โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปริศนาระเบิด PMN 2 เขมรบึ้ม 3 ทหารไทย Vs “รัฐบาลเฉย” ?

INN News

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 17.40 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 12.30 น. • INN News

เหตุการณ์ 3 ทหารไทยลาดตะเวน ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบ “ทุ่นระเบิดสังหารPNN2” ของเขมร ตามที่มีการระบุเบื้องต้น บริเวณฐานมรกต ช่องบก เมื่อวานซืน (16ก.ค.)ที่ยังถกเถียงกันอยู่ว่าเป็น “ระเบิดใหม่” หรือ “ระเบิดเก่า” ที่ถือเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง ที่ต้องการการตัดสินใจ สั่งการดำเนินการจาก “รัฐบาลอิ๊งค์2” แม้จะ อยู่ในจังหวะไร้ผู้นำประเทศตัวจริง

“นายกอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร” ที่วันนี้ (18ก.ค.)จูงมือ “บิ๊กเล็ก-ณัฐพล นาคพาณิชย์”รมช.กลาโหม” ไปเยี่ยมอาการบาดเจ็บของ “3 พลทหาร”ในนาม รมว.วัฒนธรรม ที่ได้รับมอบหมายจาก ครม. เพราะ เจ้าตัวอยู่ระหว่างถูกศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง พักงานจากคดีคลิปเสียงฮุนเซน แถม “ครม.อิ๊งค์2” ที่เพิ่งปรับใหม่แบบการเมืองล้วนๆ เพื่อเตะ “พรรคภูมิใจไทย” ออกไป และแบ่งเก้าอี้ พรรคร่วมแต่ไร้ซึ่งรมว.กลาโหม มีเพียง “บิ๊กเล็ก-ณัฐพล นาคพาณิชย์” รมช.กลาโหม มาทำหน้าที่คุมเหล่าทัพแบบคั่นเวลารอ ไม่นับรวม รมว.ต่างประเทศ “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” ที่ถูกวิจารณ์บทบาทต่อ ศึกใกล้และศึกไกล อย่าง “ศึกเขมร” และ “ศึกภาษีทรัมป์” มาตลอด

โดยเหตุการณ์ ทุ่นระเบิดสังหาร PMN2 ที่ถูกวางของเขมรจนมีทหารไทย3นายได้รับบาดเจ็บ เกิดขึ้นในจังหวะก่อนหน้านี้มีความพยายามยั่วยุจากฝั่งเขมรทุกรูปแบบกับทหารไทยที่ดูแล 3 ปราสาท เช่นเหตุการณ์ “สาวเขมร”ชี้หน้าด่าทหารไทยที่ปราสาทตาเมือนธม ที่ต่อมาทราบว่า เป็นหลานอดีตผู้นำคนหนึ่งของเขมร โดยเหตุการณ์นี้นอกจากการวิเคราะห์ความสำคัญที่ไทย
จะใช้ปม “ระเบิด PMN2”ที่ถือเป็น “ระเบิดใหม่”ที่ถูกนำมาวางกับดักในพื้นที่ปัญหา ไม่ใช่ตกค้างจากสมัย “เขมรแดง”

แล้วยัง มีประเด็นความกังวล ถึงความพยายามทำให้ “กำลังพล” กองทัพภาคที่2 ภายใต้การนำของ “แม่ทัพกุ้ง พลโท บุญสิน พาดกลาง” แม่ทัพภาคที่ 2 ที่เฝ้าตามจุดอันตรายรวมถึง บรรดา“คนไทย” อาจเกิดอาการ“หมดความอดทน”กับการยั่วยุ เกิดการกระทบทั่งรุนแรงมากขึ้น อันจะนำสู่ทิศทางที่เขมรต้องการแม้กองทัพ ฝ่ายความมั่นคงไทยพยายามดึง เขมร เข้าสู่การพูดคุยบนโต๊ะเจรจา GBC ซึ่งเป็น ระดับทวิภาคีปลายเดือนส.ค.68 ที่เขมรยังปฏิเสธ

อย่างที่วันนี้ “ม็อบคปท.– ศปปส. – กองทัพธรรม มีการเดินเท้าชุมนุมหน้ากระทรวงต่างประเทศ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ไทยประท้วงเขมรเรื่องนี้ โดย ตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของกระทรวต่างประเทศและรัฐบาล โดยแสดงความไม่พอใจขั้นตอนที่ล่าช้าในสอบข้อเท็จจริงระเบิดใหม่หรือเก่า การดำเนินการของ “รักษานายกอ้วน”ที่ถูกมองว่านิ่งเฉย รวมถึงเรียกร้องให้ กต. เรียกเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ประท้วง ต่อเขมร

เช่นเดียวกับ “สมชาย แสวงการ” อดีตสว.ที่โพสFB ว่า รัฐบาลไทยอย่าเพิกเฉย กับการวางกับระเบิดของกัมพูชา หากเป็นการวางใหม่ นั่นก็เท่ากับว่ากัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งทางการไทยควรเก็บหลักฐานและดำเนินการทางการทูต ไม่ปล่อยไปเฉย ๆ ทั้งนี้ ในระดับนานาชาตินั้นมีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรือสนธิสัญญาออตตาวา (Ottawa Treaty) ที่ไทยให้สัตยาบันต่ออนุสัญญานี้เมื่อปี 1998

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ กัมพูชาก็เป็นภาคีของอนุสัญญานี้ และให้สัตยาบันตั้งแต่ปี 1999 เช่นกัน ดังนั้นถ้ากัมพูชาใช้กับระเบิด สิ่งที่กองทัพไทยควรทำก็คือเก็บหลักฐานทั้งภาพถ่าย ตำแหน่งที่พบ รวมถึงเก็บกู้กับระเบิดเหล่านั้นและเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการทางการทูตต่อไป เพราะแม้ว่าการละเมิดสนธิสัญญาออตตาวาจะไม่ต้องขึ้นศาลโลก หรือไม่ถูกบังคับด้วยกฎหมายระหว่างประเทศอื่น ๆ แต่สามารถนำไปใช้เพื่อผลในการกดดันทางการทูตได้

ซึ่งปกติแล้วชาติภาคีของสนธิสัญญาออตตาวา จะมีการจัดประชุมขึ้นทุกปี โดยในปีนี้จะจัดขึ้น ที่เจนิวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หากไทยสามารถแสดงหลักฐานต่าง ๆ ว่ากัมพูชาละเมิดสนธิสัญญานี้ในการประชุม ก็จะสามารถนำไปดำเนินการทางการทูต ตามที่เห็นสมควรต่อได้ อย่างน้อยที่สุดคือการทำให้ที่ประชุม ระบุว่ากัมพูชาเป็นประเทศที่ละเมิดสนธิสัญญาออตตาวา

ขณะที่ “พล.อ.ณัฐพล” กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบในฐานะผอ.ศบ.ทก. ไม่สามารถพูดตามความเชื่อได้ ต้องดูตามพยานหลักฐาน แต่ยอมรับว่าในพื้นที่ปัจจุบันยังมีระเบิดเก่าอยู่ แต่หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นระเบิดใหม่ ยืนยันว่าจะไม่หยุดนิ่ง เพราะทั้ง 2 ประเทศอยู่ในอนุสัญญาออตตาวา หากเป็นระเบิดใหม่ก็จะถือว่าผิดอนุสัญญาดังกล่าว ให้เวลาการตรวจสอบเบื้องต้น 2-3 วัน
เพราะเข้าใจว่าทุกคนอยากทราบข้อเท็จจริง ซึ่งตนได้เร่งเรื่องการตรวจสอบขอให้ทุกคนรอผลการตรวจสอบ โดยยอมรับว่ามีความเป็นไปได้อาจเป็นระเบิดใหม่ เพราะก็มีข่าวเรื่องนี้มาเหมือนกัน
และหากเป็นระเบิดใหม่จะมีเทคโนโลยีที่ไม่สามารถตรวจพบได้ อย่างเช่นระเบิดพลาสติก จากนี้ต้องเข้มงวดเรื่องการลาดตระเวนเพิ่มขึ้น โดยสั่งการไปยังแม่ทัพภาคที่ 2 ให้กำชับผู้ปฏิบัติการในพื้นที่ใช้ความระมัดระวัง

โดยก่อนหน้านี้(16ก.ค.) “พล.ท.บุญสิน” ระบุ ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ถูกกำหนดเป็น CHA หมายถึง พื้นที่ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่า มีทุ่นระเบิด โดยหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม 3
(นปท.3) ทำการกวาดล้างเรียบร้อยไปแล้ว ซึ่งในการกวาดล้าง พบเฉพาะ TYPE 72 ซึ่งเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดหนึ่ง ถือว่าผิดกฎหมายตามอนุสัญญาออตตาวา เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของเขมรแดงในอดีต ส่วนทุ่นระเบิดที่กำลังพลเหยียบครั้งนี้ น่าจะเป็น PMN 2 ซึ่งเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และเป็นทุ่นระเบิดใหม่ น่าจะมีการวางใหม่มากกว่า ตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่า เป็นประเภท DH10.

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...