โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

KKP เผย 7 ข้อผิดพลาดเรื่องเงินที่คนไทยหลายคนมักทำพลาดคล้ายกัน จนกระทบต่อวัยเกษียณ

THE STANDARD

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 01.59 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 01.58 น. • thestandard.co
KKP เผย 7 ข้อผิดพลาดเรื่องเงินที่คนไทยหลายคนมักทำพลาดคล้ายกัน จนกระทบต่อวัยเกษียณ

‘Failing to plan is planning to fail’ หนึ่งในประโยคที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยครั้งเพื่อย้ำเตือนถึงความสำคัญของการวางแผน ซึ่งการวางแผนทางการเงินก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะหากเราขาดการวางแผนที่ดี ผลลัพธ์ในอนาคตก็มักจะออกมาในทางที่ไม่ดีนัก

“การวางแผนการเงินคือการออกแบบชีวิตว่าอยากได้ชีวิตแบบไหน แล้วการเงินจะช่วยเราได้อย่างไร แต่ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ความไม่แน่นอนสูงมาก ทำให้หลายคนมองข้ามการวางแผนการเงิน และโฟกัสที่การหารายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยิ่งมีความไม่แน่นอนสูง เราต้องยิ่งจริงจังกับการวางแผนการเงินมากขึ้น เพราะนี่คือส่วนที่เราควบคุมได้” ดร.ณชา อนันต์โชติกุล หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์เงินฝาก ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวถึงความสำคัญของการวางแผนทางการเงินที่ยิ่งสำคัญมากขึ้นไปอีกในภาวะเศรษฐกิจไทยที่ไม่แน่นอนสูง

ดร.ณชากล่าวต่อว่า หากมองย้อนกลับไปตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งตลาดหุ้นไทยและเศรษฐกิจไทยเป็นขาลงมาตลอด อย่างหุ้นไทยช่วง 10 ปีแรกของ 20 ปีที่ผ่านมา โตเฉลี่ย 10-15% ต่อ 10 ปีล่าสุด โตเพียง 0-5% ซึ่งกระทบต่อชีวิตคนแน่นอน ขณะที่เศรษฐกิจขาลงก็ทำให้รายได้อาจจะไม่เท่าเดิม มีคนถูกเลิกจ้างมากขึ้น

“ปริมาณคนที่ถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มา 7 เดือนติดต่อกัน และเดือนล่าสุดก็มีคนถูกเลิกจ้างมากขึ้น 16% จากปีก่อน”

7 ข้อผิดพลาดการเงินที่หลายคนทำเหมือนกัน

1. ไม่วางแผนการเงิน และไม่รู้ว่าสำคัญ

คนไทยในภาพรวมที่คิดวางแผนการเงินมีสัดส่วน 66% อาจไม่ได้น้อยมาก แต่ผู้ที่ทำได้ตามแผนมีเพียง 16% ขณะที่คนรุ่น Baby Boomer ซึ่งเป็นวัยเกษียณ ซึ่งควรจะทำตามแผนการเงินได้สำเร็จเป็นส่วนใหญ่ กลับมีเพียง 20% ที่ทำได้ตามแผน นอกจากนี้ มีคนไทยเพียงแค่ 30% ที่มีเงินเพียงพอจะเกษียณ

2. วางแผนเกษียณตอนใกล้เกษียณ

การเริ่มวางแผนเร็วได้เปรียบกว่ามาก เพราะเราจะมีเวลาค่อนข้างมากที่จะมีรายรับเข้ามาเพิ่มเติม หากเริ่มวางแผนเกษียณช่วงใกล้เกษียณ เราจะต้องเก็บเงินก้อนใหญ่มาก ในขณะที่รับความเสี่ยงได้น้อยลง

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การเก็บเงินเพื่อลงทุนเดือนละ 5,000 บาท ได้ผลตอบแทน 7% ต่อปี หากมีเวลา 30 ปี เงินก้อนนี้จะกลายเป็น 5.89 ล้านบาท แต่ถ้ามีเวลา 10 ปี เราจะมีเงินเพียง 8.7 แสนบาท

3. ไม่คำนึงถึงความไม่แน่นอนของรายได้

ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน หลายคนอาจยังคาดหวังว่าจะมีรายได้เท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นไปตลอด สิ่งที่ต้องระวังคือในอนาคตรายได้อาจลดลงได้จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

4. มีหลักประกันเพียงพอ

อีกส่วนที่หลายคนมองข้ามคือประกัน เมื่อประสบปัญหาสุขภาพอาจกระทบต่อเงินออม หรือแม้แต่แผนที่วางไว้ทั้งหมด ทำให้เราถูกบังคับให้ต้องนำเงินออมหรือเงินลงทุนไปใช้จ่ายแทน ประกันเป็นการลดความเสี่ยงที่โอกาสจะเกิดน้อยแต่หากเกิดขึ้นมาจะมีความเสียหายมาก ปัจจุบันคนไทยที่มีประกันชีวิตมีสัดส่วนไม่ถึง 40%

5. ไม่คำนึงถึงเงินเฟ้อ

เงินเฟ้อที่ว่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศในแต่ละไตรมาส แต่เป็นเงินเฟ้อที่อิงจากการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลด้วย อย่างกลุ่มที่ส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5% หรือค่ารักษาพยาบาลโรงพยาบาลเอกชนที่เพิ่มขึ้นปีละ 8-9%

ถามว่าเงินเฟ้อส่งผลต่อเงินออมของเราอย่างไร สมมติว่าเราวางแผนจะมีเงินใช้จ่าย 30,000 บาทต่อเดือน ไปอีก 25 ปี หลังจากเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี ต้องมีเงินเก็บ 9 ล้านบาท แต่หากคำนวณเงินเฟ้อ 3% ต่อปีเข้าไปด้วย จะต้องมีเงินเก็บ 18.8 ล้านบาท

6. ไม่ลงทุนเลย

หลายคนมองว่าการไม่ลงทุนเท่ากับไม่เสี่ยง ซึ่งไม่จริง เพราะระยะยาวค่าครองชีพจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อำนาจการซื้อของเงินลดลง จึงต้องบริหารเงินเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อให้ได้

7. ไม่กระจายความเสี่ยง

บางส่วนอาจจะลงทุนแบบกระจุกตัวมากเกินไป หรือเสี่ยงมากเกินไป ทำให้แผนระยะยาวถูกกระทบเมื่อภาวะตลาดไม่เป็นใจ

ทำไมการวางแผนการเงินยิ่งสำคัญ

ดร.ณชากล่าวว่า ภายใต้สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เราต้องโฟกัสในสิ่งที่เราควบคุมได้ในวันนี้ คือเรื่องการควบคุมรายจ่าย เพิ่มสัดส่วนการออม การกระจายการลงทุน การซื้อประกัน หรือแม้แต่การดูแลสุขภาพร่างกายของเรา

“การออกแบบชีวิตหรืออนาคตอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่การวางแผนการเงิน เป็นการดึงอนาคตมาลงมือทำตั้งแต่วันนี้ ไม่ปล่อยให้อนาคตเป็นเรื่องของชะตากรรม ไม่ปล่อยให้เป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้”

ภายใต้ภาวะการลงทุนที่ซบเซาหากไม่วางแผนการเงินการลงทุนระยะยาว เราอาจจะมองแค่ระยะสั้นเกินไป และตอบสนองต่อปัจจัยและเป้าหมายระยะสั้นเท่านั้นจนส่งผลเสียระยะยาว อย่างเช่น การหยุดลงทุนบางครั้งทำให้เสียโอกาส

การวางแผนการเงินที่ดีจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น 5 ด้าน

  • ตระหนักรู้ก่อนว่าเราต้องการอะไร เป้าหมายคืออะไร
  • มีความพร้อมสำหรับเหตุไม่คาดฝัน
  • ช่วยสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว ด้วยวินัยและความสม่ำเสมอ
  • ช่วยลดความเครียดและความกังวล
  • ช่วยให้การตัดสินใจเกี่ยวกับเงินดีขึ้น หากไม่มีกรอบว่าทำเพื่ออะไร เราจะตัดสินใจไปตามอารมณ์ความรู้สึกในตอนนั้น

ภาพ:Peter Cade / Getty Images

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...