โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

"เฉลิมชัย" ยินดีชาวบางปะกง ครม. ยกเว้นพื้นที่ให้เชื่อมต่อทางหลวงเพื่อประโยชน์ในการคมนาคมขนส่งของประชาชน

สยามรัฐ

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 13.04 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 13.04 น.

วันนี้ 10 กรกฎาคม 2568 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เผยว่า จากที่ ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ให้ความเห็นชอบการขอยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2534 เรื่อง รายงานการศึกษาสถานภาพปัจจุบันของป่าไม้ชายเลนและปะการังของประเทศ วันที่ 22 สิงหาคม 2543 เรื่อง มติคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ เรื่องการแก้ไขปัญหาการจัดการพื้นที่ป่าชายเลน และเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2543 เรื่อง มติคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ครั้งที่ 3/2543 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการจัดการพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อให้โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 702 ตอนบ้านบางควาย - บ้านเขาดิน (สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง) ตำบลท่าสะอ้านและตำบลเขาดิน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ของกรมทางหลวง ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี เนื้อที่ 1-1-231 ไร่ นั้น

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า พื้นที่ที่ขอยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เป็นพื้นที่บริเวณใต้สะพานโครงการฝั่งตำบลเขาดิน จำนวน 89.60 ตารางวา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน จึงจำเป็นต้องขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีที่ห้ามใช้ประโยชน์ป่าชายเลน ซึ่งทางกระทรวงทรัพยากรฯ พิจารณาถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราแล้ว จึงไม่ขัดข้องกับการยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากจะทำให้เกิดการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงที่เชื่อมต่อระหว่างทางหลวงหมายเลข 3702 ไปยังทางหลวงหมายเลข 314 ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางให้กับประชาชน สามารถรองรับปริมาณการจราจรจากการขยายตัวของชุมชนและการคมนาคมขนส่งในอนาคตได้ อีกทั้งยังจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการคมนาคมขนส่งให้แก่ประชาชน

“และเมื่อ ครม. ได้มีมติให้ความเห็นชอบแล้ว สิ่งที่ทางหน่วยงานเจ้าของโครงการฯ ต้องดำเนินการต่อไปอย่างเคร่งครัดคือ การดำเนินการตามระเบียบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ในการปลูกป่าทดแทนเพื่อการอนุรักษ์หรือรักษาสภาพแวดล้อม ไม่น้อยกว่า 20 เท่าของพื้นที่ป่าชายเลนที่ใช้ประโยชน์ โดยกรมทางหลวงและ ทช. จะต้องมีการพิจารณาร่วมกันเพื่อจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับการปลูกและบำรุงป่าทดแทนต่อไป โดยในส่วนนี้ได้มอบหมายให้ ทช. เร่งรัดดำเนินการพร้อมนำเสนอข้อมูลการปลูกและบำรุงป่าชายเลนทดแทนให้ประชาชนได้รับทราบต่อไปเป็นระยะ นอกจากนี้ อีกส่วนที่สำคัญคือ การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากเจ้าของโครงการฯ หรือกรมทางกลวง ตามที่ได้มีการกำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการฯ ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ แล้ว เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประชาชน เป็นการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ที่เกิดความสมดุลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม“ ดร.เฉลิมชัย รมว.ทส. กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...