โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บทบาทกระทรวงเกษตรฯ กับยุคสมัยนิเวศป่วน โลกรวน มลพิษท่วม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 21.09 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 03.55 น.

ภาวะวิกฤติธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทยอยเกิดไม่ขาดสาย ส่วนหนึ่งมาจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศและบรรยากาศ อีกส่วนหนึ่งมาจากระดับของการผลิตและพฤติกรรมสังคมยังเป็นแบบเก่า ที่ยังปลดปล่อยของเสียและมลพิษเกินขอบขีดที่รับได้ มันถึงเกิดมีข้อตกลง (ที่ตกลงไม่เสร็จ) ว่าด้วยการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งที่สุดแล้วมันก็ไม่ทันกับหายนภัยแปลกๆ ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน หรืออาการแสดงออกอื่นๆ ของโลกที่เริ่มรวน (ไปแล้ว)

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย แม้จะยังไม่หนักหนาเท่ากับหลายๆ ประเทศ แต่เราก็เริ่มมีปรากฏการณ์วิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมที่กลายเป็นพิบัติภัยขนาดใหญ่ อาทิ วิกฤติมลพิษฝุ่นควัน วิกฤติสารพิษในลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำรวก แม่น้ำกก แม่น้ำสาย ทางภาคเหนือ อันเป็นผลจากการผลิตที่ไม่สมดุลกับนิเวศสิ่งแวดล้อม บวกกับปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ลมฟ้าอากาศ พิบัติดังกล่าวก็ยิ่งรุนแรงขึ้น

มลพิษฝุ่นควัน-สารพิษในลุ่มน้ำ สองวิกฤติใหญ่ที่ไทยยังรับมือไม่เป็น?!

พิบัติภัย 2 เรื่องที่ยกมา คือ วิกฤติมลพิษฝุ่นควันในอากาศ และวิกฤติสารพิษในลุ่มน้ำขนาดใหญ่ เกี่ยวข้องกับผู้คนนับสิบล้านคน มลพิษฝุ่นเกิดทุกภาคของประเทศยกเว้นแต่ภาคใต้ ขณะที่ลุ่มน้ำโขง-กก ที่เชียงรายก็เรือนล้าน สามารถกล่าวได้ว่าปัญหาสองเรื่องนี้เป็นปัญหาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนิเวศ ที่ซับซ้อน นอกเหนือความคุ้นเคยของระบบรัฐราชการไทยที่เคยปฏิบัติกันมา

จริงๆ แล้วมีหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องมากมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่ว่า แต่บทความนี้ ขอหยิบเฉพาะบทบาทของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเสนอเพียงมิติของหน่วยงานเดียว

ด้วยเพราะความผิดหวังต่อหน่วยงานนี้ .. !!

เหตุผลก็คือ ในช่วงที่ผ่านมาของการเกิดวิกฤติมลพิษฝุ่นและสารพิษลุ่มน้ำกก มีหน่วยงานมากมายที่กระโดดเข้าไปแสดงตนเพื่อร่วมแก้ปัญหา แต่ทว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งที่จริงแล้วควรมีบทบาทนำอยู่แถวหน้า แทบจะไม่ขยับเขยื้อนใดๆ สิ่งที่เป็นปัญหากระทรวงเกษตรต้องดำเนินการ ก็ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างที่คาดหวังไว้

กรณีวิกฤติมลพิษอากาศ :

วาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขมลพิษด้านฝุ่นละออง 2562 มีแผนปฏิบัติการว่าด้วยการลดการเผาในพื้นที่เกษตรอย่างชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติยังมีการเผาในนาข้าว ไร่ข้าวโพด และพื้นที่เกษตรอย่างต่อเนื่อง

จนเมื่อปี 2567 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของแผนปฏิบัติการวาระแห่งชาติในปี กระทรวงเกษตรฯ ภายใต้รัฐมนตรีว่าการฯ ชื่อ 'ธรรมนัส พรหมเผ่า' กลับเพิ่งจะมีแคมเปญรณรงค์ไม่เผาภาคเกษตรเอาเมื่อเดือนมีนาคม และผลลัพธ์ยังคงปรากฏจุดความร้อนมากมายในพื้นที่เกษตรภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคอีสานเช่นเดิม

กระทรวงเกษตรฯ พยายามชูบทบาทของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ว่ากำลังช่วยบรรเทาปัญหา ขนาดที่ขึ้นบินต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่ยังไม่เกิดวิกฤติมลพิษ แต่นั่นแทบไม่มีผลช่วยบรรเทาอะไรมากในทางปฏิบัติ เพราะการบินด้วยเทคนิคสลายเพดาน inversion บนท้องฟ้าเป็นเทคนิคใหม่ที่ยังไม่มีการพิสูจน์ตรวจสอบทางวิชาการแท้จริง

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเคยมีการประชุมในวงวิชาการด้านนี้ร่วมกับกรมฝนหลวง ได้ความประมาณว่า แม้จะไม่มีการวิจัยพิสูจน์ยืนยันเป็นแค่การทดลองภายใน แต่เมื่อมีปัญหาก็ต้องพยายามทำกันไปก่อน

กระทรวงเกษตรจึงค่อยๆ ลดการนำเสนอผ่านสื่อ แต่เดิมที่มั่นเหมาะว่าสามารถลดฝุ่นละอองลง 50% เลี่ยงมาใช้ถ้อยคำแบบอื่นที่ไม่มัดตัวเอง แถมการบินเพื่อสลายฝุ่นเมื่อต้นปี 2568 ก็แทบไม่มีผลลัพธ์ที่จับต้องได้ว่ามีผลสัมฤทธิ์ลดฝุ่นได้จริง ปัจจัยที่มีน้ำหนักสุดคือการลดการเผาและจุดความร้อนที่ต้นทางต่างหากที่เป็นปัจจัยหลัก

แต่กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งควรมีบทบาทในการลดจุดความร้อนและการเผาต้นทาง กลับไม่ได้ขยับดำเนินการในเรื่องนี้จริงจัง สถิติจุดความร้อนในพื้นที่เกษตรของภาคกลาง ภาคอีสาน และเหนือตอนล่าง ยังมากมายเช่นเดิม แถมยังเผาทั้งกลางวันกลางคืนเช่นเดิม

คาดหวังอยากเห็น แผนปฏิบัติการยกระดับการผลิตภาคเกษตรที่ปลอดภัยปลอดการเผาจริง ๆ ที่ไม่ใช่แค่การรณรงค์

กรณีวิกฤติสารพิษลุ่มน้ำกก-โขง ฯ :

ปัญหาการทำเหมืองและการเปลี่ยนแปลงนิเวศลุ่มน้ำกก-สาย-โขง ทำให้เกิดมีสารพิษ โลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนูเกินมาตรฐาน ทั้งน้ำสาย น้ำกก น้ำโขง พื้นที่ตอนบนของประเทศ แถมอาจมีแนวโน้มว่าจะแพร่กระจายลงลุ่มน้ำโขงลึกลงไปอีกนั้น เหล่านี้เกี่ยวข้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรฯ โดยตรง

แต่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ กลับมีบทบาทน้อยมากอย่างน่าใจหาย

นอกจากบทบาทน้อยมากแล้ว ผู้ที่มีบทบาทอย่างเกษตรจังหวัดเชียงราย กลับให้เพียงคำแนะนำว่าเกษตรกรสามารถดึงน้ำจากแม่น้ำไปใช้ได้ โดยมีเงื่อนไขให้ปรับปรุงคุณภาพ PH ของดินเสียก่อน ให้แต่คำแนะนำ แต่ไม่มีแอคชันภาคปฏิบัติ ดังนั้นในภาพรวมจึงกลายเป็นปล่อยให้เกษตรกรแบกภาระการป้องกันปัญหาเอาเอง ตามมีตามเกิด

สำคัญที่สุดที่ขาดหายไปจากกระบวนการทั้งหมด ก็คือ บทบาทการปกป้องผืนดิน-คุณภาพดิน เป็นภารกิจที่ถูกละเลยและมองข้าม เพราะอันดับแรกๆ ทุกฝ่ายมุ่งที่ความปลอดภัยของน้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะน้ำประปา ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับน้ำใช้สอยเพื่อการเกษตรน้อยลง และแทบไม่สนใจการปนเปื้อนในดิน ซึ่งดูจะไกลตัวออกไป

แท้จริงแล้ว การปนเปื้อนของสารหนูและธาตุโลหะหนักในดิน เป็นเรื่องใหญ่มาก เดิมพันของมันก็คือ การล่มสลายของการผลิตภาคเกษตรทั้งลุ่มน้ำ ผู้คนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่ผลิต และมูลค่าทางเศรษฐกิจของจังหวัด

ข้อแนะนำให้เกษตรกรดึงน้ำไปใช้ภาคเกษตรโดยตรงสุ่มเสี่ยงมาก เพราะเป็นคำแนะนำที่มุ่งแก้ปัญหาการปนเปื้อนในผลผลิตแบบเฉพาะหน้า ไม่ได้ป้องกันการปนเปื้อนตกค้างในดิน อันเป็นผลระยะยาวที่เดิมพันความเสียหายสูงกว่า

ไม่เพียงเท่านั้น กรมพัฒนาที่ดิน สังกัดกระทรวงเกษตร ฯ ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรง ตาม พ.ร.บ. พัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 มีบทบัญญัติให้ป้องกันการปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อดินหรือทำให้สภาพที่ดินเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง

กระทรวงเกษตรฯ ยังไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้ ทั้งๆ ที่การตรวจสอบคุณภาพน้ำทยอยแถลงผลออกมายืนยันว่า ในน้ำมีสารพิษและโลหะหนักเป็นอันตราย ควรจะปกป้องผลผลิตการเกษตรอย่างไร ท่ามกลางสภาพปัญหาของฤดูการผลิตนี้แบบเฉพาะหน้าและระยะต่อไป ที่เป็นเนื้อเป็นหนังและจับต้องได้มากกว่าถ้อยคำแถลงออกสื่อแค่ให้คำแนะนำ

และต้องมีปฏิบัติการปกป้องนิเวศดินน้ำของลุ่มน้ำกก ลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำสายอย่างไร ดูเหมือนว่ากระทรวงเกษตรยังไม่ได้แสดงบทบาทออกมาเลย

ขออนุญาตติเพื่อก่อ ด้วยความเคารพ!

……………………………………

เขียนโดย บัณรส บัวคลี่ คอลัมน์จุดประกายความคิด กรุงเทพธุรกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...