โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ครูวัย 39 ใช้เชือกลูกเสือปลิดชีพ พร้อมจม.ลา เครียดจนหัวจะระเบิด

Amarin TV

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 10.24 น.
ครูวัย 39 ใช้เชือกลูกเสือปลิดชีพ พร้อมจม.ลา ชี้โรงเรียนบริหารไม่เป็นระบบ เครียดจนหัวจะระเบิด ฝากศธ.เห็นใจครูการเงินพัสดุ

ครูวัย 39 ใช้เชือกลูกเสือปลิดชีพ พร้อมจม.ลา อัดโรงเรียนบริหารไม่เป็นระบบ สอนวิชาภาษาอังกฤษควบกับทำการเงิน จนเครียด ฝากศธ.เห็นใจครูการเงินพัสดุ

วันที่ 16 มิ.ย. 68 ร.ต.อ.เรืองศักดิ์ แสงรัมย์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีคนผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านสี่เหลี่ยมใหญ่ หมู่ 3 ต.หนองบัวโคก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมสมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้ตอบโต้ภัยพิบัติบุรีรัมย์ อ.ลำปลายมาศ และกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ จุดหนองบัวโคก

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ บริเวณห้องนอนชั้นล่างของบ้านพบร่าง ครูมัท (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ข้าราชการครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์

ใช้เชือกลูกเสือไนล่อนสีแดงผูกกับขื่อห้องนอนในบ้าน ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้าย ทรัพย์สินภายในห้องไม่มีร่องรอยของการรื้อค้น คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 ชม.

ข้างศพพบซองจดหมายหน้าซองเขียนไว้ว่า “จดหมายส่วนตัวถึงครอบครัวของฉันจากมัท” เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน โดยในซองจดหมายมีถึง 5 หน้ากระดาษโดยหน้าที่ 1–4 ผู้ตายได้เขียนถึงพี่สาว ซึ่งเป็นข้าราชการครู,ลูกสาววัย 10 ขวบ และพ่อแม่

ส่วนหน้าที่ 5 ครูมัท เขียนข้อความบรรยายเกี่ยวกับการทำงาน ระบุว่า “ข้าพเจ้าขอลาทุกคนบนโลกใบนี้ไป ด้วยความไม่สบายกาย และไม่สบายใจ ด้วยมีปัญหาในการเรื่องการทำงาน การเงิน การบัญชี ซึ่งข้าพเจ้าให้ท่านคั่งค้าง ทำให้พอกพูนจนแก้ไขได้ยาก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เป็นเพราะข้าพเจ้าเพียงคนเดียว แต่เป็นเพราะเกิดจากกระบวนการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพภายในโรงเรียน การทำงานไม่เป็นระบบ ให้เบิกเงินก่อนเคลียร์เอกสารทีหลัง และก็นิ่งเฉย ไม่มีใครมาเคลียร์ให้ อันไหนเคลียร์เองได้ก็ดีไ ปแต่อันไหนเคลียร์ไม่ได้ก็ต้องมานั่งเครียดเอง จนหัวจะระเบิด ไมเกรนแทบทุกวัน”

“ข้าพเจ้าเหนื่อยกายกับการทำงานนี้มากๆ สุขภาพก็ไม่ดีสะสมมาเรื่อยๆ สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจจากโลกนี้ไปก็เพราะเพื่อนร่วมงานที่จัดการสั่งการมาโดยตลอด แต่พอถึงเวลามีความผิดกับบอกว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องนั้นก็คือครูต่อ”

“ส่วน ผอ.ที่ย้ายมา แต่ละคนก็ไม่เคร่งครัดเรื่องการเงินเลย ไม่มีความรู้ด้านการเงิน ใช้เงินไม่ถูกต้อง แต่พอมีความผิดอ้างว่าเราเป็นคนทำ ข้าพเจ้าขอโทษต่อเพื่อนร่วมงานท่านอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ข้าพเจ้าไม่สามารถทำงานนี้ต่อไปอีกได้แล้ว ถ้าอยู่ต่อไปคงพิการ หรือเส้นเลือดในสมองแตกตาย ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้กับทุกคน ขออย่าให้ร้ายกันในวันที่ข้าพเจ้าไม่สามารถโต้แย้งใดๆ ได้ส่วนที่ผิดขอน้อมรับแต่ส่วนที่ไม่ใช่ก็ขออย่าใส่ร้ายกันเลย”

“ฝากถึงกระทรวงให้ช่วยเห็นใจครูการเงิน และพัสดุด้วยนะคะ อย่าให้ต้องทำงานหนัก และเสี่ยงชีวิตแบบนี้เลยลาก่อน”

นายสุพจน์ อายุ 68 ปี พ่อครูมัท เล่าว่า ตนเองมีลูกสาว 2 คน ทั้งสองคนสอบบรรจุข้าราชการครู โดยครูมัทเป็นลูกสาวคนเล็ก สอบติดครูและลงบรรจุที่โรงเรียนในอ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ในตำแหน่งครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ และเป็นครูการเงินของโรงเรียนอีกด้วย ส่วนเรื่องสาเหตุการผูกคอเสียชีวิตตนเองไม่ทราบ เพราะลูกสาวเป็นคนไม่ค่อยพูด

ขณะที่ นางเอ (นามสมมติ) อายุ 50 ปี เพื่อนครูต่างโรงเรียน เล่าว่า ผู้ตายโทรศัพท์มาปรึกษาหลายเรื่อง เช่น ครูในโรงเรียนเขียนโครงการเบิกเงินไปใช้แล้วไม่นำใบเสร็จมาส่งให้ล้างหนี้เงินที่เบิกไปใช้เท่าที่ทราบ วันพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่การเงินของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์เขต 3 จะเข้ามาตรวจสอบที่โรงเรียน ซึ่งอาจจะทำให้ครูมัทเกิดความเครียดจนคิดสั้น

ด้าน ผอ.โรงเรียน เล่าว่า ตนเองมารับตำแหน่ง ผอ. เมื่อปลายปี 65 ซึ่งครูมัทก็เป็นครูการเงินของโรงเรียนอยู่ก่อนแล้วทั้งหมด หากครูมัทมาปรึกษาอาจจะมีแนวทางแก้ไขได้ แต่ครูมัทเลือกวิธีอัตวินิบาตกรรม เพื่อจบปัญหา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...