โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ปราสาทตาเมือนธม" จุดเดือดใหม่พิพาทไทย-กัมพูชา แม้เหตุสงบ แต่สงครามข่าวสารยังไปต่อ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 03.47 น.
ปราสาทตาเมือนธม-ตาควาย จุดเดือดพิพาทใหม่ไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุชุลมุ่นวุ่น แม้เหตุการณ์จะสงบ แต่สงครามข่าวสารยังคงไปต่อ

เมื่อไม่นานมานี้ เราอาจเห็นข่าว หรือ คลิปบนโซเชียลมีเดีย เป็นภาพมีนักท่องเที่ยวกัมพูชาเกิดการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ไทย จนสร้างความตึงเครียดบริเวณชายแดนเพิ่มขึ้นอีก ก่อนจะมีการเจรจา เพื่อทำความเข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย และยุติสถานการณ์ไม่ให้บานปลายได้

แต่ถึงกระนั้น แม้เหตุจะสงบลง แต่ดูเหมือนข้อมูลข่าวสารจากทั้ง 2 ฝ่าย จะมีมุมมองถึงจุดยืนที่แตกต่างกัน

แล้วข้อมูลจากทางฝั่งไทย และกัมพูชา กล่าวถึงเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

เริ่มกันที่ฝั่งกัมพูชา สำนักข่าว Khmer Times รายงานว่า เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไทย และกัมพูชา ทำร้ายร่างกายทหารกัมพูชา บริเวณปราสาทตาเมือนธม ใกล้กับชายแดนไทย-กัมพูชา โดยรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม ทหารไทยแกล้งขอเข้าไปจับมือกับทหารกัมพูชา ก่อนจะชกเข้าที่หน้าของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่ชายไทยอีกคนซึ่งอยู่บริเวณดังกล่าว จะเข้ามาร่วมทำร้ายด้วย และหลบหนีออกจากพื้นที่นั้น

เนื้อข่าวระบุว่า เหตุการณ์นี้ ถูกบันทึกไว้ในวิดีโอของผู้เห็นเหตุการณ์อยู่บริเวณนั้น ส่งผลให้รัฐมนตรีกลาโหมของกัมพูชาเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุชาวไทยทั้งสองออกมาขอโทษต่อสาธารณะ พร้อมยืนยันว่ากัมพูชาจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ทหารไทยพยายามขัดขวางหญิงกัมพูชารายหนึ่งที่ถือธงชาติกัมพูชา เข้าไปบริเวณปราสาทตาเมือนธม จนทำให้เกิดการโต้เถียง และความตึงเครียดบริเวณดังกล่าว ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลายลง

ขณะเดียวกัน ก็มีการอ้างอิงถึงคำพูดของ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับประเด็นจะสร้างรั้วล้อมบริเวณปราสาทตาเมือนธม กัมพูชาไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว และจะไม่ยอมรับต่อการกระทำใด ๆ ที่ล่วงล้ำอธิปไตยของกัมพูชา การสร้างกำแพงกั้นทางกายภาพในเขตพื้นที่พิพาทโดยปราศจากความเห็นพ้องต้องกันไม่ใช่การอนุรักษ์ แต่เป็นการยั่วยุ

ขณะที่ รัฐบาลของฮุน มาเนต เปิดเผยว่า กัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เรียกร้องให้ไทยเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ, หยุดใช้กองกำลังทหารในการข่มขู่ คุกคามดินแดน และทำงานร่วมกันอย่างสันติสุข

ส่วนทางด้านประเทศไทยก็ออกมาชี้แจงต่อประเด็นที่เกิดขึ้น ทั้งการทำร้ายร่างกาย และเหตุกระทบกระทั่งที่เกิดขึ้นล่าสุด

โดยประเด็นนักท่องเที่ยวไทย และบุคคลแต่งกายคล้ายทหาร ทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารกัมพูชา กองทัพบก ออกมาชี้แจงว่า ผู้ก่อเหตุรายหนึ่งเป็นอดีตอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยสามารถติดตามและควบคุมตัวได้ในเวลาต่อมา ก่อนจะส่งผู้ก่อเหตุไปให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณพื้นที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทางเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทยได้ทำความเข้าใจกับผู้เสียหายไปแล้วในเบื้องต้น เพื่อพยายามไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ในระดับเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย

ขณะที่ ศบ.ทก. ยืนยันไม่สนับสนุนการกระทำความรุนแรง ไม่ว่าด้วยฝ่ายใด ทั้งนี้ช่วงสถานการณ์ที่มีความตึงเครียดที่อาจเผชิญกับการยั่วยุต่างๆ ศบ.ทก.ขอขอบคุณประชาชน และทุกภาคส่วนที่ใช้ความอดกลั้น

ส่วนกรณีเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชากับเจ้าหน้าที่ทหารไทย กองทัพบก เผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น หลังมีนักท่องเที่ยวหญิงชาวกัมพูชารายหนึ่งแสดงความไม่พอใจ พร้อมกล่าวตำหนิด้วยเสียงดังต่อเจ้าหน้าที่ทหารไทย ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่นับจำนวนนักท่องเที่ยวบริเวณใกล้ทางเข้าปราสาทฝั่งกัมพูชา โดยกล่าวหาว่าทหารไทยได้รุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชา

เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ชี้แจงว่า ปราสาทตาเมือนธมตั้งอยู่ในเขตแดนอธิปไตยของประเทศไทย ฝ่ายไทยไม่ได้มีการรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชาตามที่ถูกกล่าวหา

ขณะเดียวกัน เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงทราบเหตุ จึงได้เข้ามาร่วมไกล่เกลี่ยและช่วยระงับเหตุที่เกิดขึ้น โดยในระหว่างการคลี่คลายสถานการณ์ ฝ่ายไทยจึงได้เชิญประชาชนออกจากบริเวณปราสาทในช่วงเวลานั้นชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลุกลาม และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวโดยรอบ

ทั้งนี้ ภายหลังการเจรจา ทั้งสองฝ่ายได้มีความเข้าใจร่วมกัน และสถานการณ์ได้ยุติลงด้วยดี โดยเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายได้แยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

ด้านจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับรายงานจาก พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ถึงกรณีสถานการณ์ที่ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ ว่า ไม่มีเหตุการณ์การปะทะและไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...