โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คิงเพาเวอร์ฯ ลุ้น AOT หาทางออกวิน-วิน สัญญาดิวตี้ฟรีสนามบิน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 18.49 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 01.45 น.

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิงเพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ คิงเพาเวอร์ฯ กำลังรอ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT พิจารณาข้อเสนอของบริษัทฯ เรื่องของสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรี บริเวณท่าอากาศยานหลักของ ทอท. ที่เสนอไปก่อนหน้านี้ และน่าจะมีการจ้างที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาข้อมูลทั้งหมด

ทั้งนี้ยอมรับว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับคิงเพาเวอร์ บ้าง เช่น กรณีของวงเงินค้ำประกัน (Bank Guarantee) ที่วางไว้เป็นหลักประกันตามหลักเกณฑ์ในสัญญาเป็นอย่างไร เบื้องต้นเห็นตัวเลขอยู่ว่า ถ้าติดหนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วถ้าวันดีคืนดีถ้าติดหนี้แล้ว Over Bank Guarantee ใครจะรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นวันนี้ปัญหาไม่ได้เกิดแค่ทางฝั่งคิงพาวเวอร์ ฝั่งเดียว แต่เป็นทั้งสองฝั่ง มันอยู่ที่การยืดเวลามาจนโคม่าทั้งคู่

นายนิตินัย ระบุว่า ในการส่งหนังสือเพื่อขอหารือแนวทางยกเลิกสัญญาร้านสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) 3 ท่าอากาศยานในภูมิภาค ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่นั้น มองว่า กรณีดังกล่าวเปรียบได้กับกรณีคนป่วยที่อยู่ได้เพราะมีออกซิเจน โดยเจตนาของบริษัทคือถามไปที่ ททท.ว่า ช่วยถอดออกซิเจนให้หน่อย เพราะไม่ไหวแล้ว ซึ่งนี่คือสัญญาณที่ส่งไป แต่ก็ได้อธิบายรายละเอียดว่า สามารถช่วยได้เพราะตัวเองมีอาการอะไรบ้าง และมีความหวังว่าจะช่วยรักษาได้

นายนิตินัย ยอมรับว่า ที่ผ่านมาในการยื่นข้อเสนอไปแต่ละครั้ง มักเป็นกรณีของการขอนโยบายเยียวยาช่วยเหลือเป็นหลัก เพื่อให้ททท.พิจารณาแนวทางช่วยเหลือ แต่หนังสือครั้งล่าสุดที่ส่งไป แตกต่างกันเพราะเป็นการแจ้งขอหารือแนวทางยกเลิกสัญญา หากทอท. พิจารณาแล้วเห็นด้วยก็จบ และบริษัทจะไปหาทางดำเนินธุรกิจอื่น ๆ ต่อไป เพราะถ้าปล่อยไปเรื่อย ๆ ต้นทุนที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันจะส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างต่อเนื่องแน่นอน

สำหรับเงื่อนไขที่บริษัทต้องการอยากเห็น นายนิตินัย เชื่อว่า มีเงื่อนไขมันมากมาย แต่ก็ต้องรอการพิจารณาก่อนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร หรือเงื่อนไขลดลงมากแค่ไหน ก็ต้องรอความชัดเจนก่อน โดยบริษัทอยากเห็นแนวโน้มที่ดีว่าให้การดำเนินธุรกิจอยู่ต่อ

ขณะที่รายละเอียดของสัญญาสัมปทานที่ทอท.ทํากับคิงเพาเวอร์ ปัจจุบันนั้น เห็นว่า เดิมทีในช่วงที่มีการกำหนดวงเงินผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปี (Minimum Guarantee) อยู่ภายใต้ข้อสมมุติฐานต่าง ๆ โดยขอให้ศัพท์เทคนิคที่เรียกว่า พารามิเตอร์ ตัวพารามิเตอร์จะใช้ไปคํานวณ แต่ตอนนี้ไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ เพราะว่าสมมติฐานตอนคํานวณวันนั้นมีอะไรผิดพลาด โดยเฉพาะกรณีการเกิดการแพร่ระบาดของโควิด เป็นต้น

“การผิดพลาดดังกล่าวก่อนหน้าในอดีตก็ต้องดูว่าเป็นการผิดพลาดจากฝั่งไหน โดยดูผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำใครสูงกว่ากัน และต้องแก้ให้เกิดความเป็นธรรมภายใต้บริบทที่เปลี่ยนด้วย ซึ่งรายละเอียดในหนังสือของคิงเพาเวอร์ 7 ประเด็น ก็เป็นพารามิเตอร์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป และต้องปรับปรุงด้วย” นายนิตินัย กล่าว

ส่วนขั้นตอนต่อจากนี้ เชื่อว่า ทอท. จะพิจารณารายละเอียดในหนังสือของคิงเพาเวอร์ ได้ระบุถึง 7 ประเด็นสำคัญที่กระทบต่อธุรกิจ และน่าจะมีการจ้างที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาข้อมูลทั้งหมด

"ในการเข้าไปหารือร่วมกับ ทอท. ล่าสุด ทอท.ได้เชิญคิงเพาเวอร์ เข้าไปหารือและรับฟังเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ทางบริษัทได้เสนอเข้าไปก่อนหน้านี้ เพื่อขอให้ขยายความรายละเอียดของเงื่อนไขทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร โดยไม่ใช่เวทีการเจรจาเรื่องของสัญญา"

อย่างไรก็ตามในขั้นตอนต่อจากนี้เท่าที่ทราบกระบวนการผู้บริหารแต่ละบอร์ดจะมีการดำเนินงานต่างกัน โดยมีคณะกรรมการกลั่นกรองรับเรื่องก่อน แล้วจึงก็เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการรายได้ จากนั้นจึงเสนอบอร์ดใหญ่ ซี่งก็ได้รับทราบว่าทางทอท.ก็น่าจะตั้งที่ปรึกษาเข้ามาดูเรื่องนี้ และคงอยู่ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ 60 วัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...