คิงเพาเวอร์ฯ ลุ้น AOT หาทางออกวิน-วิน สัญญาดิวตี้ฟรีสนามบิน
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิงเพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ คิงเพาเวอร์ฯ กำลังรอ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT พิจารณาข้อเสนอของบริษัทฯ เรื่องของสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรี บริเวณท่าอากาศยานหลักของ ทอท. ที่เสนอไปก่อนหน้านี้ และน่าจะมีการจ้างที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาข้อมูลทั้งหมด
ทั้งนี้ยอมรับว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับคิงเพาเวอร์ บ้าง เช่น กรณีของวงเงินค้ำประกัน (Bank Guarantee) ที่วางไว้เป็นหลักประกันตามหลักเกณฑ์ในสัญญาเป็นอย่างไร เบื้องต้นเห็นตัวเลขอยู่ว่า ถ้าติดหนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วถ้าวันดีคืนดีถ้าติดหนี้แล้ว Over Bank Guarantee ใครจะรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นวันนี้ปัญหาไม่ได้เกิดแค่ทางฝั่งคิงพาวเวอร์ ฝั่งเดียว แต่เป็นทั้งสองฝั่ง มันอยู่ที่การยืดเวลามาจนโคม่าทั้งคู่
นายนิตินัย ระบุว่า ในการส่งหนังสือเพื่อขอหารือแนวทางยกเลิกสัญญาร้านสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) 3 ท่าอากาศยานในภูมิภาค ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่นั้น มองว่า กรณีดังกล่าวเปรียบได้กับกรณีคนป่วยที่อยู่ได้เพราะมีออกซิเจน โดยเจตนาของบริษัทคือถามไปที่ ททท.ว่า ช่วยถอดออกซิเจนให้หน่อย เพราะไม่ไหวแล้ว ซึ่งนี่คือสัญญาณที่ส่งไป แต่ก็ได้อธิบายรายละเอียดว่า สามารถช่วยได้เพราะตัวเองมีอาการอะไรบ้าง และมีความหวังว่าจะช่วยรักษาได้
นายนิตินัย ยอมรับว่า ที่ผ่านมาในการยื่นข้อเสนอไปแต่ละครั้ง มักเป็นกรณีของการขอนโยบายเยียวยาช่วยเหลือเป็นหลัก เพื่อให้ททท.พิจารณาแนวทางช่วยเหลือ แต่หนังสือครั้งล่าสุดที่ส่งไป แตกต่างกันเพราะเป็นการแจ้งขอหารือแนวทางยกเลิกสัญญา หากทอท. พิจารณาแล้วเห็นด้วยก็จบ และบริษัทจะไปหาทางดำเนินธุรกิจอื่น ๆ ต่อไป เพราะถ้าปล่อยไปเรื่อย ๆ ต้นทุนที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันจะส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างต่อเนื่องแน่นอน
สำหรับเงื่อนไขที่บริษัทต้องการอยากเห็น นายนิตินัย เชื่อว่า มีเงื่อนไขมันมากมาย แต่ก็ต้องรอการพิจารณาก่อนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร หรือเงื่อนไขลดลงมากแค่ไหน ก็ต้องรอความชัดเจนก่อน โดยบริษัทอยากเห็นแนวโน้มที่ดีว่าให้การดำเนินธุรกิจอยู่ต่อ
ขณะที่รายละเอียดของสัญญาสัมปทานที่ทอท.ทํากับคิงเพาเวอร์ ปัจจุบันนั้น เห็นว่า เดิมทีในช่วงที่มีการกำหนดวงเงินผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปี (Minimum Guarantee) อยู่ภายใต้ข้อสมมุติฐานต่าง ๆ โดยขอให้ศัพท์เทคนิคที่เรียกว่า พารามิเตอร์ ตัวพารามิเตอร์จะใช้ไปคํานวณ แต่ตอนนี้ไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ เพราะว่าสมมติฐานตอนคํานวณวันนั้นมีอะไรผิดพลาด โดยเฉพาะกรณีการเกิดการแพร่ระบาดของโควิด เป็นต้น
“การผิดพลาดดังกล่าวก่อนหน้าในอดีตก็ต้องดูว่าเป็นการผิดพลาดจากฝั่งไหน โดยดูผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำใครสูงกว่ากัน และต้องแก้ให้เกิดความเป็นธรรมภายใต้บริบทที่เปลี่ยนด้วย ซึ่งรายละเอียดในหนังสือของคิงเพาเวอร์ 7 ประเด็น ก็เป็นพารามิเตอร์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป และต้องปรับปรุงด้วย” นายนิตินัย กล่าว
ส่วนขั้นตอนต่อจากนี้ เชื่อว่า ทอท. จะพิจารณารายละเอียดในหนังสือของคิงเพาเวอร์ ได้ระบุถึง 7 ประเด็นสำคัญที่กระทบต่อธุรกิจ และน่าจะมีการจ้างที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาข้อมูลทั้งหมด
"ในการเข้าไปหารือร่วมกับ ทอท. ล่าสุด ทอท.ได้เชิญคิงเพาเวอร์ เข้าไปหารือและรับฟังเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ทางบริษัทได้เสนอเข้าไปก่อนหน้านี้ เพื่อขอให้ขยายความรายละเอียดของเงื่อนไขทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร โดยไม่ใช่เวทีการเจรจาเรื่องของสัญญา"
อย่างไรก็ตามในขั้นตอนต่อจากนี้เท่าที่ทราบกระบวนการผู้บริหารแต่ละบอร์ดจะมีการดำเนินงานต่างกัน โดยมีคณะกรรมการกลั่นกรองรับเรื่องก่อน แล้วจึงก็เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการรายได้ จากนั้นจึงเสนอบอร์ดใหญ่ ซี่งก็ได้รับทราบว่าทางทอท.ก็น่าจะตั้งที่ปรึกษาเข้ามาดูเรื่องนี้ และคงอยู่ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ 60 วัน