โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมื่อ'พระวิษณุปราสาทแม่บุญตะวันตก'มาเข้าฝันชาวบ้านให้บอกนักโบราณคดีขุดพระองค์ขึ้นมา

The Better

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 03.42 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 11.20 น. • THE BETTER

ในเวลานี้ชาวโลกกำลังให้ความสนใจกับ 'พระวิษณุปราสาทแม่บุญตะวันตก' หลังจากที่พิพิธภัณฑ์ Guimet ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสได้นิทรรศการเกี่ยวกับเครื่องสัมฤทธิ์ในวัฒนธรรมเขมรโบราณตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนถึง 8 กันยายน 2025 ในชื่อ “Bronzes royaux d’Angkor, un art du divin”

ไฮไลท์ของนิทรรศการนี้คือรูปปั้น 'พระวิษณุไสยาสน์ปราสาทแม่บุญตะวันตก' ซึ่งเป็นรูปหล่อสัมฤทธิ์แบบเขมรโบราณสมัยศตวรรษที่ 11 ที่มีความยาวมากกว่า 5 เมตร โดยพบที่ปราสาทแม่บุญตะวันตก อันเป็นปราสาทกลางอ่างเก็บน้ำหรือบารายที่ชื่อ 'บารายตะวันตก' ทางตะวันตกของเมืองพระนคร หรือนครวัด นครธม จ. เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

เดิมทีนั้นประติมากรรมชิ้นนี้จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พนมเปญ แต่ถูกส่งมายังฝรั่งเศสเพื่อรับการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์และการบูรณะในฝรั่งเศสในปี 2024 ด้วยการสนับสนุนจาก ALIPH (พันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อการปกป้องมรดกในพื้นที่ขัดแย้ง)

ณ เวลานี้เราไม่ทราบหลักฐานที่แน่ชัดว่าปราสาทแม่บุญตะวันตกสร้างขึ้นเมื่อใด แต่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 11 เพราะการตกแต่งและการแกะสลักเป็นแบบศิลปะบาปวน ในระหว่างรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 แห่งอาณาจักรเขมรโบราณ

ปราสาทแม่บุญตะวันตกมีความโดดเด่นอย่างมากในแง่สถาปัตยกรรมโดยตั้งอยู่ในใจกลางบารายตะวันตก ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดของพื้นที่เมืองพระนคร คล้ายกับสร้างให้สถานที่แห่งนี้เป็นใจกลางของเกษียรสมุทรอันเป็นที่ประทับของพระวิษณุ

และที่จริงก็ควรเป็นเช่นนั้น หลังจากที่มีกขุดค้นพบ 'พระวิษณุไสยาสน์ปราสาทแม่บุญตะวันตก' ณ ปราสาทกลางน้ำแห่งนี้

เต่การค้นพบ 'พระวิษณุไสยาสน์ปราสาทแม่บุญตะวันตก'มีเรื่องราวที่ลี้ลับเกี่ยวข้องอยู่ด้วย

การบูรณะปราสาทแม่บุญตะวันตกครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1920 ในเวลานั้น พื้นที่ปราสาทส่วนใหญ่อยู่ในสภาพพังทลายและปกคลุมไปด้วยพืชพรรณและตะกอนที่สะสมมาเกือบพันปี ในส่วนของบารายตะวันตกก็แห้งเหือดไปกว่าครึ่งหนึ่ง

ถึงตอนนี้ เขาแทรกเรื่องเล่าส่วนตัวสักนิด ผู้เขียนก็เคยเดินลงไปในพื้นที่บารายตะวันตกด้วยตัวเองมาแล้วในช่วงที่ยังแห้งอยู่นฤดูที่แล้งจัด และ "ด้วยความโง่เขลาของคนหนุ่ม" ยังพยายามเดินเท้าไปยังปราสาทแม่บุญตะวันตกด้วยตัวเอง แต่เดชะบุญที่ภารกิจนั้นไม่ประสบสำเร็จ เพราะที่จริงแล้วการจะเข้าถึงปราสาทแม่บุญตะวันตกได้นั้นต้องอาศัยเรือเท่านั้น

ปัจจุบันทางการกัมพูชาได้ไขน้ำลงไปจนเต็มบารายตะวันตกแล้ว เช่นเดียวกับบารายอื่นๆ ทางตะวันออกที่ไขน้ำจนเต็มไปแล้วบางแห่งเพื่อฟื้นฟูภูมิทัศน์เดิมของที่นี่

กลับมาที่การค้นพบ 'พระวิษณุไสยาสน์ปราสาทแม่บุญตะวันตก' ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1936 ขณะที่ปราสาทถูกปล่อยปละละเลยอยู่นั้นก็มีการปล้นสะดมอย่างหนักจากพวกหาของโบราณ แต่แล้วก็ชาวบ้านคนหนึ่งได้เข้าไปหาผู้ดูแลเมืองพระนครในขณะนั้น อองรี มาร์ชาล (Henri Marchal) ชาวฝรั่งเศสผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับบูรณะเมืองพระนคร

ชาวบ้านคนนั้นบอกว่า "พระพุทธ" ได้มาเข้าฝันเขาแล้วบอกให้ช่วยนำพระองค์ออกจากพื้นดินขึ้นมาที

เรารู้แค่เพียงว่าชาวบ้านคนนั้นมาจากหมู่บ้าน "ภูมิกุกตโนด" ชื่อว่า ฉิต ลัต

ปรากฏว่า อองรี มาร์ชาล ตัดสินใจที่จะลองเชื่อดู แล้วเดินทางถึงเกาะกลางของปราสาทแม่บุญตะวันตก และหลังจากขุดบ่อน้ำกลางแล้วก็พบรูปพระวิษณุขนาดใหญ่และร่างใหญประมาณ 5 เมตร ถือเป็นตัวอย่างเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ของงานโลหะขนาดใหญ่ของสมัยเมืองพระนครที่ตกทอดจนถึงทุกวันนี้

ในเอกสารวิชาการภาษาเขมรเรียก 'พระวิษณุไสยาสน์ปราสาทแม่บุญตะวันตก' ว่า 'พระนารายณ์ผทม' (ព្រះនារាយណ៍ផ្ទុំ) โดยที่นักวิชาการยังสรุปไม่ได้ว่าทรงบรรทมในลักษณะ "วิษณุอนันตศายิน" คือบรรทมบนขนดของอนันตนาคราช หรือปาง "นารายณ์บรรทมสินธุ์"แบบอื่น เช่น ที่ทรงบรรทมแล้วให้กำเนิดพระพรหม โดยพระพรหมปรากฏออกมาจากดอกบัวที่งอกออกมาจากพระนาภี (สะดือ) ของพระวิษณุ แต่ยังหารูปพระพรหมและรูปพระลักษณมีอันเป็นประติมากรรที่ต้องทำคู่กันไม่พบ

ในบันทึกเรื่อง 'บันทึกขนบธรรมเนียมเจินล่า' (真臘風土記) ของโจวต๋ากวาน (周達觀) ราชทูตจากราชวงศ์หยวนของจีนที่เดินทางมายังเมืองพระนคร หรือที่ชาวจีนเรียกว่าประเทศ 'เจินล่า' ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า

"สระตะวันออกอยู่ห่างจากเมืองไปสิบลี้ (ราว 5 กิโลเมตร) มีเส้นรอบวงหนึ่งร้อยลี้ (ราว 50 กิโลเมตร) มีเจดีย์หิน มีอาคารหิน ในเจดีย์หินมีพระพุทธสัมฤทธิ์ปางไสยาสน์องค์หนึ่ง ที่พระนาภี (สะดือ) มีน้ำไหลออกมาอยู่เนืองๆ" (東池在城東十里,周圍可百里。中有石塔、石屋,塔之中有臥銅佛一身,臍中常有水流出)。

มีโอกาสสูงที่โจวต๋ากวานจะจดชื่อบารายตะวันตกผิดเป็นบารายตะวันตก บารายตะวันออกนั้นมีปราสาทแม่บุญเหมือนกันชื่อ ปราสาทแม่บุญตะวันออกแต่เป็นปราสาทยกฐานสูงและมีปราสาทประธานตรงกลาง แต่ไม่มี "พระพุทธสัมฤทธิ์ปางไสยาสน์" (ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดเช่นกันเพราะพระพุทธหมายถึงพระวิษณุ)

อย่างไรก็ตาม ปราสาทแม่บุญตะวันตกนั้นไม่มีปราสาทประธาน (เจดีย์หิน) มีแต่อาคารหินรายล้อมสระน้ำใหญ่ที่ตรงกลางสระนั้นเป็นที่ประดิษฐาน 'พระวิษณุไสยาสน์ปราสาทแม่บุญตะวันตก' นั่นเอง

เป็นไปได้ไหมว่า โจวต๋ากวาน อาจหมายถึงปราสาทนาคพัน ซึ่งอยู่กลางบารายฝั่งตะวันออกเหมือนกัน แต่ที่นั่นแม้จะมีระบบไขน้ำไหลออกจากประติมากรรมศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ไม่ใช่ "พระพุทธสัมฤทธิ์ปางไสยาสน์องค์หนึ่ง ที่พระนาภีมีน้ำไหลออกมาอยู่เนืองๆ" ในแบบพระวิษณอนันตศายิน

ที่สำคัญก็คือ โจวต๋ากวาน กล่าวไว้ชัดเจนว่า "สระเบื้องทิศเหนืออยู่ห่างจากพระนครไป 5 ลี้ (ราว 2.5 กิโลเมตร) มีเจดีย์ทรงเหลี่ยมเป็นทองคำและอาคารหินจำนวนหนึ่งมีสิงห์ทอง พระพุทธทอง ช้างสัมฤทธิ์ วัวสัมฤทธิ์ และม้าสัมฤทธิ์" (北池在城北五里,中有金方塔一座,石屋數十間,金獅子、金佛、銅象、銅牛、銅馬之屬皆有之。) ลักษณะเช่นนี้นี่ย่อมหมายถึงปราสาทนาคพันอย่างแน่นอน

ในกรณีของบารายตะวันตกและตะวันออกนั้น เป็นไปได้ว่าราชทูตจีนอาจจะสับสนอะไรหลายๆ อย่างปนเปกัน กระนั้นก็ตาม 'บันทึกขนบธรรมเนียมเจินล่า' ยังถือเป็นเอกสารล้ำค่าที่เก็บหลักฐานเกี่ยวกับเมืองพระนครเอาไว้อย่างละเอียดที่สุด

และไม่ว่าจะอย่างไร การปรากฏของ 'พระวิษณุไสยาสน์ปราสาทแม่บุญตะวันตก' ย่อมเป็นเครื่องตอกย้ำว่า อ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพราะมีรูปพระวิษณุทรงประทับอยู่กลางน้ำอันสมมติว่าเป็นเกษียรสมุทร และยังมีน้ำไหลออกมาจากพระนาภีอยู่เรื่อยๆ ทำให้แหล่งน้ำมีความ 'ขลัง' และมีสถานะเป็น 'ตีรถะ' อันหมายถึงท่าหรือแหล่งน้ำในการชำระบาปกรรมด้วยอำนาจของพระผู้เป็นเจ้า

ดังนั้น นักวิชาการบางคนเชื่อว่าบารายตะวันตกนั้นเป็นแหล่งน้ำสำหรับทำนาปรัง แต่นักวิชาการบางคนกลับเชื่อว่าบารายนี้สร้างไว้เป็น 'เกษียรสมุทรจำลอง' เพื่อประโยชน์ในทางศาสนา

โจวต๋ากวาน ได้กล่าวถึงการอาบน้ำของชาวเมืองพระนครเอาไว้ โดยตอนหนึ่งกล่าวถึงการอาบน้ำในทำนองพิธีกรรมแบบการชำระล้างที่ตีรถะเอาไว้ ดังนี้

"ทุกสามหรือสี่วันหรือทุกห้า หรือหกวันผู้หญิงในเมืองจะมาเป็นกลุ่มละสามหรือห้าคนเพื่อไปอาบน้ำที่แม่น้ำนอกเมือง เมื่อพวกนางไปถึงแม่น้ำ (เขาใช้คำว่าแม่น้ำ หรือ 河 ไม่ใช่ สระ 池 หรือ บาราย) พวกนางก็ถอดผ้าที่ผูกไว้รอบตัวเขาออกแล้วกระโดดลงไปในน้ำ ผู้คนที่มารวมตัวกันที่แม่น้ำนั้นมีเป็นพันๆ คน แม้แต่ผู้หญิงชั้นสูงก็เข้าร่วมด้วย พวกนางไม่รู้สึกเขินอายเลย และสามารถมองเห็นทุกอย่างตั้งแต่ส้นเท้าไปจนถึงศีรษะของพวกนาง มีแม่น้ำใหญ่ไหลอยู่นอกเมืองทุกวัน คนจีนชอบกิจกรรมนี้ในเวลาว่างเพื่อชมทัศนียภาพนี้" (或三四日,或五六日,城中婦女,三三五五,咸至城外河中漾洗。至河邊,脫去所纒之布而入水。會聚於河者動以千數,雖府第婦女亦預焉。畧不以為恥,自踵至頂,皆得而見之。城外大河,無日無之。唐人暇日頗以此為遊觀之樂)

ในเมืองพระนครนั้นมีแม่น้ำลำคลองมากมาย แต่ที่เรียกว่าแม่น้ำใหญ่นอกเมือง (城外大河) หรือแหล่งน้ำนอกกำแพงเมือง เห็นจะไม่มีอะไรใหญ่เท่ากับบรรดาบารายทั้งหลายแล้ว โดยที่บารายตะวันออกเป็นที่สถิตของพระศิวะ บารายชัยตฏากะเป็นที่สถิตของพระพุทธะและโพธิสัตว์

และบารายตะวันตกเป็นที่สถิตของพระวิษณุ

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by STEPHANE DE SAKUTIN / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...