โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดันเที่ยวตามรอย Jurassic World Rebirth ชูมาตรการ Cash Rebate หนุนไทยฮับถ่ายหนัง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 20.09 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 02.59 น.

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ททท.ชวนนักท่องเที่ยวตามรอยJurassic World Rebirth” หรือ “จูราสสิค เวิลด์: กำเนิดชีวิตใหม่” เดินทางเที่ยวสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในประเทศไทย โดยหลักๆจะเป็นการถ่ายทำ ใน 3 จังหวัดในภาคใต้

เส้นทางท่องเที่ยวตามรอย Jurassic World

ได้แก่ “จังหวัดตรัง” ซึ่งมีฉากการถ่ายทำที่ หาดซันเซ็ต เกาะกระดาน อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง ถ้ำมรกต เกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม “จังหวัดพังงา” คือ เขาตาปู อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จ.พังงา รวมถึง “จังหวัดกระบี่” ได้แก่ น้ำตกห้วยโต้ อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา หาดถ้ำพระนาง อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ คลองหรูด-คลองน้ำใส

ด้านนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลกเรื่อง “Jurassic World : Rebirth” ที่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยแฟนๆ เหล่าไดโนเสาร์จากทั่วทุกมุมโลก จะได้เห็นความสวยงามของทัศนียภาพและธรรมชาติของประเทศไทยผ่านฉากสำคัญในภาพยนตร์ ทั้งความสวยงามของท้องทะเล และป่าเขาทางภาคใต้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมายังประเทศไทยในอนาคต

ทั้งนี้ Jurassic World Rebirth ได้เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยเลือกโลเคชันอันงดงามใน 3 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ พังงา และตรัง ได้ใช้งบถ่ายทำในประเทศไทยกว่า 400 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่มีมูลค่าเงินลงทุนในประเทศไทยหลักร้อยล้าน ซึ่งนอกจากการส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่านภาพยนตร์แล้ว

การถ่ายทำครั้งนี้ยัง สร้างงานให้กับชาวไทยมากถึง 2,245 ราย ทั้งในด้านทีมงานเบื้องหลัง Production House และการให้บริการในพื้นที่ ซึ่งสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ

โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่กระจายไปสู่แผนก และธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศไทย ดังนี้ ค่าจ้างทีมงานชาวไทย 34% ค่าที่พัก 22.5% ค่าเช่าอุปกรณ์การถ่ายทำ 19% ค่าเช่าสถานที่ถ่ายทำ 9.5% ค่าเช่าพาหนะเดินทาง 7% ค่าใช้จ่ายสำนักงาน ค่ารักษาพยาบาล 5.5% อาหารและเครื่องดื่ม 2.5%

ความสำเร็จของการดึงดูดกองถ่ายภาพยนตร์ระดับโลกครั้งนี้ นอกจากความสวยงามของโลเคชัน และศักยภาพทีมงานของประเทศไทย แม่เหล็กสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ มาตรการจูงใจ (Incentive) ของประเทศไทย ที่ให้สิทธิประโยชน์คืนเงินแก่คณะถ่ายทำต่างประเทศที่เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของกรมการท่องเที่ยวในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวเพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยและประเทศชาติอย่างแท้จริง

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงฯ เตรียมหารือร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม ภาคเอกชนและกลุ่มศิลปินผู้ผลิตภาพยนตร์ของไทย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ทั้งจากต่างประเทศและของไทย ผ่านกลไก “Cash Rebate” หรือการคืนเงินลงทุนบางส่วน เพื่อกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และเสริมพลัง Soft Power ของประเทศ

โดยในส่วนของภาพยนตร์ต่างประเทศที่มาถ่ายทำในประเทศไทย มาตรการ Cash Rebate ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้อย่างมีนัยสำคัญ และสร้างงานให้แก่คนไทยในหลากหลายภาคส่วน ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีฯ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ด้วยมาตรการที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งกรมการท่องเที่ยวได้หารือร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงภาคเอกชน เพื่อเสนอแนวทาง Cash Rebate สำหรับหนังไทยที่มีคุณภาพ พร้อมเผยแพร่ในต่างประเทศ

ทั้งนี้แนวทางเบื้องต้นกำหนดให้ภาพยนตร์ไทยที่มีการลงทุนตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป และสามารถจัดจำหน่ายในต่างประเทศอย่างน้อย 5–7 ประเทศ จะได้รับสิทธิประโยชน์หลักคืนเงิน 15 % และอาจได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสูงสุดไม่เกิน 5 % หากมีการถ่ายทำในเมืองรอง ส่งเสริม Soft Power ใช้บริการ Post-Production ในประเทศ หรือมีการลงทุนสูงเกิน 150 ล้านบาท โดยวงเงินคืนสูงสุดไม่เกิน 150 ล้านบาทต่อเรื่อง

“ผมเห็นศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ทั้งในแง่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การจ้างงาน และการเป็นเครื่องมือเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น รัฐบาลพร้อมหนุนเต็มที่” นายสรวงศ์กล่าว

อย่างไรก็ตามกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยว, กระทรวงวัฒนธรรม และภาคเอกชน หารือในประเด็นเหล่านี้มาแล้ว และได้ร่วมกันกำหนดแนวทางส่งเสริมภาพยนตร์ไทยในรูปแบบการคืนเงินลงทุนอย่างเป็นระบบ

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเสนอเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินนโยบายอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้ Soft Power ผ่านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้อย่างเต็มศักยภาพ และสร้างรายได้สู่ประเทศอย่างยั่งยืน

หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,112 วันที่ 10 - 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...