โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“น้ำตาลไทย” น่าห่วง จีน-เวียดนามนำเข้าลดวูบ ภาษีทรัมป์ ทุบซ้ำตลาดสหรัฐ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 22.37 น.

นายภัทรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ค้าผลผลิตนํ้าตาล จำกัด ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงทิศทางอุตสาหกรรมนํ้าตาลในขณะนี้ โดยเฉพาะการส่งออก ราคานํ้าตาลในตลาดโลก และการบริโภคภายในประเทศ

ภัทรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ค้าผลผลิตนํ้าตาล จำกัด

มองตลาดนํ้าตาลโลกใครรายใหญ่

นายภัทรพงศ์ มองสถานการณ์นํ้าตาลโลกเป็นรายประเทศว่า บราซิล ผู้ผลิตและผู้ส่งออกนํ้าตาลทรายอันดับที่ 1 ของโลกเปิดหีบอ้อยตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน มีฤดูหีบที่ยาวนานที่สุด เริ่มหีบเมษายน และหีบถึงมีนาคมของปีถัดไป แต่ส่วนใหญ่ต้น ๆ ปีอ้อยก็จะหมด ในฤดูการผลิตปี 2568/69 ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2568

สมาคมโรงงานนํ้าตาลของบราซิล(UNICA) รายงานว่าหีบอ้อยแล้วรวม 163.58 ล้านตัน ผลิตนํ้าตาลทรายได้ 9.4 ล้านตัน เอทานอล 7.49 พันล้านลิตร สัดส่วนอ้อยที่นำมาทำนํ้าตาลทราย 50 % คาดว่าผลผลิตนํ้าตาลทรายของเขตกลาง - ใต้ เซาเปาโลซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกอ้อยหลักของบราซิลจะอยู่ที่ 40.97 ล้านตัน

อินเดีย ในปีการผลิต 2567/68 ผลผลิตปรับตัวลดลงเนื่องจากสภาพอากาศแล้ง ผลิตนํ้าตาลทรายได้ 26 ล้านตัน ขณะที่ต้องการบริโภคภายในประเทศมากถึง 29 ล้านตัน โดยยังมีสต๊อกที่คงค้างเพียงพอสำหรับการบริโภค และมีโควตาส่งออกนํ้าตาลทราย 1 ล้านตัน อินเดียส่งออกได้แล้วประมาณ 6 แสนตัน ส่วนในปีการผลิต 2568/69 คาดว่าอินเดียจะผลิตนํ้าตาลทรายได้ 31.44 ล้านตัน กรณีที่อินเดียมีการส่งออกเพิ่มจะเป็นปัจจัยที่กดดันราคานํ้าตาลทรายในตลาดโลกเพิ่มมากขึ้น

สำหรับไทย ในปีการผลิต 2567/68 หีบอ้อยได้รวม 92.04 ล้านตัน ผลิตนํ้าตาลทรายได้ 10 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีการผลิตก่อนที่มีอ้อยเข้าหีบ 82.16 ล้านตัน มีนํ้าตาลทราย 8.80 ล้านตัน สำหรับในการผลิตปีหน้า 2568/69 คาดว่าปริมาณอ้อยจะเพิ่มเป็น 100 - 103 ล้านตัน สาเหตุหลักๆ ที่ปริมาณอ้อยเพิ่มมากขึ้นมาจากสภาพฟ้าฝนที่เป็นใจ การขยายพื้นที่เพาะปลูก ประกอบกับราคาอ้อยในปีการผลิต 2566/67 และ 2567/68 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี หลังปริมาณฝนค่อนข้างดีและมีการขยายพื้นที่ปลูกอ้อย ส่วนผลผลิตนํ้าตาลทรายคาดว่าจะอยู่ที่ 11.40-11.60 ล้านตัน

จีน ผลิตนํ้าตาลทรายได้ 11.23 ล้านตัน ต้องการบริโภค 16 ล้านตัน ยังต้องนำเข้าอีกประมาณ 5 ล้านตัน สำหรับในปี 2568 จีนยังมีการนำเข้านํ้าตาลทรายดิบส่วนใหญ่จากบราซิลและลดการนำเข้านํ้าเชื่อม แต่ยังมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ประเภทนํ้าตาลผสมจากไทยที่เริ่มมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้ (ในพิกัดรายการสินค้าที่แตกต่างจากที่ถูกแบน) ตลาดกำลังติดตามว่าทางการจีนจะยกเลิกการแบนสินค้านํ้าเชื่อมและนํ้าตาลผสมจากไทยหรือไม่ในอนาคต

จับตาตลาดต่างประเทศนำเข้าลดฮวบ

สำหรับประเทศที่มีการนำเข้านํ้าตาลจากไทยลดลง ไล่ตั้งแต่การส่งนํ้าตาลเข้าเขตประกอบการเสรี (Free Zone) ลดลงถึง 76.08% หลังจีนประกาศแบนการนำเข้านํ้าเชื่อมและนํ้าตาลผสมจากไทยตั้งแต่ ธ.ค. 2567 ส่งผลให้การส่งออกนํ้าตาลทรายขาวและรีไฟน์ลดลง กระทบผู้ประกอบการที่ลงทุนสร้างโรงงานไว้แล้ว และทำให้ราคาพรีเมียมนํ้าตาลทั้งสองชนิดปรับตัวลดลงตาม

ส่วนเวียดนาม เริ่มลดการนำเข้านํ้าตาลจากไทยตั้งแต่ปี 2563 หลังเปิดตลาดภายใต้ความตกลง ATIGA โดยเห็นว่าไทยส่งออกมากเกินไปจนกระทบอุตสาหกรรมภายใน จึงประกาศใช้มาตรการ AD/CVD ตั้งแต่ มิ.ย. 2564 ขึ้นภาษีนํ้าตาลจากไทยจาก 0% เป็น 47.64% ทำให้การส่งออก นํ้าตาลไทยลดลงต่อเนื่อง เหลือเพียง 285,024 ตันในปี 2567 และ 117,248 ตัน (ม.ค.-พ.ค. 2568)

ด้านญี่ปุ่น ซึ่งเคยนำเข้านํ้าตาลจากไทยสูงถึง 600,000-700,000 ตันต่อปี ในปี 2557-2558 ก็ลดการนำเข้าเหลือ 121,180 ตันในปี 2567 และ 65,107 ตันในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 เนื่องจากข้อตกลง FTA ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2558 ส่งผลให้ญี่ปุ่นหันไปนำเข้าจากออสเตรเลียแทน ซึ่งปี 2567 ออสเตรเลียส่งออกนํ้าตาลไปญี่ปุ่นกว่า 1 ล้านตัน

เผชิญความท้าทายรอบด้าน

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทย สภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีเหมือนก่อนทั้งจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดน้อยลง และความระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน ประกอบกับนโยบายเรื่องภาษีความหวาน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจำหน่ายนํ้าตาลทรายภายในประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการปรับสูตรการผลิตสินค้าโดยหันไปใช้สารทดแทนความหวาน อื่นๆ แทนนํ้าตาลทราย คาดว่าในปี 2568 ปริมาณการบริโภคภายในประเทศจะอยู่ที่ 2.4 ล้านตัน ลดลงจากระดับปกติที่ปีละ 2.5 ล้านตัน

“เวลานี้โลกยังเผชิญกับความท้าทายหลาย ๆ เรื่องที่เป็นปัจจัยกดดันการบริโภคนํ้าตาลทราย ทั้งเรื่องนโยบายภาษีของสหรัฐ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน อิสราเอล-อิหร่าน ทั้งนี้แม้ไทยจะส่งออกนํ้าตาลทรายไปสหรัฐ ปีละประมาณ 13,000 ตัน (ตามโควตานำเข้าของสหรัฐ) ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทางด้านภาษีที่สหรัฐจะเก็บจากไทยสูงขึ้น

แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือ ภาระภาษีที่หลาย ๆ ประเทศต้องเผชิญจะทำให้เกิดปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอาจจะส่งผลต่ออำนาจการใช้จ่ายของคนซึ่งก็จะโยงมาสู่การบริโภคนํ้าตาลทรายในที่สุด” ภาษีที่สหรัฐจะเก็บจากไทยสูงขึ้น แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือ ภาระภาษีที่หลายๆ ประเทศต้องเผชิญจะทำให้เกิดปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอาจจะส่งผลต่ออำนาจการใช้จ่ายของคนซึ่งก็จะโยงมาสู่การบริโภคนํ้าตาลทรายในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...