โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดร.รุ่ง” เปิดใจผ่าน “บลูมเบิร์ก” ดันการเงินผ่อนคลาย จับมือรัฐ-เอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 15.36 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้ว่าการธปท. คนใหม่ เปิดเผยผ่านการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อวันอังคารที่ 15 ก.ค. 68 ที่ผ่านมาว่า ตนจะทำงานเชิงรุกมากขึ้นเล็กน้อยในการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย พร้อมเรียกร้องให้มีการประสานงานกันใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ระหว่างฝ่ายนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง

“เนื่องจากเรามีทรัพยากรจำกัดมาก กระสุนทุกนัดที่ใช้จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นได้ก็ต่อ เมื่อเราร่วมมือกันและนโยบายของเราถูกกำหนดให้ไปในทิศทางเดียวกัน อย่างสอดประสานและมีการประสานงานกันที่ดี กว่าเดิม” ดร.รุ่ง กล่าว

โดยหากตนได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเปิดให้มีการหารือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย ทั้งจากรัฐบาล ภาคการเงิน และภาคเอกชน ตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่ง

ทั้งนี้ในหลายครั้งที่เราปล่อยผ่านเรื่องต่างๆ ให้ลุกลาม จนถึงขั้นกลายเป็นการเผชิญหน้า การที่เราได้รับฟังพวกเขาตั้งแต่เนิ่น ๆ บอกพวกเขาตั้งแต่เนิ่น ๆ และพวกเขาก็รับฟังเราตั้งแต่เนิ่น ๆ จะทำให้เรามีโอกาสในการแก้ไขปัญหาและเห็นพ้องต้องกันมากขึ้น รวมถึงทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีเวลาเตรียมการมากขึ้นด้วย

ตนสนับสนุนจุดยืนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในปัจจุบันของ ธปท. ซึ่งมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงแล้ว 0.75% ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 และชี้ว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้ธนาคารพาณิชย์ ไม่ลดต้นทุนการกู้ยืมลง จะส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมของการลดดอกเบี้ยลดลง

อย่างไรก็ตามช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้ นโยบายการเงินจำเป็นต้องสนับสนุนและทำหน้าที่เป็นสมอเรือแห่งเสถียรภาพ ตอนนี้มีความไม่แน่นอนมากเกินไปอยู่แล้ว และเราไม่ควรเพิ่มมันเข้าไปอีก ดิฉันอาจออกตัวเชิงรุกมากขึ้นเล็กน้อยในการชี้นำทิศทางอัตราดอกเบี้ย

ดร.รุ่ง กล่าวเสริมอีกว่า ตนเคยรับมือกับความท้าทายทั้งระดับมหภาคและจุลภาค ค่อนข้างคุ้นเคยกับเครื่องมือของธนาคารกลาง รวมถึงขอบเขตการทำงาน ซึ่งจริง ๆ แล้วกว้างและใหญ่มาก ๆ จึงอยากนำเสนอประสบการณ์ตรงนี้

ทั้งนี้ ยอดสินเชื่อรวมของไทยหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ขณะที่หนี้ครัวเรือนยังอยู่ระดับสูง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ภายใต้การนำของดร.เศรษฐพุฒิ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาขอบเขตนโยบายที่มีอย่างจำกัดนี้ไว้ เพื่อเก็บกระสุนไว้รองรับความผันผวนในอนาคต แม้นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.50-0.75% ช่วงปีนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...