ศาลสั่งยกฟ้อง "โรม" หมิ่น "อดีต สว.อุปกิต"
ศาลอาญา รัชดาฯ ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1743/66 ซึ่งนายอุปกิต ปาจรียางกูร อดีตสมาชิกวุฒิสภา เป็นโจทก์ฟ้อง นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นจำเลย ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
จากการที่ นายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2566 พาดพิงว่า นายอุปกิตเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งจำเลยได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาและได้รับการประกันตัวในชั้นศาล
ก่อนเข้าฟังคำพิพากษา นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนมั่นใจในพยานหลักฐานที่ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ และไม่รู้สึกกังวล เนื่องจากก่อนหน้านี้ศาลได้พิพากษายกฟ้องในคดีลักษณะเดียวกันมาแล้วถึง 2 คดี พร้อมยืนยันว่าทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส. ทั้งในและนอกสภาอย่างโปร่งใส โดยไม่ได้สร้างหลักฐานขึ้นมาใหม่แต่อย่างใด
ล่าสุด ศาลอาญา พิพากษา ยกฟ้อง นายรังสิมันต์ โรม โดยระบุ เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม ทำหน้าที่ส.ส.ตรวจสอบบุคคลสาธารณะ
ต่อมา นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในวันนี้ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องตน โดยศาลมีความเห็นว่า นายอุปกิตเป็นบุคคลสาธารณะ การวางตัวของนายอุปกิตและในช่วงนั้นดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ย่อมที่จะถูกวิจารณ์ได้อยู่แล้ว และในส่วนของตนที่ดำรงตำแหน่งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ศาลจึงมองว่าเป็นการทำหน้าที่อยู่แล้ว ต่อให้ตนไม่ได้ดำรงตำแหน่ง ประชาชนทั่วไปก็สามารถวิจารณ์บุคคลสาธารณะได้อยู่แล้ว และคดีของตนกับนายอุปกิตยกฟ้องไปแล้วทั้งหมด 3 คดี แต่ก็ยังอยู่ในศาลชั้นต้นและยังมีบางคดีที่อยู่ในระหว่างการอุทธรณ์
เมื่อถามว่าคำพิพากษาในวันนี้เป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ว่าสามารถทำในขอบเขตไหนได้บ้างในการวิพากษ์วิจารณ์ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนมองว่าเรื่องนโยบายเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นนโยบายของทุกรัฐบาล และตนสังเกตว่าในคำพิพากษาในคดีก่อนหน้านี้ศาลก็ย้ำว่านโยบายยาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกรัฐบาลต้องทำอยู่แล้ว และการวิพากษ์วิจารณ์ก็สามารถทำได้ในฐานะที่ตนเป็นนักการเมืองซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะสามารถถูกวิจารณ์ได้ แต่มากไปกว่านั้นศาลยืนยันว่าการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้จำกัดอยู่ในสภาเพียงอย่างเดียว การที่แจ้งข่าวให้กับประชาชน เป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่ด้วย ตนจึงมองว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่เราไม่ได้ไปตีกรอบว่าการทำหน้าที่ของส.ส.จะต้องอยู่ในสภาเท่านั้น