โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘พิชัย’ย้ำ ไทย-จีน หุ้นส่วนเศรษฐกิจสำคัญ มั่นใจ รัฐบาลทำเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง เดินหน้าขยายการค้า การลงทุน ส่งออกสินค้าเกษตร

BTimes

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 04.05 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Dinner Talk “50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน” ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากภาครัฐและเอกชนไทย-จีนเข้าร่วม อาทิ นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายเจ้า เมิ่ง เทา ที่ปรึกษาด้านกิจการการเมือง สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พล.อ. วิชิต ยาทิพย์ รองประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ และผู้บริหารระดับสูงจากธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) จำกัด และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ไทย-จีนเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ไทยยังคงเดินหน้าส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ควบคู่กับการยกระดับความร่วมมือในประเด็นการค้าสมัยใหม่ ทั้งด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี และเศรษฐกิจสีเขียว

สำหรับ เศรษฐกิจไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ยเพียง 1.9% และแม้จะมีความท้าทายจากภาระหนี้ แต่ก็มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยเฉพาะด้านการส่งออก เห็นได้จากในช่วง 8 เดือนภายใต้การบริหารของรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร การส่งออกไทยเติบโตถึง 13.3% ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา รวมถึง 5 เดือนแรกของปี 2568 ที่การส่งออกเติบโตถึง 14.9% โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคมขยายตัวถึง 18.4% ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตอันดับต้นของโลก

โดย การส่งออกที่เติบโตไม่ใช่เพียงเพราะแรงสนับสนุนจากสถานการณ์ภายนอกเท่านั้น แต่เกิดจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 2.58 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความมั่นคงในภาคการผลิตและการส่งออก โดยเฉพาะการลงทุนจากจีนในภาคเทคโนโลยีขั้นสูง

ในด้านความร่วมมือกับจีน ไทยยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับรัฐบาลจีนเกี่ยวกับประเด็นด้านการค้าหลายด้าน เช่น การตรวจสอบคุณภาพสินค้าด้อยคุณภาพ และนอมินี การนำเข้ามันสำปะหลังจากไทยถึง 9.20 ล้านตันหัวมันสด (คิดเป็น 3.87 ล้านตันมันเส้น) มูลค่า 23,765 ล้านบาท เพื่อลดผลกระทบจากราคาตลาดโลก และความร่วมมือในการส่งออกทุเรียนไทย ซึ่งจีนให้ความร่วมมือในการลดอัตราการตรวจสอบลงเหลือ 30% และเปิดโอกาสให้ล้งที่มีคุณภาพสามารถส่งออกได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังหารือถึงแนวทางในการลดความเหลื่อมล้ำทางการค้า โดยขอให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าไทยเพื่อลดการขาดดุลทางการค้า ซึ่งปัจจุบันไทยขาดดุลจีนมากกว่า 1.7-1.8 ล้านล้านบาทต่อปี รวมถึงการเร่งใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาเซียนและจีนได้สรุปผลการเจรจายกระดับความตกลง ACFTA หรือ ACFTA 3.0 ได้แล้วเมื่อเดือนที่ผ่านมา และการใช้ประโยชน์จากความตกลง FTA ฉบับอื่น เช่น กับอียู ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปการเจรจาได้ภายในปีนี้

ไทยยังมุ่งหวังให้ประเทศเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI, ดาต้าเซ็นเตอร์ และเซมิคอนดักเตอร์ โดยปัจจุบันมีการลงทุนจากบริษัทชั้นนำของโลกทั้งจากจีนและสหรัฐฯ เข้ามาในไทย เช่น TikTok ที่ประกาศลงทุนในไทยมูลค่า 8.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ และการลงทุนจากสหรัฐฯ ในดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 5 พันล้านเหรียญ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ไทยในฐานะประเทศขนาดเล็ก จำเป็นต้องใช้ “ศาสตร์และศิลป์” ในการเจรจาและดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างจีนและสหรัฐฯ และนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจไทย พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างไทย-จีนจะยังคงแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลและพลังงานสะอาดได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจีนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีนอยู่ที่ประมาณ 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวขึ้นจากปีก่อนถึง 24.2%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...