โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กต. แถลงย้ำ ไทยไม่รับอำนาจศาลโลก ยันใช้แผนที่ 1 : 50,000 ชี้ "กัมพูชา" ข้ามขั้นตอนหลักสากล

Khaosod

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 08.27 น.

กต. แถลงย้ำไทยไม่รับอำนาจศาลโลก ยันใช้แผนที่ 1 : 50,000 ชี้ "กัมพูชา" ข้ามขั้นตอนหลักสากล ลั่นจะไม่ใช้อารมณ์ ยกระดับความขัดแย้ง เผยตั้งทีมกฎหมายรับมือแล้ว

วันที่ 16 มิ.ย. 2568 กระทรวงการต่างประเทศจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ครั้งที่ 6 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 14–15 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการย้ำจุดยืนของรัฐบาลไทยต่อกรณีที่กัมพูชาเตรียมนำข้อพิพาทบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย เข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)

รัฐบาลไทยระบุว่า ไม่ยอมรับเขตอำนาจของ ICJ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ซึ่งเป็นจุดยืนร่วมกับประเทศสมาชิกสหประชาชาติอีกกว่า 118 ประเทศ และเห็นว่าแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขข้อพิพาทควรดำเนินการผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่แล้วระหว่างสองประเทศ อาทิ JBC, GBC และ RBC โดยไทยยืนยันการยึดมั่นในหลักสันติวิธีตามกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ

อธิบดีกรมสารนิเทศ แถลงปมพิพาทกัมพูชา

ไทยจริงใจ – กัมพูชาเลี่ยงหารือ

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวในนามกระทรวงการต่างประเทศว่า การประชุม JBC ครั้งล่าสุด ไทยได้เข้าร่วมด้วยความจริงใจและสุจริตใจเพื่อแสวงหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ แต่รู้สึก “ผิดหวัง” ที่กัมพูชาเลือกจะไม่หารือพื้นที่พิพาททั้ง 4 จุดภายในเวที JBC และหันไปใช้แนวทางการยื่นต่อ ICJ แทน

นายนิกรเดช กล่าวต่อว่า เรื่องเขตแดนเป็นประเด็นทางเทคนิคที่อยู่ในกรอบของ JBC มาโดยตลอด และไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุม JBC สมัยพิเศษในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้ตอบรับแล้ว ในประเด็นมาตรการตอบโต้

นายนิกรเดช กล่าวว่า ไทยใช้แนวทางระมัดระวัง ไม่ใช้อารมณ์หรือยกระดับความขัดแย้ง โดยรัฐบาลไทย “ไม่มีเป้าหมายโจมตีประชาชน” และจะไม่ยอมให้ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถูกนำมาใช้ในทางการเมืองภายใน พร้อมเตือนว่า การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียไม่ใช่ช่องทางที่เป็นทางการ และอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดในวงกว้าง

นายนิกรเดช ชี้แจงกรณีการแถลงข่าวของไทยล่าช้าว่า เพราะคณะผู้แทน JBC เพิ่งเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ในค่ำวันที่ 15 มิ.ย. จึงเลือกออกแถลงการณ์กลางดึก และจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันถัดมา และในเวลา 15.30 น. ของวันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจะจัดการชี้แจงข้อเท็จจริงแก่คณะทูตประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ไทยไม่เคยตกลงใช้แผนที่ 1:200,000 – JBC พัฒนาแนวปฏิบัติร่วม

นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธาน JBC ฝ่ายไทย เปิดเผยว่า การประชุม JBC ครั้งนี้ ถือว่าราบรื่นที่สุดในรอบ 5 ครั้งที่ตนเคยเข้าร่วม โดยมีความคืบหน้าในการสำรวจและยืนยันหลักเขตที่เห็นชอบร่วมกันแล้ว 45 หลัก จากทั้งหมด 74 หลัก ซึ่งเป็นแนวทางที่สืบทอดจากการปักปันตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6

ขณะนี้กำลังเดินหน้าผลิตแผนที่ฉบับใหม่ร่วมกันผ่านเทคโนโลยี Orthophoto และ LIDAR เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปักเขตแดน โดยไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับแผนที่ 1 : 200,000 ตามที่มีการกล่าวอ้างในบางสื่อ

ประธาน JBC ฝ่ายไทย ยันใช้แผนที่ 1:50,000

นายประศาสน์ กล่าวต่อว่า แผนที่ที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานจริงคือมาตราส่วน 1 : 50,000 ซึ่งทั้งสองฝ่ายร่วมจัดทำ จึงมีผลผูกพันโดยธรรมชาติ การที่กัมพูชาหลีกเลี่ยงไม่หารือ 4 พื้นที่พิพาทในเวที JBC ทั้งที่ตนเคยมีบทบาทสำรวจพื้นที่จริง และเคยเสนอมาตรการ “ห้ามทำกิจกรรม” เพื่อลดความเสี่ยงต่อความตึงเครียดนั้น ถือเป็นเรื่องที่ “น่าเสียดาย” โดยเฉพาะในเมื่อการหารือทางเทคนิคสามารถช่วยลดโอกาสการปะทะได้จริง

นายประศาสน์ กล่าวอีกว่า สนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส ปี 1904 และ 1907 เป็นกรอบทางกฎหมายที่ใช้ยึดถือในการเจรจา ไม่ใช่เพราะไทยตกลงโดยสมัครใจ แต่เพราะเป็นภาระผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ และการอ้างแผนที่ฝ่ายเดียวไม่อาจมีผลผูกพันได้

ยังไม่เห็นคำร้องกัมพูชา - ไทยตั้งทีมกฎหมายเตรียมพร้อมทุกด้าน

นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ระบุว่า จนถึงขณะนี้ไทยยังไม่ได้รับคำร้องอย่างเป็นทางการจากกัมพูชา หรือศาลโลก และไม่ทราบรายละเอียดว่าใช้ฐานอำนาจใดในการยื่นฟ้อง

นายเบญจมินทร์ กล่าวต่อว่า กรมได้ตั้งทีมกฎหมายเตรียมความพร้อมรับมือ และมีที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศระดับโลกให้ความเห็นร่วมด้วย พร้อมย้ำว่า การเข้าสู่กระบวนการ ICJ จะต้องได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่ายเท่านั้น โดยไทยได้ประกาศไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503

อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เผยตั้งทีมกฎหมายรับมือแล้ว

นายเบญจมินทร์ กล่าวถึง MOU 2543 (MOU 43) ระหว่างไทย–กัมพูชา ว่า ระบุไว้ชัดเจนว่า หากมีปัญหาในการตีความหรือการบังคับใช้ ต้องมีการหารือร่วมกันก่อน ไม่ใช่ดำเนินการฝ่ายเดียว ซึ่งการกระทำของกัมพูชาอาจถือว่า “ข้ามขั้นตอน” ตามหลักสากล

นายเบญจมินทร์ กล่าวอีกว่า ประเด็นข้อพิพาทชายแดนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยเวลา และแม้แต่ศาลโลกเองก็มักตัดสินในหลักการ และปล่อยให้คู่กรณีไปตกลงรายละเอียดภายหลัง การแก้ไขข้อพิพาทควรใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ซึ่งยังดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กต. แถลงย้ำ ไทยไม่รับอำนาจศาลโลก ยันใช้แผนที่ 1 : 50,000 ชี้ "กัมพูชา" ข้ามขั้นตอนหลักสากล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...