โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กลุ่มอมตะ โชว์งบ Q1 กำไรพุ่ง 79% ยอดขายที่ดิน-ไฟฟ้าโตรับย้ายฐานผลิต

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 07.39 น. • The Bangkok Insight

กลุ่มอมตะ โชว์งบ Q1/68 กำไรพุ่ง 79% ยอดขายที่ดิน -ไฟฟ้าเติบโตรับย้ายฐานผลิต

กลุ่มอมตะ โชว์ฟอร์มผลการดำเนินงาน Q1/2568 เติบโตเด่นทุกมิติ รายได้รวมแตะ 3,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นทะยาน 79% จากแรงหนุนธุรกิจหลัก โดยเฉพาะยอดขายที่ดินในนิคมฯ ไทย-เวียดนามโตแข็งแกร่ง และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจพลังงานที่ขยายตัวโตต่อเนื่อง

ตอกย้ำความพร้อมของอมตะในฐานะผู้พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน รองรับคลื่นนักลงทุนย้ายฐานผลิตระยะยาว

นางสาวเด่นดาว โกมลเมศ

ไตรมาสแรกกำไรพุ่ง 79%

นางสาวเด่นดาว โกมลเมศ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2568 มีรายได้รวม 3,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (QoQ )

ขณะที่กำไรสุทธิ อยู่ที่ 829 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79% จากแรงหนุนธุรกิจหลัก โดยเฉพาะยอดขายที่ดินในนิคมฯ ไทย-เวียดนามที่มีอัตราการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง \และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจพลังงานที่ขยายตัวโตต่อเนื่อง

แสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืน รองรับการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ อมตะมีรายได้จากการโอนขายที่ดิน (Land Sale)1,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 857 ล้านบาท คิดเป็น 81% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีการโอนที่ดินรวม 279 ไร่ แบ่งเป็นในไทย 266 ไร่ และเวียดนาม13 ไร่ ขณะที่ไตรมาสเดียวกันของปีก่อนมีการโอนที่ดิน 151 ไร่ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 55% ปัจจุบันมียอดขายรอรับรู้รายได้ Backlog (ณ 31 มีนาคม 2568) อยู่ที่ 21,491 ล้านบาท

กลุ่มอมตะ

สำหรับรายได้จากบริการสาธารณูปโภคอยู่ที่ 1,172 ล้านบาท ลดลง 251 ล้านบาท หรือคิดเป็น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการใช้ไฟฟ้าในเวียดนามที่ชะลอตัว แต่ยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี ขณะที่รายได้จากการให้เช่าโรงงานสำเร็จรูปเติบโตต่อเนื่อง อยู่ที่ 245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21 ล้านบาท พร้อมอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 77% สะท้อนคุณภาพการให้บริการและความต้องการอย่างต่อเนื่องจากภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีรายได้อื่นๆ ที่เกิดขึ้นราว 61 ล้านบาท

“การเติบโตของผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี 2568 มาจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะยอดโอนขายที่ดินที่ขยายตัวอย่างโดดเด่นจากนิคมฯอมตะซิตี้ ชลบุรี, อมตะซิตี้ ระยอง และนิคมฯ ในเวียดนาม รวมถึงการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพของทีมงานที่มุ่งพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดรายได้จากสาธารณูปโภคและการให้เช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุน” นางสาวเด่นดาว กล่าว

นายโอซามู ซูโด

เดินหน้าพันธกิจการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ด้านนายโอซามู ซูโด รักษาการประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2568 มีสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการส่งออกและการผลิตอุตสาหกรรม ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวแข็งแกร่ง แม้การท่องเที่ยวจากจีนจะชะลอตัวจากความกังวลเรื่องความปลอดภัย

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่าในไตรมาสแรก ปี 2568 มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 822 โครงการ มูลค่ารวม 431,237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศที่พุ่งทะลุ 260,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นนักลงทุนจากฮ่องกง จีน และสิงคโปร์ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนแห่งภูมิภาค

กลุ่มอมตะ

กลุ่มอมตะ ยังเดินหน้าตามพันธกิจการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการรักษาสมดุลระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชนโดยรอบให้อยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งวางกลยุทธ์ “Save Earth Save Us” มุ่งเน้นการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งเป็น 3 ด้าน

1.ภูมิอากาศเมืองแห่งความยืดหยุ่น เพื่อปรับตัวและเพิ่มศักยภาพในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.เมืองคาร์บอนเป็นกลาง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

3.พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่งจะสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30% ภายในปี 2573 และก้าวสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) ภายในปี 2583

โดยแผนงานหลักประกอบด้วยการจัดการพลังงาน การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ การจัดการขยะตามแนวคิด Zero Waste to Landfill และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน เพื่อต่อยอดการเติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างแท้จริง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...