โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กลยุทธ์ Loss Leader ยอมขาดทุนแลกกับดึงลูกค้าเข้าร้าน ทำแล้วคุ้มจริงหรือ

SMART SME

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 16.22 น.

บางทีการยอมเป็นผู้แพ้ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป อย่างกลยุทธ์ Loss Leader ที่ยอมเสี่ยงให้ธุรกิจยอม “ขาดทุน” ก่อน เพื่อแลกมาผล “กำไร” ในอนาคต โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกที่มักใช้วิธีการนี้ทำการตลาดอยู่เสมอ

การทำธุรกิจขึ้นชื่อมาว่า “ขาดทุน” คงเป็นคำที่ผู้ประกอบการไม่ขอเจอ เพราะใคร ๆ ต่างก็หวังกับอยากจะได้ “กำไร” กันทั้งนั้น แต่อีกมุมของกลยุทธ์การตลาดอย่าง Loss Leader มีความน่าสนใจไม่ใช่น้อย แม้ช่วงแรกอาจจะต้องแลกมากับความเจ็บตัวก็ตาม แต่หากมีแนวทางที่ชัดเจนย่อมเกิดความคุ้มค่า ประสบความสำเร็จได้

Loss Leader มักจะถูกนำมาใช้ในเรื่องของการตั้งราคาสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าปกติเพื่อล่อตาล่อใจให้คนเข้ามาซื้อ โดยอาจจะเป็นสินค้าบางรายการ แน่นอนว่าเป้าประสงค์ที่แท้จริง คือการอยากได้ลูกค้าให้มาซื้อสินค้ากับแบรนด์เราในจำนวนเพิ่มมากขึ้น และหวังว่าในอนาคตกลุ่มลูกค้าเหล่านี้จะเปลี่ยนจากขาจรให้เป็นขาประจำในท้ายที่สุด เข้ามาซื้อสินค้าอื่น ๆ

ดังนั้น เราจึงเห็นร้านซูเปอร์มาร์เก็ต-ห้างค้าปลีก เลือกใช้วิธีการนี้ นำสินค้ามาลดราคาที่ถูกกว่าต้นทุน เช่น น้ำมันพืช, ขนม, ของใช้ภายในบ้าน มาจัดโปร หรือมาเป็นเหยื่อล่อ ซึ่งเมื่อลูกค้าเดินเข้ามาภายในร้านย่อมคาดหวังว่าจะซื้อสินค้าอื่น ๆ ติดมือกลับไปด้วยนั่นเอง เพื่อชดเชยกับส่วนที่ขาดทุน รวมถึงสร้างกำไรโดยรวมให้กับธุรกิจ

เช่นเดียวกับ ร้านอาหารที่มักใช้กลยุทธ์นี้เพื่อดึงดูดคนเข้ามาใช้บริการ อย่างร้านชาบู-หมูกระทะ ที่มักจะเลือกใช้การตั้งราคาแบบ “บุฟเฟ่ต์” แต่หวังไปสร้างกำไรกับการสั่งเครื่องดื่ม หรือสั่งเมนูเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่มี หรือร้านข้าวต้ม 1 บาท ที่ขายข้าวต้มในราคาถูก แต่ไปทำกำไรจากกับข้าวที่ลูกค้าสั่ง

ข้อดีของกลยุทธ์ Loss Leader ไม่ใช่แค่ดึงลูกค้าเข้ามาในร้านเท่านั้น โดยยังส่งผลดีในเรื่องอื่น ๆ ทั้ง การเพิ่มยอดขายโดยรวม, มีการระบายสินค้าในสต๊อกได้ดียิ่งขึ้น, แบรนด์เป็นที่จดจำของลูกค้า, สร้างความภักดีของลูกค้า เพราะมาแล้วรู้สึกว่าได้สินค้าราคาถูก

แต่อีกด้านหนึ่งกลยุทธ์นี้ก็มีข้อเสียเหมือนกัน หากเกิดกรณีที่ว่า ลูกค้าซื้อแต่สินค้าลดราคาอย่างเดียว ไม่ซื้อสินค้าอื่น วิธีการนี้ย่อมไม่ประสบความสำเร็จ หรืออาจนำไปสู่ “สงครามราคา” ที่คู่แข่งในธุรกิจเดียวกันทำบ้าง ซึ่งจะทำให้การแข่งขันมีความรุนแรง และทุกคนจะขาดทุน

Loss Leader เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลัง แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง มีการวางแผน คำนวณอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และไม่ทำให้ธุรกิจเสียหาย

เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...