกัน ไม่ว่าจะต้องทรมานร่างกายที่อาจจะต้องอดหลับอดนอน ต้องลำบากทำงานไปด้วยดูแลคนป่วยไปด้วย รวมไปถึงความทรมานทางด้านจิตใจ เพราะโรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่คาดเดาผลลัพธ์ได้ยาก เนื่องจากยังไม่มียารักษาแบบเฉพาะเจาะจง อีกทั้งยังขึ้นอยู่ที่ร่างกายแต่ละบุคคล บางรายอาการอาจจะไม่รุนแรง แต่บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ได้ ทำให้สภาวะจิตใจของคนใกล้ชิดมีความย่ำแย่ และถ้ามีเรื่องของค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเข้ามาอีก ยิ่งทำให้มีความเครียดมากขึ้นไปอีก ซึ่งในทุกๆ วัน มีผู้ที่เป็นไข้เลือดออกมือสองจำนวนมากที่ยังคงใช้ชีวิตเหมือนปกติทั่วไป อาจจะเป็นคนที่เดินผ่านเราไปมาโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่ถึงแม้พวกเขาจะดูปกติแค่ไหน เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยความทรมาน ความยากลำบาก ที่ถูกกดทับไว้ไม่แสดงออกมาให้ใครได้เห็นก็เป็นได้ ไข้เลือดออกมือสอง ป้องกันได้… เพียงแค่ป้องกันตัวคุณและคนรอบข้างจากไข้เลือดออก

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านเชื้อไวรัสเดงกี หรือยารักษาโรคไข้เลือดออกแบบเฉพาะเจาะจง ทำได้เพียงรักษาตามอาการ เพื่อให้ร่างกายของผู้ป่วยกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งในรายที่อาการไม่รุนแรง โรคไข้เลือดออกอาจหายได้เองภายใน 2-7 วัน แต่มีวิธีป้องกันไม่ให้เป็นไข้เลือดออกได้ด้วยการป้องกันยุงกัด กำจัดแหล่งยุงเกิด มีขั้นตอนง่ายๆ เริ่มต้นที่บ้านได้ เช่น ทำความสะอาดบ้าน เก็บขยะ เก็บภาชนะที่มีน้ำขังเพื่อไม่ให้ยุงวางไข่ และทาครีมกันยุง รวมไปถึง การฉีดวัคซีนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการป้องกันไข้เลือดออก ที่สามารถป้องกันไข้เลือดออกได้ทั้ง 4 สายพันธุ์ และลดอัตราการนอนโรงพยาบาลได้ 80-90%*

*โดยคำแนะนำใหม่ของวัคซีนไข้เลือดออกโดยสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยปี พ.ศ. 2568 คือพิจารณาให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นไข้เลือดออกรุนแรงได้รับวัคซีนเป็นลำดับแรกๆ ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคตับเรื้อรัง

ผู้ที่เคยเป็นไข้เลือดออกแล้ว สามารถพิจารณาการฉีดวัคซีนได้ เพราะไข้เลือดออกสามารถเป็นซ้ำได้ โดยแนะนำให้รับวัคซีนหลังจากหายแล้วอย่างน้อย 6 เดือน การฉีดวัคซีนไข้เลือดออกจึงเป็นการลดโอกาสในการติดเชื้อ ลดโอกาสในการนอนโรงพยาบาล และลดอาการรุนแรงของโรค การป้องกันการเป็นไข้เลือดออกมือสอง สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการป้องกันไม่ให้คนใกล้ตัวติดไข้เลือดออก เพราะเพียงแค่คนใกล้ตัวติดไข้เลือดออก คนที่ต้องดูแลก็จะได้ชื่อว่าเป็นไข้เลือดออกมือสองแล้ว

ไข้เลือดออกใกล้ตัวกว่าที่คิด แต่การป้องกันนั้นสำคัญกว่าการรักษา ร่วมกันป้องกันไข้เลือดออกด้วยมาตรการป้องกันไข้เลือดออกอื่นๆ และการฉีดวัคซีน สามารถปรึกษาแพทย์ได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/3SPtmlH

ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นสำหรับประชาชนเป็นการทั่วไปโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการให้ข้อมูลเท่านั้น ข้อมูลนี้ไม่ควรถูกนำไปใช้เพื่อวินิจฉัยหรือรักษาปัญหาสุขภาพหรือโรคใด ๆ การให้ข้อมูลดังกล่าวนี้ไม่มีวัตถุประสงค์เป็นการทดแทนการปรึกษากับผู้ให้บริการทางการแพทย์ โปรดปรึกษาผู้ให้บริการทางการแพทย์ของท่านสำหรับคำแนะนำเพิ่มเติม ประสบการณ์ของแต่ละบุคคลเกี่ยวกับไข้เลือดออกอาจแตกต่างกันออกไป

C-ANPROM/TH/DENV/0918: Jun 2025

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...