โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'กอบศักดิ์'ชี้ปัจจัยใน-นอกรุมเร้า-เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจปี68โตแค่1.5%

Manager Online

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 01.49 น. • MGR Online

'กอบศักดิ์'ชี้แนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลังชะลอ ปรับเป้าจีดีพีปี 68 โต 2% และมีความเสี่ยงโต่ต่ำุถึง 1.5%กรณี Worst Case มองโจทย์ปีนี้ต้องช่วยลูกค้าให้ผ่านช่วงของความผันผวน ไปพร้อมๆกับการปรับตัวสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL)เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารได้มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 เติบโตที่ 2% และมีแนวโน้มไปในทางต่ำ(Down side) จากช่วงปลายปีก่อนที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 3% เนื่องจากปัจจัยขับเคลื่อนหลักไม่ว่าจะเป็นการส่งออกที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้หลังจากครบกำหนดไว้ 3 เดือน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนชะลอลงนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ลักพาตัวในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และล่าสุดความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศเอง ซึ่งหากมองกรณีเลวร้าย(Worst Case)จีดีพีอาจโตเพียง 1.5%ก็เป็นได้

"ประมาณปลายปีที่แล้ว เราคาดการณ์จีดีพีไทยปีนี้เติบโตที่ 3% จากการขับเคลื่อนของภาคการส่งออก ,ท่องเที่ยว การลงทุนโดยตรง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล แต่เมื่อผ่านมาได้ระยะหนึ่งก็เห็นว่าแรงต้านเยอะ การส่งออกอาจจะดีในช่วงต้นปี จากการเร่งนำเข้าสินค้าของผู้ประกอบการสหรัฐฯ แต่หลังจากนี้ก็คงชะลอลง ขณะที่การท่องเที่ยวก็ไม่เป็นไปตามคาด หลังจากเกิดเหตุลักพาตัวนักท่องเที่ยวชาวจีนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวจีนจากที่เคยบวก20% กลายเป็นติดลบ 2-3% แล้ว ซึ่งมองว่าจะกลับมาโดยเร็วคงยาก แล้วขณะนี้ยังมีเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองเข้ามาอีก นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ 35.5 ล้านคนก็ดีแล้ว"

นายกอบศักดิ์กล่าวอีกว่า ปีนี้เป็นปีที่ลำบากมีความไม่แน่นอนทั้งปัจจัยนอกประเทศก็คือ เรื่องของภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ เงื่อนไขตอนนี้คือเรายังไม่รู้ว่าอัตราภาษีที่สหรัฐฯจะคิดกับไทย สูงกว่าหรือต่ำกว่าคู่แข่ง ถ้าผลออกมา 10%ถือว่าเป็นปัจจัยบวกสุด อัตรา 15-20%ถือว่าใช้ได้ และสินค้าไทยก็จะได้เปรียบสินค้าจีนที่โดนเรียกเก็บมากกว่า อย่างนี้ปลายปีเราอาจจะดีก็ได้ แต่ก็ต้องระวังเรื่องสินค้าราคาถูกของจีนที่จะไหลบ่าเข้ามาในไทยด้วย ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับผู้ประกอบการไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ยังมีความขัดแย้งอิสราเอลกับอิหร่าน ขณะที่เรื่องของท่องเที่ยวก็น่ากังวล และล่าสุดความไม่แน่นอนทางการเมืองจะทำให้ธุรกิจเกิดความลังเลในการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน ทำให้ความกระฉับกระเฉงในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลหายไป แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจจากภาครัฐก็มีน้อยลง ทำให้เราปรับประมาณการเศรษฐกิจโตที่ 2%+Downside สำหรับปีนี้ แต่ตอนนี้ก็ยังเร็วไปที่จะมีการทบทวนเป้าหมายใหม่คงต้องรอให้ปัจจัยต่างๆชัดเจนขึ้น

ทั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน แนวทางที่สำคัญของธนาคารในปีนี้คือการนำพาให้ลูกค้าของเราผ่านไปได้อย่างราบรื่น เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังมีความน่ากังวลโดยจากการที่ได้คุยกับผู้ประกอบการกลุ่มค้าปลีก ยอดขายเดือนเมษายน-พฤษภาคมเริ่มส่งสัญญาณชะลอ ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าก็บอกว่ายอดรูดบัตรติดลบ ร้านอาหารก็เริ่มได้ยินเสียงมาว่าไม่มีลูกค้า รวมถึงการปิดโรงงานเข้ามาอีก ดังนั้น โจทย์สำคัญในปีนี้ ธนาคารจะต้องเน้นในช่วยให้ลูกค้าสามารถผ่านพ้นปัจจัยต่างๆเหล่านี้ไปให้ได้ พร้อมๆกับการปรับเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่เพื่อจะได้สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน

ฃณะเดียวกัน องค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ก็ควรมีการเร่งโปรโมทฯด้านการท่องเที่ยวไทยให้มากกว่านี้ ผู้รับผิดชอบทางการค้าก็ควรเร่งหาตลาดใหม่รองรับ ไปพร้อมๆกับการเตรียมการเจรจากับสหรัฐฯให้ดีอีกทั้งการลงทุนโดยตรงยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากยอดขอลงทุนเพิ่มขึ้น แต่ควรจะมีมาตรการที่ช่วยเร่งให้เกิดการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วขึ้น ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้ หากทำได้ก็อาจจะทำให้จีดีพีของเรามี Upside ก็เป็นได้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...