โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่อง 10 เจ้าหนี้รายใหญ่กัมพูชา ไทยก็ติดท็อป เผยยุทธศาสตร์ กระตุ้นเศรษฐกิจ

Thaiger

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 17.25 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 10.25 น. • Thaiger ข่าวไทย

เปิดโผ 10 อันดับเจ้าหนี้กัมพูชา ไทยก็ติดด้วย ล่าสุดชำระหนี้จีนแล้ว ยอดหนี้สาธารณะรวม 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เปิดแผนสำคัญ ใช้เงินพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เป็นวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจดีที่สุด

กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชาเปิดเผยรายงานหนี้สาธารณะล่าสุด ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ระบุว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 กัมพูชาได้ชำระหนี้เงินกู้คืนแก่ประเทศจีนไปแล้ว 117 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 3.8 พันล้าน ส่งผลให้ยอดหนี้คงค้างกับจีนลดลงเหลือ 3.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 126 แสนล้านบาท สิ้นเดือนมีนาคมปีนี้กัมพูชายังไม่ได้กู้ยืมเงินจากจีนเพิ่มแต่อย่างใด

แม้จะไม่มีการกู้ยืมใหม่ในปีนี้ แต่จีนยังคงเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของกัมพูชา 3.981 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วยธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่มียอดหนี้คงค้าง 2.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วยธนาคารโลก (World Bank) 1.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และญี่ปุ่น 1.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนลำดับที่ 5 – 12 มีรายชื่อประเทศ ดังนี้

  • เกาหลีใต้ : 689 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ฝรั่งเศส : 686 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • กองทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาการเกษตร (IFAD) : 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • EID : 53.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ไทย : 53.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.724 พันล้านบาท)
  • AIIB : 33 ล้านดอลลาร์

ย้อนกลับไปในปี 2552 กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชาได้ลงนามข้อตกลงเงินกู้กับประเทศไทย มูลค่ากว่า 1.4 พันล้านบาท เพื่อใช้ในการซ่อมแซมถนนสาย 68 เชื่อมจากจุดผ่านแดนช่องจอมไปยังจังหวัดอุดรมีชัย ระยะทางกว่า 113 กิโลเมตร แต่หลังจากเกิดปัญหาบริเวณปราสาทพระวิหารจนกลายเป็นความขัดแย้งชายแดน ทำให้กัมพูชาขอถอนตัวจากข้อตกลงเงินกู้โดยให้เหตุผลว่ามีเงินทุนเพียงพอแล้ว

ในปี 2567 กัมพูชาชำระคืนเงินต้น 5.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และดอกเบี้ย 900,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในปี 2568: ชำระคืนเงินต้นเพิ่มเติม 1.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และดอกเบี้ย 330,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลในเดือนมีนาคม 2568 หนี้สาธารณะรวมของรัฐบาลกัมพูชาอยู่ที่ 12.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 396 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ 99% หรือ 12.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นหนี้ต่างประเทศ โดย 61% มาจากพันธมิตรเพื่อการพัฒนาแบบทวิภาคี อีก 39% มาจากพันธมิตรเพื่อการพัฒนาพหุภาคี ส่วน 1% หรือ 118.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นหนี้ภายในประเทศ

‘เชย เทค’ นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและสังคม ให้ความเห็นกับสื่อ Kiripost ว่า การกู้ยืมเงินเพื่อพัฒนาประเทศหรือกระตุ้นการเติบโตไม่ใช่เรื่องเลวร้าย และเป็นสัญญาณที่ดีเมื่อประเทศสามารถชำระคืนหนี้ได้ “ปัจจุบันกัมพูชายังไม่ได้กู้ยืมจากจีน ถือเป็นการรักษาสมดุลของงบประมาณประเทศที่ดี และเป็นการดียิ่งขึ้นหากเราสามารถถ่ายโอนเงินกู้ไปสู่การลงทุนผ่านข้อตกลงใด ๆ รวมถึงการลงทุนแบบหุ้นส่วนภาครัฐและเอกชน”

ด้าน‘ดุจ ดาริน’ นักเศรษฐศาสตร์ ให้ข้อสังเกตว่า รายงานหนี้สาธารณะของกัมพูชาทำให้เห็นการชำระหนี้สาธารณะที่รอบคอบเป็นข้อพิสูจน์ความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในระยะยาว พร้อมชี้ว่าความสำเร็จในการปฏิบัติตามภาระผูกพันปัจจุบันจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาของเจ้าหนี้ระหว่างประเทศ พันธมิตรเพื่อการพัฒนา และนักลงทุน

“การกู้ยืมในระดับปานกลางทำให้ประเทศอยู่ในสถานะที่ดี ช่วยส่งเสริมแนวทางโดยรวมของความยั่งยืนของหนี้ตามแบบจำลองเศรษฐกิจแห่งชาติที่แข็งแรง โดยมีพื้นที่ทางการคลังเพียงพอสำหรับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในอนาคต”

ภาพจาก Facebook : Cambonomist

นักเศรษฐศาสตร์ ระบุว่า ในปี 2568 และ 2569 ผลดีหรือผลเสียจากหนี้ที่เพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับวิธีการสร้างและการบริหารจัดการอย่างสิ้นเชิง หากนำเงินกู้สาธารณะไปใช้อย่างชาญฉลาด เช่น ลงทุนที่มีผลกระทบสูงและก่อให้เกิดประสิทธิผลในโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน การศึกษา และการเชื่อมโยง อาจเป็นเครื่องมือที่ดีในการกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจและการเติบโตของชาติ

เงินกู้ที่มีเงื่อนไขผ่อนปรนและมีโครงสร้างที่ดีจากพันธมิตรที่เชื่อถือได้สามารถมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่มีการแข่งขันและครอบคลุมมากขึ้น

ข้อมูลจาก : kiripost

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...