โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พาณิชย์” ประกาศขึ้นทะเบียน GI “เตยหอมปทุม”

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 14.34 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 07.34 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ก.พาณิชย์ 15 พ.ค.- กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “เตยหอมปทุม” สินค้าตัว GI ตัวล่าสุด คุณภาพดี มีอัตลักษณ์ กลิ่นหอม สีสวย กอใหญ่ ใบกว้างยาว และผิวใบมันเงา เป็นที่นิยมและต้องการอย่างมากในตลาดผู้บริโภค สร้างชื่อเสียงและรายได้สู่เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้ประโยชน์จากการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เพื่อคุ้มครองสินค้าท้องถิ่นชุมชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในพื้นที่แหล่งผลิตสินค้าในแต่ละท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ตลอดจนส่งเสริมการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และขยายช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้า GI เป็นสินค้าสำคัญที่ขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ตามนโยบายของรัฐบาล ล่าสุดกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศขึ้นทะเบียน “เตยหอมปทุม” เป็นสินค้า GI ลำดับที่ 3 ของจังหวัดปทุมธานี ต่อจากกล้วยหอมทองปทุม และข้าวหอมปทุมธานี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ไปก่อนหน้านี้

ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียน GI “เตยหอมปทุม” แหล่งปลูกใบเตยที่มีอัตลักษณ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี เป็นดินเหนียวเกิดจากตะกอนลำน้ำผสมกับตะกอนภาคพื้นมหาสมุทรเดิม ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ มีน้ำขังเพียงพอ ส่งผลให้เตยหอมปทุมเจริญเติบโตได้ดีและมีอัตลักษณ์พิเศษ คือ มีกลิ่นหอม สีสวย กอใหญ่ ใบกว้างยาว ผิวใบมันเงา และกากใยของใบนิ่ม เมื่อตัด ขยี้ใบหรือนำใบมาต้มจะได้น้ำสีเขียวเข้มและมีกลิ่นหอมมาก แตกต่างจากเตยหอมในพื้นที่อื่น เตยหอมปทุมจึงเป็นที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนมไทย เช่น ขนมเปียกปูน ขนมชั้น กาละแม สังขยา และลอดช่อง เป็นต้น และเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดผู้บริโภค จนกลายเป็นพืชท้องถิ่นที่เกษตรกรในพื้นที่นิยมปลูกมากที่สุด นับว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกที่มีปริมาณและพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุดในประเทศไทย สร้างชื่อเสียงและรายได้สู่เกษตรกรในพื้นที่กว่า 32 ล้านบาทต่อปี. -517-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...