โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘การบินไทย’ ปรับเส้นทางบิน หลังกัมพูชาประกาศปิดน่านฟ้า

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 02.36 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 09.30 น.

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากกรณีกัมพูชาปิดน่านฟ้าในพื้นที่ที่มีการปะทะบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชานั้น ขณะนี้การบินไทยยังคงทำการบินตามปกติ แต่ได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางบินใหม่ ในเส้นทางกรุงเทพฯ - พนมเปญ รวมทั้งเส้นทางอื่นๆ ที่เคยต้องทำการบินผ่านน่านฟ้าดังกล่าว อาทิ กรุงเทพฯ - มะนิลา โดยภาพรวมจากการบินเลี่ยงน่านฟ้าดังกล่าว ทำให้ต้องบินอ้อมเล็กน้อยใช้เวลาเพิ่มขึ้นประมาณ 10 นาที จึงถือว่าไม่ได้รับผลกระทบมาก

สำหรับการประกาศปิดน่านฟ้าของกัมพูชานั้น พนมเปญโพสต์ รายงานว่า วันนี้ (26 ก.ค.) นายสิน จันเสรีวุฒา โฆษกสำนักงานเลขาธิการการบินพลเรือนแห่งรัฐ หรือ SSCA เปิดเผยว่า ได้ตัดสินใจปิดน่านฟ้าเหนือพื้นที่ความขัดแย้ง โดยอ้างว่ามาจากจากที่ประเทศไทยใช้อาวุธหนักระดับสูง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อเครื่องบินพาณิชย์ มาตรการนี้อ้างอิงจากบทเรียนในเหตุการณ์ระหว่างประเทศที่ผ่านมา

อีกทั้งหน่วยงานควบคุมการจราจรทางอากาศของกัมพูชายังได้สั่งห้ามเที่ยวบินที่ความสูงต่ำกว่า 1,200 เมตร ในพื้นที่ระหว่างสนามบินนานาชาติเสียมราฐ (เดิม) และจังหวัดไพลิน

โดยโฆษก SSCA ระบุด้วยว่า เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ขัดแย้งตลอดคืนวันที่ 25 ก.ค. เราจึงได้ปรับเส้นทางการบินที่อาจมีความเสี่ยง โดยไม่อนุญาตให้มีเที่ยวบินใดบินผ่านพื้นที่ดังกล่าว เที่ยวบินทั้งหมดที่โดยปกติจะบินผ่านบริเวณนั้นได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนเส้นทาง ทั้งนี้ เที่ยวบินของสายการบินที่โดยปกติจะบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชาไม่ได้ถูกยกเลิกหรือจำกัด เพียงแค่เปลี่ยนเส้นทางเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...