กต. แถลงย้ำ ไทยไม่รับอำนาจศาลโลก ยันใช้แผนที่ 1 : 50,000 ชี้ "กัมพูชา" ข้ามขั้นตอนหลักสากล
กต. แถลงย้ำไทยไม่รับอำนาจศาลโลก ยันใช้แผนที่ 1 : 50,000 ชี้ "กัมพูชา" ข้ามขั้นตอนหลักสากล ลั่นจะไม่ใช้อารมณ์ ยกระดับความขัดแย้ง เผยตั้งทีมกฎหมายรับมือแล้ว
วันที่ 16 มิ.ย. 2568 กระทรวงการต่างประเทศจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ครั้งที่ 6 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 14–15 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการย้ำจุดยืนของรัฐบาลไทยต่อกรณีที่กัมพูชาเตรียมนำข้อพิพาทบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย เข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)
รัฐบาลไทยระบุว่า ไม่ยอมรับเขตอำนาจของ ICJ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ซึ่งเป็นจุดยืนร่วมกับประเทศสมาชิกสหประชาชาติอีกกว่า 118 ประเทศ และเห็นว่าแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขข้อพิพาทควรดำเนินการผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่แล้วระหว่างสองประเทศ อาทิ JBC, GBC และ RBC โดยไทยยืนยันการยึดมั่นในหลักสันติวิธีตามกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ
อธิบดีกรมสารนิเทศ แถลงปมพิพาทกัมพูชา
ไทยจริงใจ – กัมพูชาเลี่ยงหารือ
นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวในนามกระทรวงการต่างประเทศว่า การประชุม JBC ครั้งล่าสุด ไทยได้เข้าร่วมด้วยความจริงใจและสุจริตใจเพื่อแสวงหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ แต่รู้สึก “ผิดหวัง” ที่กัมพูชาเลือกจะไม่หารือพื้นที่พิพาททั้ง 4 จุดภายในเวที JBC และหันไปใช้แนวทางการยื่นต่อ ICJ แทน
นายนิกรเดช กล่าวต่อว่า เรื่องเขตแดนเป็นประเด็นทางเทคนิคที่อยู่ในกรอบของ JBC มาโดยตลอด และไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุม JBC สมัยพิเศษในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้ตอบรับแล้ว ในประเด็นมาตรการตอบโต้
นายนิกรเดช กล่าวว่า ไทยใช้แนวทางระมัดระวัง ไม่ใช้อารมณ์หรือยกระดับความขัดแย้ง โดยรัฐบาลไทย “ไม่มีเป้าหมายโจมตีประชาชน” และจะไม่ยอมให้ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถูกนำมาใช้ในทางการเมืองภายใน พร้อมเตือนว่า การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียไม่ใช่ช่องทางที่เป็นทางการ และอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดในวงกว้าง
นายนิกรเดช ชี้แจงกรณีการแถลงข่าวของไทยล่าช้าว่า เพราะคณะผู้แทน JBC เพิ่งเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ในค่ำวันที่ 15 มิ.ย. จึงเลือกออกแถลงการณ์กลางดึก และจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันถัดมา และในเวลา 15.30 น. ของวันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจะจัดการชี้แจงข้อเท็จจริงแก่คณะทูตประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
ไทยไม่เคยตกลงใช้แผนที่ 1:200,000 – JBC พัฒนาแนวปฏิบัติร่วม
นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธาน JBC ฝ่ายไทย เปิดเผยว่า การประชุม JBC ครั้งนี้ ถือว่าราบรื่นที่สุดในรอบ 5 ครั้งที่ตนเคยเข้าร่วม โดยมีความคืบหน้าในการสำรวจและยืนยันหลักเขตที่เห็นชอบร่วมกันแล้ว 45 หลัก จากทั้งหมด 74 หลัก ซึ่งเป็นแนวทางที่สืบทอดจากการปักปันตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6
ขณะนี้กำลังเดินหน้าผลิตแผนที่ฉบับใหม่ร่วมกันผ่านเทคโนโลยี Orthophoto และ LIDAR เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปักเขตแดน โดยไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับแผนที่ 1 : 200,000 ตามที่มีการกล่าวอ้างในบางสื่อ
ประธาน JBC ฝ่ายไทย ยันใช้แผนที่ 1:50,000
นายประศาสน์ กล่าวต่อว่า แผนที่ที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานจริงคือมาตราส่วน 1 : 50,000 ซึ่งทั้งสองฝ่ายร่วมจัดทำ จึงมีผลผูกพันโดยธรรมชาติ การที่กัมพูชาหลีกเลี่ยงไม่หารือ 4 พื้นที่พิพาทในเวที JBC ทั้งที่ตนเคยมีบทบาทสำรวจพื้นที่จริง และเคยเสนอมาตรการ “ห้ามทำกิจกรรม” เพื่อลดความเสี่ยงต่อความตึงเครียดนั้น ถือเป็นเรื่องที่ “น่าเสียดาย” โดยเฉพาะในเมื่อการหารือทางเทคนิคสามารถช่วยลดโอกาสการปะทะได้จริง
นายประศาสน์ กล่าวอีกว่า สนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส ปี 1904 และ 1907 เป็นกรอบทางกฎหมายที่ใช้ยึดถือในการเจรจา ไม่ใช่เพราะไทยตกลงโดยสมัครใจ แต่เพราะเป็นภาระผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ และการอ้างแผนที่ฝ่ายเดียวไม่อาจมีผลผูกพันได้
ยังไม่เห็นคำร้องกัมพูชา - ไทยตั้งทีมกฎหมายเตรียมพร้อมทุกด้าน
นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ระบุว่า จนถึงขณะนี้ไทยยังไม่ได้รับคำร้องอย่างเป็นทางการจากกัมพูชา หรือศาลโลก และไม่ทราบรายละเอียดว่าใช้ฐานอำนาจใดในการยื่นฟ้อง
นายเบญจมินทร์ กล่าวต่อว่า กรมได้ตั้งทีมกฎหมายเตรียมความพร้อมรับมือ และมีที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศระดับโลกให้ความเห็นร่วมด้วย พร้อมย้ำว่า การเข้าสู่กระบวนการ ICJ จะต้องได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่ายเท่านั้น โดยไทยได้ประกาศไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503
อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เผยตั้งทีมกฎหมายรับมือแล้ว
นายเบญจมินทร์ กล่าวถึง MOU 2543 (MOU 43) ระหว่างไทย–กัมพูชา ว่า ระบุไว้ชัดเจนว่า หากมีปัญหาในการตีความหรือการบังคับใช้ ต้องมีการหารือร่วมกันก่อน ไม่ใช่ดำเนินการฝ่ายเดียว ซึ่งการกระทำของกัมพูชาอาจถือว่า “ข้ามขั้นตอน” ตามหลักสากล
นายเบญจมินทร์ กล่าวอีกว่า ประเด็นข้อพิพาทชายแดนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยเวลา และแม้แต่ศาลโลกเองก็มักตัดสินในหลักการ และปล่อยให้คู่กรณีไปตกลงรายละเอียดภายหลัง การแก้ไขข้อพิพาทควรใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ซึ่งยังดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กต. แถลงย้ำ ไทยไม่รับอำนาจศาลโลก ยันใช้แผนที่ 1 : 50,000 ชี้ "กัมพูชา" ข้ามขั้นตอนหลักสากล
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th