กต.กัมพูชาเดือด! แถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาวางทุ่นระเบิด
The Bangkok Insight
อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 02.45 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 01.58 น. • The Bangkok Insightกต.กัมพูชาเดือด! แถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาวางทุ่นระเบิด ชี้ทหารไทย "ล้ำแดน-ประมาท" ลั่นพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตเขมรตามแผนที่สากล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ประกาศคำแถลง ปฎิเสธปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ระบุว่า
กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอปฏิเสธโดยเด็ดขาดต่อแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2025 เรื่อง “การประท้วงการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” ซึ่งกล่าวหาว่ากัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ อันเป็นการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (Ottawa Convention) และส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์ล่าสุด
รัฐบาลกัมพูชาขอปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงและขาดหลักฐานรองรับ กัมพูชาในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญา Ottawa ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านนโยบายและการปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาดังกล่าว โดยความพยายามและความสำเร็จของกัมพูชาในการเก็บกู้ระเบิดและทุ่นระเบิดในประเทศได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงบทบาทของกัมพูชาในการให้ความช่วยเหลือด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในประเทศหลังสงครามอื่น ๆ ภายใต้สหประชาชาติ
กระทรวงฯ ขอย้ำว่า เหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหานั้นเกิดขึ้นในหมู่บ้านเตโชมรกต อำเภอจอมกะสาน จังหวัดพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตแดนของกัมพูชาตามที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ โดยพิกัดดังกล่าวอ้างอิงตามแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่จัดทำโดยคณะกรรมาธิการผสมฝรั่งเศส-สยาม ภายใต้ข้อตกลงปี 1904 และสนธิสัญญา ปี 1907 ซึ่งทั้งรัฐบาลกัมพูชาและไทยต่างเคยยอมรับแผนที่ชุดนี้เป็นพื้นฐานในการกำหนดเขตแดนระหว่างสองประเทศ และเป็นแผนที่อ้างอิงที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศใช้ในการตัดสินคดีปราสาทพระวิหารในปี 1962 และคำตีความในปี 2013
เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่ทหารไทยได้ล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว อันเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจเมื่อปี 2000 ซึ่งระบุชัดเจนว่าให้ทั้งสองประเทศดำเนินการกำหนดเขตแดนร่วมกัน และห้ามการดำเนินการฝ่ายเดียวในพื้นที่ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนอย่างชัดเจน แม้กัมพูชาจะได้เตือนถึงอันตรายจากทุ่นระเบิดและระเบิดตกค้างจากสงครามในพื้นที่ แต่ทหารไทยกลับละเมิดข้อตกลงเดิมและเดินลาดตระเวนออกนอกเส้นทางที่ได้ตกลงไว้ โดยสร้างเส้นทางใหม่ในอาณาเขตของกัมพูชา การกระทำดังกล่าวถือเป็นความประมาท ละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา เป็นภัยต่อชีวิต และบั่นทอนความไว้วางใจระหว่างกัน ยังไม่รวมถึงการแสดงเจตนาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของกองทัพไทยที่ประกาศว่าจะควบคุมการเข้าเยี่ยมชมปราสาทตาเมือนธม โดยอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ปราสาทดังกล่าวว่าอยู่ในอาณาเขตของไทย
แม้จะมีข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน ไทยยังคงออกแถลงการณ์ที่บิดเบือนและขาดความรับผิดชอบ โดยกล่าวอ้างว่าได้ดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่ในความเป็นจริง กองกำลังกัมพูชายังคงประจำการในพื้นที่ และไม่มีปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจากฝ่ายไทยเกิดขึ้น เพราะพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายในอาณาเขตของกัมพูชา แทนที่จะยอมรับข้อเท็จจริงและแสดงความรับผิดชอบ ไทยกลับเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อสาธารณชนและประชาคมโลก กัมพูชาขอเรียกร้องให้ไทยยุติพฤติกรรมเช่นนี้โดยทันที และดำเนินการแก้ไขข้อมูลที่บิดเบือนให้ถูกต้อง
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งสองประเทศควรดำเนินการแก้ไขปัญหาพรมแดนอย่างสันติ ผ่านกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศที่เหมาะสม กัมพูชาจึงขอย้ำจุดยืนมาโดยตลอดว่า ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ซึ่งเป็นองค์กรตุลาการหลักขององค์การสหประชาชาติ เป็นเวทีที่น่าเชื่อถือและเป็นกลางที่สุดในการแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับเขตแดนที่ยังค้างคาระหว่างสองประเทศ กัมพูชาขอเรียกร้องให้ไทยยอมรับเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในเรื่องนี้โดยสุจริต เพื่อให้เป็นไปตามพันธกรณีของไทยภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ และเป็นการแสดงเจตจำนงอันจริงใจในการแสวงหาคำตอบที่ยุติธรรม เที่ยงตรง และสันติ เพื่อให้เกิดสันติภาพถาวร ป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ และส่งเสริมเสถียรภาพระยะยาวของทั้งสองประเทศ รวมถึงภูมิภาคโดยรวม
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- TMAC แถลงการณ์ถึง 10 หน่วยงานองค์กรระหว่างประเทศ ประณามกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิด
- 'ผบช.ภ.3' สั่งด่วน 4 จังหวัด เตรียมพร้อมสูงสุด พบการเคลื่อนไหวผิดปกติ ชายแดนไทย-กัมพูชา
- หวิดปะทะ!! วัยรุ่นกัมพูชา ป่วนนักท่องเที่ยวไทย ทหารเร่งระงับเหตุชุลมุน
ติดตามเราได้ที่