โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

10 ตัวเลขงบการเงินต้องรู้ ก่อนเอกซ์เรย์ “หุ้นธนาคาร”

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 01.30 น.
10 ตัวเลขงบการเงินต้องรู้ ก่อนเอกซ์เรย์ “หุ้นธนาคาร” สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจ

หุ้นในกลุ่มธนาคารถือว่าเป็นหุ้นกลุ่มหนึ่งซึ่งมีความซับซ้อนในเรื่องของตัวเลขผลประกอบการ ที่จะมีความแต่งต่างจากหุ้นในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ซึ่งการอ่านงบการเงินในหุ้นกลุ่มนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่จะทำให้สามารถวิเคราะห์ความสามารถ และความแข็งแกร่งของธนาคารแต่ละแห่งได้ ซึ่งตัวเลขงบการเงินต่าง ๆ ที่มีความสำคัญ และห้ามมองข้าม มีดังนี้

Total Income หรือรายได้รวม เป็นตัวเลขที่บ่งบอกว่าแต่ละธนาคารสาารถสร้างรายได้จากการประกอบธุรกิจมากน้อยเพียงใด และมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมาอย่างไร ซึ่งตัวเลขนี้ยิ่งสูง หรือยิ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยิ่งดี สะท้อนภาพของธุรกิจที่กำลังเติบโต

Interest Income หรือรายได้จากดอกเบี้ย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นรายได้หลักของธนาคาร จากการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งตัวเลขนี้ยิ่งสูง หรือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยิ่งดี แต่ต้องระวังความผันผวนจากอัตราดอกเบี้ยซึ่งในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ก็อาจจะทำให้รายได้จากดอกเบี้ยปรับตัวลดลงตามไปด้วย

Non Interest Income หรือรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เป็นรายได้อีกประเภทหนึ่งของธนาคารซึ่งหลักก็จะมาจากค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าบริหารจัดการสินทรัพย์ หรือรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เป็นต้น ซึ่งตัวเลขในกลุ่มนี้ยิ่งสูง หรือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยิ่งดี เพราะเป็นรายได้ที่มีกำไรสูง และยิ่งธนาคารไหนมีสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่สูง จะช่วยลดความผันผวนจากรายได้รวมได้

Cost To Income หรือค่าใช้จ่ายต่อรายได้ เป็นการวัดความสามารถในการบริหารต้นทุน ค่าใช้จ่าย ๆ ของแต่ละธนาคารว่าใครจะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าในการสร้างรายได้ ซึ่งตัวเลขนี้ยิ่งต่ำ หรือลดลงต่อเนื่องยิ่งดี เพราะสามารถสะท้อนประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่สูง และเพิ่มความสามารถในการทำกำไร

Net Profit หรือกำไรสุทธิ เป็นตัวเลขบรรทัดสุดท้ายในงบการเงินว่าแต่ละธนาคารสามารถทำกำไรสุทธิได้เท่าไหร่ เมื่อหักต้นทุน และค่าใช้จ่ายทุกอย่างออกหมดแล้ว ซึ่งตัวเลขนี้ยิ่งสูง หรือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยิ่งดี ยิ่งดี เพราะจะแสดงความสามารถในการทำกำไรที่สูงของธนาคาร

Loan or Credit Growth หรือการเติบโตของสินเชื่อ เป็นตัวเลขที่บอกภาพรวมว่าแต่ละธนาคารสามารถขยายฐานการให้สินเชื่อให้เติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่ เพราะการปล่อยสินเชื่อก็เป็นรายได้หลัก ๆ ของธนาคาร ซึ่งตัวเลขนี้ยิ่งสูง หรือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยิ่งดี สะท้อนถึงโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นของลูกค้า

Net Interest Margin (NIM) หรือส่วนต่างดอกเบี้ย บางคนก็อาจจะใช้คำว่า Spread ก็ได้ เป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงส่วนต่างของดอกเบี้ยที่ธนาคารต้องจ่าย กับดอกเบี้ยที่ได้รับ ซึ่งตัวเลขนี้ยิ่งสูง หรือเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยิ่งดี แสดงถึงส่วนต่างของดอกเบี้ยรับ และจ่ายที่สูง ซึ่งก็จะสะท้อนไปยังกำไรสุทธิของธนาคาร

Expected Credit Loss (ECL) หรือตั้งสำรองขาดทุนสำหรับหนี้ที่สงสัยจะสูญ เป็นตัวเลขตามมาตรฐานทางบัญชีที่แต่ละธนาคารจะต้องกันสำรองเงินส่วนหนึ่งไว้ สำหรับสินเชื่อ หรือหนี้ที่มีโอกาสจะกลายเป็นหนี้สูญ เพื่อไม่ให้กระทบกับผลการดำเนินงานรวมของธนาคาร ซึ่งตัวเลขนี้ยิ่งต่ำ หรือลดลงต่อเเนื่องยิ่งดี แสดงถึงคุณภาพสินเชื่อที่ดี

Non Perfoming Loan (NPL) หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เป็นตัวเลขที่บอกสัดส่วนของหนี้ที่เป็นหนี้สูญ ไม่สามารถเรียกชำระหนี้ได้ เมื่อเทียบกับการปล่อยสินเชื่อทั้งหมดของธนาคาร ซึ่งตัวเลขนี้ยิ่งต่ำ หรือลดลงต่อเเนื่องยิ่งดี แสดงถึงคุณภาพสินเชื่อที่ดี

Coverage Ratio หรือเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เป็นตัวเลขที่แสดงว่าแต่ละธนาคารมีการสำรองเงินไว้สำหรับหนี้สูญ หรือ NPL ในสัดส่วนเท่าไหร่ ซึ่งตัวเลขนี้ยิ่งสูงยิ่งดี แสดงถึงความแข็งแกร่งของการเงินต่อหนี้เสีย โดยเฉลี่ยในอุตสาหกรรมเงินสำรองก็จะอยู่ที่ 200-300% ของ NPL

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...