โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ร้องUNลงโทษเขมร ‘แม่ทัพภาค2’แฉแอบวางกับระเบิดฝั่งไทยนับร้อยลูกจ่อโต้เด็ดขาด!

ไทยโพสต์

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 21.17 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 17.01 น.

เรื่องถึงสหประชาชาติ แม่ทัพภาคที่ 2 เผยหลักฐานเขมรแอบฝังกับระเบิดในผืนเแผ่นดินไทย 8 ลูก พบตัวอักษรชัดเจน เป็นของใหม่ทั้งหมด คาดเหลืออีกเป็นร้อย ให้กระทรวงต่างประเทศยื่นเรื่องไปที่ยูเอ็นตามอนุสัญญาออตตาวา ระบุมีการแทรกซึมเข้ามาวางกับระเบิดในช่วงที่ไทยถอนกำลังลาดตระเวน ลั่นจะตอบโต้ตามขอบเขตความเหมาะสมและเด็ดขาดต่อไป ตามคาดรัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์โต้ เปล่าวางเพราะยึดมั่นในสันติภาพเป็นคุณค่าสูงสุด

ความคืบหน้าจากกรณีกำลังพลจากหน่วยร้อย ร.6021 ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนรักษาความสงบในพื้นที่ช่องบกและประสบเหตุเหยียบกับระเบิด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย โดยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 กองทัพภาคที่ 2 ได้ส่งหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดและพิสูจน์หลักฐานเดินทางลงพื้นที่ช่องบกจุดเกิดเหตุ เข้าไปเก็บหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อนำมาพิสูจน์ทราบ

ล่าสุดผลการพิสูจน์ 80% เป็นระเบิดวางใหม่ไม่ใช่ของเก่า โดย พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา และดำเนินการในขั้นตอนอื่นต่อไป

สำหรับกรณีที่ทางกัมพูชากล่าวอ้างไม่ได้เป็นผู้วางระเบิด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าพื้นที่ถูกวางระเบิดเป็นพื้นที่ฝ่ายไทยนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 เรียกร้องให้กัมพูชานำหลักฐานมายืนยันกับฝ่ายไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เตรียมนัด ศบ.ทก.ประชุมในวันที่ 20 ก.ค.นี้ เวลา 14.00 น. กำหนดแนวทางการดำเนินการกรณีกำลังพลจากหน่วยร้อย ร.6021 ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนรักษาความสงบในพื้นที่ช่องบกและประสบเหตุเหยียบกับระเบิด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ซึ่งจากหลักฐานพบว่าเป็นการวางกับระเบิดใหม่นั้น

ในการประชุม จะมีกระทรวงการต่างประเทศเข้ามาร่วมประชุม ศบ.ทก.ด้วย เพื่อมาให้คำแนะนำว่าขั้นตอนต่อไปในการดำเนินการควรจะทำอย่างไร รวมถึงตรวจสอบข้อมูลหลักฐานของแต่ละฝ่ายว่าตรงกันหรือไม่ เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะแถลงเป็นทางการในการประชุม ศบ.ทก. 21 ก.ค.นี้

เบื้องต้น พล.อ.ณัฐพลได้สั่งการกองทัพภาคที่ 2 เก็บข้อมูลหลักฐานทั้งหมด พร้อมให้แถลงข่าวและรายงานผลเป็นลายลักษณ์อักษรมาให้ทราบ เนื่องจากต้องเก็บทุกอย่างเป็นหลักฐาน เพื่อส่งให้กระทรวงการต่างประเทศต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวทางปฏิบัตินำข้อมูลและหลักฐานฟ้องยูเอ็นกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา และหากกัมพูชาปฏิเสธ ก็ต้องหาหลักฐานมาหักล้างข้อมูลของฝ่ายไทย ในขณะเดียวกัน ทางการไทยจะส่งทหารช่างเข้าไปเก็บกู้วัตถุระเบิดในพื้นที่อธิปไตยของไทยที่ช่องบก

"ปัจจุบัน ศบ.ทก.อยู่ระหว่างให้กองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ซึ่งต้องอาศัยความรัดกุม รอบคอบ รวมถึงศึกษาขั้นตอนการดำเนินการให้ละเอียด อยากให้ประชาชนใจเย็น เนื่องจากหน่วยงานราชการออกข้อมูลอะไรมา ต้องอาศัยหลักฐานที่ชัดเจน ถูกต้อง" แหล่งข่าวความมั่นคงระบุ

กับระเบิดยังเหลืออีกเป็นร้อย

ที่กองกำลังสุรนารี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 แถลงข่าวผลการตรวจกับระเบิดช่องบกว่า จุดแรกที่พบ 3 ทุ่น ลักษณะการวาง บนผิวดิน รัศมีการวางห่างกัน 40 เซนติเมตร มีใบไม้ปกปิด จุดที่ 2 เจอ 5 ทุ่น การวางเหมือนแบบแรก แต่รัศมีการวางกระจายออกไป ห่างประมาณ 90 เซนติเมตร จากการกู้กับระเบิดทั้ง 8 ลูก มีตัวอักษรชัดเจน ประกอบการวางสามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นของใหม่ หากเป็นของเก่าจะมีวัชพืชปกคลุม

สำหรับจุดที่วางเลยแนวการวางกำลังทหารกัมพูชาประมาณ 100-150 เมตร กองกำลังสุรนารีจะเก็บกู้ทั้งหมด เนื่องจากอยู่ในแผ่นดินไทย โดยใช้ความระมัดระวัง และคาดว่ายังมีหลงเหลืออยู่อีกเป็นหลักร้อย เป็นชนิดเดียวตามที่ปรากฏเป็นข่าว

พล.ท.บุญสินกล่าวว่า ขณะนี้ 2 กรณีต้องดำเนินการคือ รายงานไปถึงศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และกองทัพบกจะนำเสนอรัฐบาล ให้กระทรวงการต่างประเทศยื่นเรื่องไปที่ยูเอ็น เรื่องอนุสัญญาออตตาวา ยืนยันว่าคู่กรณีเป็นคนวางชัดเจน ส่วนการตอบโต้เป็นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 2 ที่จะดำเนินการต่อไป และเป็นเรื่องการทางทหาร ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ พร้อมย้ำว่าไม่ต้องรอคำสั่งจากรัฐบาล ถือเป็นยุทธวิธี กองทัพภาคที่ 2 ดำเนินการตอบโต้ได้เลย

พล.ท.บุญสินยังกล่าวถึงกรณีกัมพูชาตั้งข้อสังเกตว่ากับระเบิดถูกวางในพื้นที่ของประเทศไทย อาจเป็นไทยที่เป็นคนวางหรือไม่นั้น ในความเป็นจริงโดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม เป็นไปไม่ได้ การวางกับระเบิดหน้าแนว ผู้ที่วาง จะต้องผ่านทหารฝ่ายเดียวกันก็คือทหารไทย และต้องได้รับการอนุมัติ ผู้บังคับหน่วยทหารของฝ่ายไทยเท่านั้นที่จะไปหน้าแนวได้ ดังนั้นต้องวางมาจากด้านฝั่งตรงข้าม

ส่วนที่กัมพูชาปฏิเสธ ถือเป็นคำพูดที่เขาสามารถชี้แจงได้ เขาต้องปฏิเสธอยู่แล้ว และการวางกับระเบิดเกิดในห้วงก่อนปรับกำลังช่องบก 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ยืนยันว่ากับระเบิดที่พบไม่มีใช้ในกองทัพไทย

"ที่กัมพูชาอ้างไทยเป็นฝ่ายวางกับระเบิดนั้น คงไม่มีหน่วยทหาร ผู้บังคับหน่วยไหนมาวางระเบิดใส่ลูกน้องตัวเอง คงไม่มี ถ้ามี คงจะเลวร้ายมาก และรับไม่ได้อยู่แล้ว เรามองว่าเป็นไปไม่ได้ เลวร้าย ชั่วร้ายมาก ซึ่งการฟ้องยูเอ็น เป็นการกดดันในเวทีโลก พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของแผ่นดินไทยที่ฝ่ายตรงข้ามมาวางระเบิดตามที่ผู้นำของกัมพูชาระบุมาว่าระเบิดนั้นวางในประเทศไทย ซึ่งชัดเจนว่ามีการแทรกซึมเข้ามาวางกับระเบิดในช่วงที่เราถอนกำลังลาดตระเวน เราสามารถตอบโต้ตามขอบเขตความเหมาะสมและเด็ดขาดต่อไป"

เขมรทำผิดอนุสัญญาออตตาวา

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพประชาชน แต่เราจะดำเนินการเก็บกู้ระเบิดตามแนวชายแดนให้หมด และทำถนนให้ครอบคลุม พร้อมกำชับให้ทหารช่างระมัดระวังมากขึ้น และไม่คาดคิดว่าเขาจะทำผิดอนุสัญญาออตตาวาที่มีต่อกัน เดิมเราต้องระมัดระวังระเบิดเก่าอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่เสื่อมสภาพหมดแล้ว

เมื่อถามว่า ได้ประเมินหรือไม่ฝ่ายตรงข้ามจะเล่นรุนแรงและสกปรก พล.ท.บุญสินกล่าวว่า ไม่คาดคิด เพราะสองประเทศเป็นคู่อนุสัญญาออตตาวา ไม่ให้ใช้ระเบิดสังหารบุคคลร่วมกัน ถือเป็นเรื่องใหม่ที่เราต้องเฝ้าระวัง และต้องระวังลูกน้องเราด้วย

พล.ท.บุญสินกล่าวต่อว่า การล้อมพื้นที่มีปัญหาว่าต้องเห็นชอบทั้งสองประเทศ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องคุยกัน หากไม่เห็นชอบร่วมกันก็จะประท้วงกันไป การล้อมรั้วจุดใดจุดหนึ่งในขณะที่ประเทศคู่กรณีไม่เห็นชอบด้วยจะเป็นปัญหา ล้อมได้ แต่ต้องมีการปะทะกันแน่นอน

ส่วนจะนำเหตุการณ์เหยียบกับระเบิดมาเป็นเงื่อนไขล้อมรั้วได้หรือไม่ พล.ท.บุญสินกล่าวว่า ก็ถือเป็นหนึ่งใน 4 พื้นที่ กัมพูชาไม่ยอมรับอยู่แล้ว ช่องบก เขาก็ไม่ยอมรับ เช่นเดียวกับปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนโต๊ด หากทำอะไรต้องเตรียมพร้อม ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนยังไม่ทราบ หากสร้างรั้วทำได้ แต่ต้องใช้กำลังหากอีกฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะเขาไม่ยอมรับอธิปไตยซึ่งกันและกัน

เมื่อถามว่า หลายครั้งที่กัมพูชาละเมิดข้อสนธิสัญญา เพราะเหตุใดเราไม่ตอบโต้กลับ แม่ทัพภาคที่ 2 ตอบว่า จะเกิดการปะทะกันด้วยอาวุธ และมีผลกระทบทุกภาคส่วน บางครั้งบางโอกาส ถ้าจำเป็นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ต้องรอดูสถานการณ์ เนื่องจากบางอย่างต้องดูว่าประเทศกัมพูชามีอะไรบ้าง และเราดำเนินการอย่างไรต่อไป

พล.ท.บุญสินกล่าวถึงกรณีทหารกัมพูชาใส่ชุดนอกเครื่องแบบเข้ามาในปราสาทตาเมือนธม หวังเพิ่มปริมาณคนกัมพูชาเข้ามาประสาทตาเมือนธม ก็ดูไม่เหมาะสม ได้แจ้งให้ทาง ผบ.กองกำลังสุรนารีได้ไปคุยกับ พล.ต.เนี๊ยะ วงษ์ ผบ.พลน้อย.ร.42 ทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่เช่นนั้นก็จะหนักไปเรื่อย ดังนั้นต้องเด็ดขาด

พร้อมยืนยันว่า จากนี้ไปจะทำให้ดีที่สุด และให้จบในยุคของตน เรื่องกับระเบิด ทางกัมพูชาไม่ยอมรับอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องแก้ปัญหาต่อไป เพื่อศักดิ์ศรีของประเทศและของลูกน้องเราด้วย

ขอให้ประชาชนอดทน

"อยากฝากถึงประชาชนคนไทยทุกคน ขณะนี้กองทัพไทยโดยกองทัพภาคที่ 2 และรัฐบาล โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พยายามบริหารประเทศชาติบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ตลอดแนวชายแดน เราจะพยายามทำให้คลี่คลายโดยเร็ว ขอให้ประชาชนอดทน ในส่วนของกองทัพภาคที่ 2 จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในปัจจุบันนี้ สถานการณ์ตามแนวชายแดน หลังจากที่มีการปรับกำลัง ก็ไม่มีการรุกล้ำอธิปไตย แม้มีเหตุเหยียบกับระเบิด เราก็กำลังแก้ไขปัญหาให้ชัดเจนต่อไป โดยกองทัพบก กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการต่อไป ในส่วนของทางการทหารจะตอบโต้ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปกป้องอธิปไตย" แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว

ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า กองทัพบกจะปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและเกียรติภูมิของชาติด้วยความรอบคอบ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสายตาสังคมโลก และไม่ตกเป็นเป้าของการบิดเบือนจากฝ่ายที่ไม่หวังดี ที่สำคัญกองทัพบกตระหนักดีว่า ประชาชนของไทยและกัมพูชาไม่ใช่คู่ขัดแย้งกัน ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนมิใช่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ จึงไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์ถูกตีความผิด จนบานปลายไปสู่ความเกลียดชังระหว่างกัน

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายต้องพูดคุยกัน ถ้าไม่คุยกัน อยู่อย่างนี้ไม่เป็นผลดี และขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ว่าเป็นระเบิดใหม่หรือเก่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ล่าสุดกระแสข่าวจากทัพภาคสองยืนยันว่ากว่า 80% เป็นระเบิดใหม่ นายทักษิณกล่าวว่า ก็ต้องว่ากันไป ก็ต้องประท้วงตามกติกา และประท้วงเสร็จก็ต้องมาคุยกันทั้งสองฝ่าย

ถามย้ำว่า ฝั่งกัมพูชามักเล่นนอกเกมบ่อยๆ เราต้องรับมืออย่างไร นายทักษิณระบุว่า ก็ว่ากันไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ถ้าเขาทำอะไรที่นอกกติกา เราก็ต้องดำเนินการ ที่จริงแล้วเรามีสนธิสัญญาหลายฉบับ แต่ไม่ได้หยิบขึ้นมาใช้

เมื่อถามย้ำว่า หลังจากนี้จะไม่เจรจาโดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวแล้วใช่หรือไม่ นายทักษิณยืนยันด้วยเสียงหนักแน่นว่า ไม่มีอีกแล้ว เพราะกลัวโดนอัดเทปเหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ทำหนังสือถึงทางการไทยเรื่องการปฏิเสธต่อการนําเสนอของสื่อมวลชนไทยจำนวนหนึ่ง กรณีทหารไทย 3 นายได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดในพื้นที่มุมเบ็ย (ช่องบก) ระบุว่า

'ฮุน เซน' ยึดมั่นสันติภาพ

สำนักงานปฏิบัติการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดแห่งชาติกัมพูชา (สํานักงานทุ่นระเบิด) ขอแจ้งว่า เมื่อไม่นานมานี้ มีสื่อมวลชนไทยจํานวนหนึ่ง ได้อ้างอิงแหล่งข้อมูลจากข้าราชการระดับสูงของไทย และเผยแพร่เกี่ยวกับทหารไทย 3 นายได้รับบาดเจ็บจากระเบิด เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 บริเวณ พิกัด WA 220861 (ยืนยันโดยฝ่ายไทย) อยู่ในพื้นที่มุมเบ็ย (ช่องบก) การเผยแพร่ดังกล่าว มีเจตนากล่าวหาโดยไม่มีมูลความจริง และไม่มีการตรวจสอบที่ชัดเจนว่ากัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดใหม่ ในการนี้ สํานักงานทุ่นระเบิดขอชี้แจงดังนี้

1.สํานักงานทุ่นระเบิดขอปฏิเสธและปัดตกทั้งหมดต่อเนื้อหาข่าวที่เผยแพร่โดยมีเจตนากล่าวหาว่า กัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดใหม่

2.กัมพูชา เป็นประเทศที่เคยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม ด้วยเหตุนี้กัมพูชาจึงขอประณามและคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการใช้ การผลิต และการเก็บรักษาทุ่นระเบิด และขอแสดงความเสียใจต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดจากสงคราม ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใด หรือกับเชื้อชาติใดก็ตาม

3.กัมพูชา ภายใต้การบริหารที่มีวิสัยทัศน์ของสมเด็จเดโช ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรี และบิดาแห่งสันติภาพสําหรับชนชาติเขมรทั้งมวล และสมเด็จธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ได้ยึดมั่นสันติภาพเป็นคุณค่าสูงสุด และมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการบรรลุวิสัยทัศน์ของโลกที่ปราศจากทุ่นระเบิด เพื่อให้มั่นใจว่าคนรุ่นหลังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี รวมทั้งปราศจากการคุกคามจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดจากสงคราม

4.กัมพูชา เป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาห้ามการใช้ทุ่นระเบิดต่อบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) และได้ปฏิบัติตามพันธกรณีของตน รวมถึงบรรทัดฐานและเจตนารมณ์ของอนุสัญญาอย่างเคร่งครัด กัมพูชาได้รับการยอมรับและประเมินค่าสูงจากรัฐภาคีของอนุสัญญาออตตาวา ว่าเป็นหนึ่งในรัฐภาคี ที่มีความมุ่งมั่นสูงและประสบความสำเร็จในการกวาดล้างและทำลายทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลทุกชนิด ที่มีอยู่และที่ค้นพบ นอกจากนี้ กัมพูชาได้ทําหน้าที่เป็นประธานและเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐภาคี ครั้งที่ 11 ของอนุสัญญาออตตาวา และการประชุมทบทวนครั้งที่ 5 ของอนุสัญญาออตตาวา ปี 2567 หรือการประชุมสุดยอดเสียมราฐ-นครวัด ว่าด้วยโลกที่ปราศจากทุ่นระเบิด ซึ่งการประชุมทั้งสองครั้งประสบผลสําเร็จเป็นอย่างดี

ขอปฏิเสธและปัดตก

5.เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดนี้ กัมพูชายึดมั่นในความโปร่งใส ความรับผิดชอบสูง และการเคารพพันธกรณีระหว่างประเทศ ในบริบทนี้ กัมพูชาคาดหวังว่าในการสันนิษฐาน หรือการกล่าวหาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ จะต้องผ่านการตรวจสอบที่ชัดเจน มีหลักฐานเพียงพอ มีความเป็นจริง หลีกเลี่ยงการคาดเดา หรือการกล่าวหาที่ไม่มีเหตุผลและไม่มีมูล ความจริงที่ชัดเจน กัมพูชายังคงยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมและการเคารพซึ่งกันและกัน

และขณะเดียวกัน กัมพูชายังคงปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจร่วมปี 2543 ในความร่วมมือตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย และจะยังคงยึดมั่นในหลักการที่จะเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนให้เป็นพื้นที่ที่มีสันติภาพ มิตรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนา

6.สํานักงานทุ่นระเบิดขอปฏิเสธและปัดตกทั้งหมดต่อข้อกล่าวหาของสื่อไทยบางสํานัก และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงการสันนิษฐานหรือการกล่าวหาใดๆ โดยที่ยังไม่ทราบความจริง ผลักดันให้เกิดความร่วมมือในการตรวจสอบต่อเหตุการณ์นี้ และดํารงไว้ซึ่งเจตนารมณ์แห่งมิตรภาพ ความปลอดภัย และการไม่กล่าวหาซึ่งกันและกัน เพราะว่าศัตรูที่แท้จริงของเราทุกคนคือทุ่นระเบิด ตามที่แจ้งให้ทราบข้างต้น

ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ทหารนาวิกโยธินที่ 182 หาดเล็ก ได้ทำการเปิดด่านตามคำสั่งของกองกำลังป้องกันจันทบุรี-ตราด ที่ผ่อนผันให้รถยนต์บรรทุกสินค้าและรถตู้คอนเทนเนอร์สามารถส่งเข้าไปยังฝั่งกัมพูชาได้ แต่ฝั่งกัมพูชาที่ด่านถาวรบ้านจามเยี่ยม อ.มณฑลเสมา จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ยังไม่อนุญาตให้รถยนต์บรรทุกสินค้าเข้าไปยังฝั่งกัมพูชา เนื่องจากต้องรอคำสั่งจากรัฐบาลกลางก่อนว่าจะมีนโยบายอย่างไร

ผู้ประกอบการค้าชายแดนกัมพูชารายหนึ่งกล่าวว่า แม้ทางฝั่งไทยจะผ่อนปรนแล้ว แต่ทางฝั่งกัมพูชาต้องการให้เปิดในเวลาเดิมคือ 06.00-22.00 น. และเปิดพร้อมกันทั้งหมดตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งการออกเงื่อนไขลักษณะนี้ไม่ส่งผลดีต่อการค้าขายระหว่าง 2 ประเทศและผู้ประกอบการค้าด้วยกัน ทำให้การค้าขายชายแดนที่ตลาดหาดเช็คยังซบเซาต่อไป ตอนนี้ร้านค้าขายปิดเพิ่มขึ้น ทั้งร้านกาแฟดังอย่างอเมซอนก็ต้องปิด รถโดยสารหาดเล็กตราดก็หยุดเที่ยวเดินทางแล้ว

'ธนาธร' ห้ามทหารพูด

ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวผ่านรายการ Exclusive Talk : ผ่าทางตัน ซึ่งจัดโดยเครือเนชั่น ถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ คิดว่าจะบานปลายหรือไม่ หรือควรแก้ไขสถานการณ์อย่างไรว่า ตนไม่กลัวเบื้องหลัง กลัวเบื้องหน้ามากกว่า เกมของกัมพูชาคือต้องการสร้างความได้เปรียบในเวทีโลก ผ่านศาลโลก หรือกระบวนการของ UNGA UNHC ซึ่งเขาต้องการดันไปสู่จุดนั้น โดยใช้การสร้างความชอบธรรม

ดังนั้น สิ่งที่เขาต้องการคือการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงอยู่แล้ว ท่าทีของรัฐบาลไทยหรือกองทัพไทย จึงต้องอดทนอดกลั้น เป็นผู้ใหญ่ และไม่ไปตกหลุมเขา เราต้องไม่เริ่มก่อน ไม่เช่นนั้นจะทำให้ความขัดแย้งก่อตัวขึ้น มีการปะทะ จนนำมาสู่การบาดเจ็บล้มตาย เกิดการใช้ความรุนแรง ซึ่งก็จะเข้าทางเขา

เมื่อถามว่า ไม่ได้คิดบ้างหรือว่าเนื่องด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่ประชาชนพึ่งพาไม่ได้เช่นนี้ จึงทำให้คนโหยหาทหาร นายธนาธรกล่าวว่า แน่นอนที่สุดเราไม่ปฏิเสธว่าการที่รัฐบาลตอบโต้กัมพูชาในช่วงหลายเดือนก่อน น้อยเกินไป ช้าเกินไป แน่นอน แต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้าง

"หากจะให้พูดกันตรงๆ คือทหารไม่สามารถออกมาให้ความเห็นเรื่องนี้ได้ และไม่ควรจะให้ความเห็น ต้องฟังรัฐบาลพลเรือน ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้สะท้อนปัญหาการเมืองไทย ว่ารัฐบาลพลเรือนไม่สามารถแก้ปัญหาสถานการณ์กองทัพได้ แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลพลเรือนจะแก้ข้อผิดพลาดด้วยการมอบอำนาจให้กับทหาร" นายธนาธรกล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...