โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ดร.ปณิธาน’ชำแหละ 6 ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา รัฐบาลต้อง‘สื่อสาร’ทันเหลี่ยม รุกรับ ตัดตอน

แนวหน้า

เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

‘ดร.ปณิธาน’ชำแหละ 6 ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา รัฐบาลต้อง‘สื่อสาร’ทันเหลี่ยม รุกรับ ตัดตอน

16 มิถุนายน 2568 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Panitan Wattanayagorn หัวข้อ “ไม่โทษ กต.หรือ กห.ทั้งหมด จะสติแตกไปมากกว่านี้ : แล้วจะโทษใครดี?” ระบุว่า…

ไม่โทษ กต.หรือ กห.ทั้งหมด จะสติแตกไปมากกว่านี้ : แล้วจะโทษใครดี?

1. กัมพูชามีนโยบาย "สามง่าม" เชิงรุกกับไทยมานานแล้ว ดังนั้นการที่เขาชิงแถลงข่าวและให้ข่าวเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นที่เขาได้เปรียบนั้น เป็นเรื่องธรรมดาในความผิดปกติของความสัมพันธ์ในปัจจุบัน

2. ในการประชุม JBC ที่มีความสำคัญขนาดนี้ ซึ่งไม่ได้ประชุมกันมานานนับสิบปี สิ่งที่กัมพูชาทำนั้น คาดเดาได้ไม่ยากและป้องกันได้พอสมควร ถ้าเราเข้าใจ endgame ของเขาหรือตระหนักถึง "นโยบายสามง่าม" ของกัมพูชาอย่างแท้จริง (กรุณาอ่านรายละเอียดเรื่องนโยบายสามง่ามในโพสต์ก่อนหน้านี้ครับ)

3. ข้าราชการประจำไม่ว่าจะกระทรวงไหน ๆ หรือแม้แต่ในมหาวิทยาลัย จะทำตามและอ้างอิงกฏระเบียบมากมาย "ในกรอบ" ที่ชัดเจนและปลอดภัย กล่าวคือ ตั้งรับไว้ก่อนจะดีกว่าดำเนินการเชิงรุกมาก ทั้งปลอดภัยกับตัวเองด้วย (จากประสบการณ์ส่วนตัวกว่า 30 ปีนะครับ ท่านอื่นอาจจะเห็นต่าง และบางยุคเราก็เคยเห็นขรก.ทำงานเชิงรุกหรือนำธงมาบ้าง)

4. ในกรณีประชุม JBC ในครั้งนี้ ถ้าจะให้ทันเหลี่ยมทันเกมส์เขมร หรือทำให้เขาลดราวาศอกลงบ้าง โดยเฉพาะที่ให้ข่าวยั่วยุคนไทยแทบจะรายวันเช่นนี้

ฝ่ายการเมืองที่มาจากประชาชน คือ ผู้บริหารของรัฐบาลที่ทำเนียบ ไม่ว่าจะเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ซึ่งดูแลสำนักโฆษก) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ซึ่งกำกับดูแลสำนักข่าวของรัฐ) และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ซึ่งต้องให้ข่าวหรือนำธงแถลงข่าวในทุกเรื่อง) ต้องให้ข่าวทั้งล่วงหน้า (นอกรอบหรือทางข้างก็ได้) ระหว่างการประชุมหรือเกิดเหตุการณ์ (อย่างเป็นทางการ) หลังการประชุมหรือหลังเหตุการณ์ และอย่างต่อเนื่องทั้งในภาษาไทยและภาษาเทศ แม้จะถนัดหรือไม่ก็ตาม ก็ต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีกว่านี้

5. อันที่จริงแล้วในการประชุมสภาความมั่นคงเมื่อเร็ว ๆ นี้ น่าจะได้มีการกำหนดแนวทางการสื่อสารดังกล่าวข้างต้นไว้แล้ว

แต่สมช.หรือรัฐบาลอาจจะคลาดเคลื่อนไปหน่อยและช้าไปนิด คือ กำหนดให้กต.และกห. ร่วมกันจัดระบบสื่อสารให้มีเอกภาพโดยให้: 1) โฆษกรัฐบาล 2) โฆษก กต. 3) โฆษก กห. และ 4) โฆษก ทบ. ประสานงานกันอย่างใกล้ชิดและให้ข่าวอย่างเป็นเอกภาพ

ถ้าจะให้ดี รัฐบาลหรือสมช.จะต้องกำหนดให้ชัดว่า - ให้ฝ่ายโฆษกรัฐบาล โดยกำกับของฝ่ายการเมือง เป็นหลักเป็นคนนำธงสื่อสาร เพื่อรุกรับ สกัด และตัดตอนการสื่อสารของกัมพูชาที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยให้ดีขึ้น

6. แต่ถ้าจะให้ถูกใจคนไทยจริง ๆ (อ้างอิงจากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าไว้ใจใครหรือเชื่อใครมากที่สุด) ก็จะต้องให้กองทัพบกและกองทัพภาคที่ 2 เป็นหลักในการสื่อสารแทน

แต่ฝ่ายทหารหรือฝ่ายความมั่นคงก็จะต้องเสียเวลาไปกับความเหลวไหลของทีมสื่อสารเขมรเพราะต้องแบ่งพลังไปทำสงครามโวหารหรือสงครามน้ำลาย แทนที่จะสร้างเสริมกำลังเข้าไปในพื้นที่เพื่อผลักดันทหารกัมพูชาอย่างจริงจัง ให้หันปากกระบอกปืนไปทางอื่น และถอนกำลังออกไปจากพื้นที่หรือจุดสูงข่มที่รุกเข้ามาเพื่อเตรียมการรบกับเราอย่างจริงจัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...