โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'เศรษฐกิจไทย' ร่อแร่ ติดด่านเคราะห์ 'ภาษีทรัมป์' รัฐถอยเงินหมื่น-เอกชนหยุดลงทุน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 02.36 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 02.36 น.

บทความเศรษฐกิจ

‘เศรษฐกิจไทย’ ร่อแร่

ติดด่านเคราะห์ ‘ภาษีทรัมป์’

รัฐถอยเงินหมื่น-เอกชนหยุดลงทุน

จับชีพจร “เศรษฐกิจไทยปี 2568” ภายใต้วงล้อมเศรษฐกิจโลก พิษภาษีทรัมป์ จะวิกฤตมากน้อยขนาดไหน?

เสียงเตือนจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ มันสมองเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจและภาคประชาชน “รัดเข็มขัด” ในขณะเดียวกันยังปรับคาดการณ์จีดีพีปีนี้โตแค่ 1.8% น่าจะเป็นคำตอบสะท้อนสภาพได้เป็นอย่างดีว่าเศรษฐกิจไทยกำลัง “ร่อแร่”

ทำให้รัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” นั่งไม่ติด ต้องลุกขึ้นมาเขย่าสูตร กระตุ้นเศรษฐกิจไทยกันใหม่อีกระลอก สู้กลับวิกฤตภาษีทรัมป์ โดยยอมจำนนเบรกนโยบายเรือธง แจกเงิน 10,000 บาท หรือเงินดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 และเฟส 4 แล้วโยกงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท ลงทุนในโครงการที่เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าด้านน้ำ การคมนาคม การท่องเที่ยว การลดผลกระทบภาคการส่งออกและเศรษฐกิจชุมชน

พลันที่ “รัฐบาล” ปรับแผน มีเสียงตอบรับจากภาคธุรกิจอย่างคับคั่ง เพราะมองว่าการแจกเงิน 10,000 บาท ซึ่งรัฐบาลแจกไปแล้ว 2 รอบ คิดเป็นงบประมาณรวม 175,000 ล้านบาท ได้มีการพิสูจน์แล้วไม่เกิด “พายุหมุนเศรษฐกิจ” อย่างแท้จริง

ส่วนแผนกระตุ้นครั้งใหม่นี้ จะมีแรงส่งกระตุกเศรษฐกิจพ้นจากหลุมดำหรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไป

ไม่ใช่แค่รัฐบาลต้องรื้อโครงการ ในส่วนของภาคธุรกิจก็ตั้งการ์ดสูง ลดการลงทุน ตุนกระสุนรับมือสถานการณ์ที่มองไปข้างหน้า มีแต่ความผันผวนจากหลากปัจจัยเสี่ยง ที่ยังรุมเร้าไม่หยุด โดยเฉพาะ “กำลังซื้อ” ที่หดหายอย่างรุนแรง

สะท้อนจากมุมมองของ “อธิพล ตีระสงกรานต์” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด ที่ระบุว่า ปัจจุบันคนระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ดูจากไตรมาสแรกของปีนี้ ฟู้ดแลนด์มียอดขายติดลบถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงอย่างมากจากปกติจะลดลงประมาณ 1-3%

ทำให้ปี 2568 ต้องรับมือกับสถานการณ์รอบด้าน จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย มองหาสินค้าที่ราคาย่อมเยามาจำหน่ายมากขึ้น เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชน อย่างไรก็ตาม จะพยายามทำให้ยอดขายปีนี้อยู่ที่ 6,700 ล้านบาท เท่ากับปี 2567 ในขณะเดียวกันจะหยุดลงทุนเปิดสาขาใหม่ เพื่อเก็บเงินสดไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจไม่แน่นอน กำลังซื้อในประเทศหดตัว และการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกสูง

“เศรษฐกิจปีนี้ไม่ค่อยดี เพิ่งผ่านมา 3 เดือนแรก ยอดขายเราหายไปถึง 10% ไม่เคยเห็นยอดขายลดลงหนักขนาดนี้มาก่อน ช่วงโควิดยอดขายก็ยังโต น่าจะสอดรับกับสภาพัฒน์ที่บอกให้รัดเข็มขัด ระมัดระวังการใช้จ่าย เราเองก็ต้องปรับตัวและประคองตัวไม่ให้ยอดขายลดลง” อธิพลกล่าว

สําหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ “อิสระ บุญยัง” นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร มองว่า การที่สภาพัฒน์ออกมาเตือนให้รัดเข็มขัด เพราะคาดการณ์ถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบจากภาษีทรัมป์ ซึ่งภาคอสังหาฯ ช่วงที่ผ่านมา มีการปรับตัวของผู้ประกอบการ เปิดโครงการใหม่ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 การโอนกรรมสิทธิ์ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า สะท้อนถึงความระมัดระวังของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย รวมถึงปริมาณการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินก็ลดลงต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความกังวลต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาของสถาบันการเงินเช่นกัน

ขณะที่ “อุทัย อุทัยแสงสุข” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวยอมรับว่า การที่สภาพัฒน์ให้ระมัดระวังการใช้จ่าย ปรับลดจีดีพีทั้งปี 2568 โตเหลือ 1.8% มีผลต่อเซนติเมนต์ตลาดอสังหาฯ ชะลอตัวอย่างแน่นอน เพียงแต่จะมากหรือน้อย อย่างไรก็ตาม บ้านถือเป็นปัจจัยสี่ที่มีความจำเป็นและยังมีดีมานด์ แต่ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการซื้อของแต่ละคนด้วย ปัจจุบันหลายภาคธุรกิจเริ่มลดการลงทุน หากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ต่อไป จะส่งผลมาถึงตลาดอสังหาฯ ด้วย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแสนสิริไดเวอร์ดิไฟด์ธุรกิจไปทำธุรกิจคลังสินค้า โรงงานให้เช่า และรับสร้างบ้าน

“แสนสิริรีวิวแผนธุรกิจตลอดและมอนิเตอร์สถานการณ์เศรษฐกิจทุกเดือน เพื่อปรับแผนตามสถานการณ์ แต่ครึ่งปีแรกยังคงเปิดโครงการใหม่ตามแผน ส่วนครึ่งปีหลังต้องดูสถานการณ์เดือนมิถุนายนนี้ก่อน ซึ่งยอมรับว่าปัจจุบันมีหลายปัจจัยที่กระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า และภาษีทรัมป์” อุทัยย้ำ

ฝั่งบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นอีกรายที่ต้องปรับตัวแบบ 360 องศา โดย “เกษรา ธัญลักษณ์ภาค” หัวเรือใหญ่ระบุว่า ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจไทยมีปัญหามาก ส่งผลเครื่องยนต์เศรษฐกิจ 2 ตัวคือ การบริโภคและการลงทุนลดลง จึงไม่มีตัวไดรฟ์เศรษฐกิจ ทำให้สภาพัฒน์ลดจีดีพีปี 2568 โตแค่1.8% ซึ่งเสนาได้ปรับตัว นำสต๊อกคอนโดฯ ยังเหลือขาย ทำธุรกิจเช่ามากขึ้นให้เกิดรายได้ ต้องยอมรับว่าด้วยบรรยากาศแบบนี้ การขายแบบปกติจะยาก

“มีรีวิวแผนครึ่งปีหลัง โครงการไหนไม่มีดีมานด์ ไม่น่าสนใจมาก เราก็มีหยุดบ้าง ไม่มีซื้อที่ดินเพิ่ม แต่ส่วนใหญ่บ้านและคอนโดฯ ที่ทำ เป็นการร่วมทุนกับฮันคิวฮันชินฯ ทั้งหมด แต่ยังไม่มีตัดขายทรัพย์สิน ส่วนใหญ่นำสต๊อกมาปล่อยเช่ามากกว่า” เกษราย้ำ

ด้านความเคลื่อนไหวของธุรกิจโรงพยาบาล เริ่มเห็นการชะลอการลงทุน แม้ภาพรวมธุรกิจโรงพยาบาลปี 2568 ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคนไข้กลุ่มตะวันออกกลางจะลดลงไม่ต่ำกว่า 30% แต่ยังได้คนไข้ชาวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น

“สิทธิ ภาณุพัฒนพงศ์” ประธานกรรมการ บริษัท สินแพทย์ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้สินแพทย์ตั้งเป้ารายได้ที่ 8,000 ล้านบาท เติบโต 8-10% จากปี 2567 ที่มีรายได้กว่า 7,000 ล้านบาท ส่วนการลงทุนใหม่ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน จากสงครามการค้าและภาษีสหรัฐที่ยังไม่ชัดเจน จะเน้นลงทุนสร้างโรงพยาบาลใหม่แค่ 3 สาขา วงเงิน 6,000 ล้านบาท ที่รังสิต คลองสาม, สาทร-นางลิ้นจี่และถนนกาญจนาภิเษก ส่วนนครสวรรค์และระยอง อยู่ระหว่างปรับแบบและรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจ

เป็นการปรับตัว ปรับแผน ของภาคธุรกิจ ให้อยู่รอดท่ามกลางเศรษฐกิจไทย ที่ยังเต็มไปด้วยหมอกควัน!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เศรษฐกิจไทย’ ร่อแร่ ติดด่านเคราะห์ ‘ภาษีทรัมป์’ รัฐถอยเงินหมื่น-เอกชนหยุดลงทุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...