“สุเชษฐ์” มอง SET ทดสอบ 1,230 จุด แนะกลยุทธ์เก็งกำไร “รายตัว” ชู 15 หุ้นเด่น
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 03.19 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 03.19 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด (ASL) เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวในกรอบขาขึ้น โดยประเมินแนวต้านของดัชนีอยู่ที่ 1,230 จุด ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,200 และ 1,190 จุด
โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากความชัดเจนในการแต่งตั้งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงความคาดหวังเชิงบวกจากแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่อาจนำไปสู่การลดภาษี “ทรัมป์” จากเดิม 36% เหลือเพียง 18–20% ส่งผลบวกต่อกลุ่มส่งออกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2568
ทั้งนี้ ASL แนะนำกลยุทธ์ “เลือกหุ้นรายตัว” ที่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนและได้อานิสงส์จากสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม สินเชื่อจำนำทะเบียน ได้แก่ MTC ที่มีแนวรับบริเวณ 37.25 บาท และแนวต้าน 40 บาท หากผ่านได้มีโอกาสขึ้นต่อถึง 45 บาท ขณะที่ SAWAD ก็เป็นอีกตัวที่น่าจับตาจากแรงเก็งกำไรในกลุ่มสินเชื่อ
ด้านกลุ่มค้าปลีกและอาหาร แนะนำ CPALL หากผ่านแนวต้าน 45 บาท ได้มีโอกาสเดินหน้าถึง 50 บาท ขณะที่ TU ซึ่งอ่อนตัวช่วงก่อนหน้าเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว โดยมีแนวต้านที่ 11.50–11.60 บาท จากการคาดหวังว่าภาษีส่งออกไปสหรัฐฯ จะลดลง หนุนผลประกอบการในครึ่งปีหลัง
ส่วนหุ้น AAI เป็นหุ้นขนาดเล็กในกลุ่มอาหารที่เหมาะสำหรับเก็งกำไรระยะสั้น โดยมีแนวรับที่ 4.20 บาท และแนวต้าน 4.50 บาท ด้าน KTC มีแนวโน้มปรับขึ้นต่อ โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 35 บาท ตามเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน
ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่เคลื่อนไหวตามหุ้นใหญ่ เช่น DELTA แม้ราคาปรับขึ้นสูงแล้ว แต่ยังสามารถเลือกลงทุนในหุ้นรอง เช่น HANA และ KCE ที่ราคายังมีความน่าสนใจและมีโอกาสได้อานิสงส์จากการส่งออกชิ้นส่วนไปสหรัฐฯ
กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรมมองว่าหุ้น MINT และ AOT ยังมีความน่าสนใจ แม้ราคาจะผันผวนในระยะสั้นจากปัจจัยภายนอก แต่หากพ้นช่วงฤดูฝนไปแล้วคาดว่าจะเข้าสู่ช่วงพีกในไตรมาส 4/2568 โดยเฉพาะหุ้นโรงแรมอย่าง CENTEL ที่มีการขยายธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงกลุ่มค้าปลีกภายใต้เครือเซ็นทรัลอย่าง CPN และ CRC ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวจากกำลังซื้อที่กลับมาและการขยายตลาดในต่างประเทศ
สุดท้ายในกลุ่มโรงพยาบาล แนะนำหุ้น BDMS ที่ยังมีราคาถูกเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต และ BH ที่แม้ราคาสูงแต่ยังมีพรีเมียมจากการรองรับผู้ป่วยต่างชาติ โดยทั้งสองหุ้นยังเป็นกลุ่ม Defensive Play ที่ช่วยประคองตลาดในภาวะผันผวน
นายสุเชษฐ์ ระบุอีกว่า ช่วงนี้ยังไม่ควรไล่ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรง เช่น DELTA แต่ควรเลือกลงทุนในหุ้นรองที่ยังแลกการ์ดและมีโอกาสฟื้นตัว พร้อมแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีในช่วงตลาดอ่อนตัว โดยเฉพาะหากดัชนีปรับฐานไม่หลุด 1,190 จุด ยังสามารถเก็งกำไรในกรอบแนวรับ–แนวต้านได้