โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

คนโปรดของหมอจิณณ์ (เปิดจองเล่ม)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 23.50 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2568 เวลา 09.36 น. • สามินี
‘ห้ามท้อง’ คือกฎเหล็กของการเป็น ‘เด็กหมอจิณณ์’ เพราะถ้าพลาดขึ้นมา…ทางเดียวที่เขามีให้คือต้อง ‘เอาออก’ เท่านั้น

ข้อมูลเบื้องต้น

คนโปรดของหมอจิณณ์

จิณณ์ x จรัสรัก

เปิดจองนิยายเล่มทำมือ ‘คนโปรดของหมอจิณณ์’

Pre-Order วันนี้ - 30 มิถุนายน 2568

ราคาเล่มละ 390 บาท ส่งฟรี!!

ส่งของภายในเดือน กรกฎาคม 2568 (ถ้าพิมพ์เสร็จเร็ว ส่งเร็วค่ะ)

ความหนา : 460 หน้า

ความยาว : 136,000 คำ (นับโดย Word)

แถมฟรี ที่คั่น+โปสการ์ด

สั่งซื้อ/สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :

Fanpage : นามปากกา สามินี

https://www.facebook.com/JsjoyWriter

Facebook : สามิ นี

https://www.facebook.com/peach.sspc.7/

คำโปรย

‘ห้ามท้อง’ คือกฎเหล็กของการเป็น ‘เด็กหมอจิณณ์’ เพราะถ้าพลาดขึ้นมา…ทางเดียวที่เขามีให้คือต้อง ‘เอาออก’ เท่านั้น

ตัวอย่างนิด ๆ

"คุณดูแลลีฟได้ไหมคะ”

เจ้าของนัยน์ตาคมกริบตวัดกลับมามองแทบจะทันทีที่ได้ยิน จิณณ์คิดว่าตนเองได้ยินชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เลือกที่จะถามซ้ำ “คุณพูดว่ายังไงนะ”

“ลีฟขอให้คุณ…เอ่อ…ดูแลลีฟได้ไหมคะ”

“หมายถึง ?”

“ให้ลีฟเป็นเด็กของคุณ” พูดจบจรัสรักก็หลบดวงตาคมซึ่งเอาแต่จ้องเขม็งมาที่เธออีกครั้ง

“ไหนคุณบอกว่าจะไม่มีปัญหาทีหลัง”

“ลีฟก็แค่ถามดูเฉย ๆ ค่ะ เผื่อคุณจะสนใจ แต่ถ้าไม่สนใจก็ไม่เป็นไรค่ะ” จรัสรักรีบอธิบายเพราะกลัวเขาจะเข้าใจผิด หากในใจก็อดรู้สึกเศร้าไม่น้อยที่เขาไม่สนใจ แต่คงโทษใครไม่ได้ คงเป็นเพราะเธอบริการเขาไม่ดีเอง “ไม่มีอะไรแล้วค่ะ คุณกลับไปได้เลย ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ใช้บริการลีฟในคืนนี้”

ทว่ากลับเป็นจิณณ์เองที่ไม่ยอมขยับไปไหน เขายังยืนอยู่ที่เดิมและตั้งคำถามใส่เธออย่างคาใจ “ทำไมคุณถึงอยากมาเป็นเด็กของผม”

“เพราะคุณดูเป็นคนอ่อนโยน เอาใจใส่ ลีฟเลยคิดว่าคุณน่าจะ…ดูแล…ดี”

“อย่างแรกที่คุณควรรู้ ผมไม่ชอบคนโกหก”

“ขอโทษค่ะ…”

เขาเงียบไปคล้ายกำลังตัดสินใจ ครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้น “แล้วผมจะได้อะไร”

.

#มี E-Book แล้วนะคะ

บทนำ

สวัสดีค่า นักอ่านที่รักทุกท่าน รอบนี้ไรต์หายไปไม่นานมาก (แค่ 4 เดือนเอ๊งง) กลับมาก็มีนิยายเรื่องใหม่มาเสิร์ฟอีกเช่นเคย ยังไงไรต์ก็ขอฝากนิยายเรื่อง ‘คนโปรดของหมอจิณณ์’ ด้วยนะคะ เป็นแนวดราม่าชีวิตหน่อย ๆ พอได้กระตุ้นต่อมความรู้สึกเพื่อให้รู้ว่าคนอ่านก็มีหัวใจ 55555

เอาละ ไรต์จะไม่สปอยล์เยอะ แต่จะเริ่มอัปให้อ่านกันเลย วอนนักอ่านทุกท่านอย่าลืมกดเข้าชั้นและกดหัวใจ เพื่อให้กำลังใจไรต์ด้วยน้า

บทที่ 1

“แน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้จริง ๆ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ”

ประโยคคำถามจากเพื่อนสนิทช่วยดึงสติหญิงสาวที่กำลังนั่งเหม่อ ใจดวงน้อยลอยออกไปไกลแสนไกล ด้วยไม่มั่นใจทางเลือกที่ตนตัดสินใจกำลังจะทำในคืนนี้

จรัสรักก้มมองมือตัวเองซึ่งบีบประสานกันอยู่บนหน้าตัก เธอไม่อยากเลือกเส้นทางนี้ เพียงแต่ภาระที่แบกอยู่บนบ่าเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิต หากใจฝ่อและถอนตัวตอนนี้ หนึ่งในสามชีวิตที่เธอดูแลอยู่คงมีอันเป็นไป

เธอถอยตอนนี้ไม่ได้แล้ว

“ฉันจะทำ” แม้ปากจะยืนยันอย่างนั้น หากแววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ไม่มั่นคงเอาเสียเลย แน่นอนว่าเพื่อนสนิทอย่างศศิตาจับความรู้สึกนั้นได้

“ฉันไม่น่าแนะนำให้แกเลย ไม่คิดว่าแกจะทำจริง ๆ” คนที่เลือกเดินถนนสายนี้ตั้งแต่อายุสิบเจ็ดปีเอ่ยอย่างหนักอกหนักใจ “แต่แกต้องรู้ไว้นะรัก ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีได้เจอคนดี ๆ บางคนได้เจอคนแย่ ๆ ไม่ให้เกียรติเรา พูดจาดูถูกเราสารพัด และคนพวกนี้มันไม่คิดถนอมเราเลยสักนิด”

“แต่พวกเขามีเงิน” ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ

“ใช่ แขกที่จะเข้ามาเที่ยวที่ร้านได้ต้องมีเงินประมาณหนึ่ง ออฟเด็กออกไปแต่ละทีก็จ่ายเป็นหมื่นอะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่มีเงินใช้คล่องมือขนาดนี้หรอก” ศศิตารู้สึกเป็นกังวล ไม่อยากให้เพื่อนเจอแบบที่ตนเคยเจอ จึงลองโน้มน้าวให้เพื่อนเปลี่ยนใจอีกรอบ “รัก จริง ๆ แล้วแกยืมเงินฉันอีกก็ได้นะ ฉันพอมีเหลือเก็บอยู่บ้าง ไม่ได้รีบใช้อะไร แกเอาเงินส่วนนี้ของฉันไปใช้ก่อน มีเมื่อไรก็ค่อยคืน”

จรัสรักส่ายหน้าปฏิเสธทันที เธอรับความช่วยเหลือจากศศิตาไม่ได้อีกแล้ว “อันเก่าสองแสนห้ายังไม่ได้คืนเลย อีกอย่างรอบนี้ดอกมันเพิ่มพูนเยอะกว่ารอบที่แล้ว ถ้ายืมแกอีกก็ไม่รู้จะมีปัญญาหามาคืนไหม แต่ถ้าฉันทำงานนี้ แป๊บเดียวก็คงใช้หนี้หมด รวมถึงหนี้ของแกด้วย”

“งั้นเอาอย่างงี้ไหมล่ะ” ศศิตาผุดไอเดียหนึ่งขึ้นมา “แขกคนแรกของแก ถ้าเขาใจดีหรือรวยมาก ๆ แกลองขอให้เขาเลี้ยงดู คิดค่าตัวเป็นรายเดือน ดีไม่ดีเขาอาจจะเช่าคอนโดดี ๆ ให้แกอยู่ด้วย แกจะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา ถ้าเขายอมเลี้ยงแกอย่างน้อย ๆ แกก็ไม่ต้องรับแขกหลายคนให้เปลืองตัว”

“หมายถึงเป็นเด็กเสี่ยน่ะเหรอ”

“อื้อ ประมาณนั้นแหละ”

“คนที่ทำงานที่นี่มีคนเลี้ยงเยอะไหม”

“ก็เยอะนะ ถ้าบริการถึงใจ แขกก็จะยื่นข้อเสนอมาให้เอง ก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะโอเคไหม บางคนก็ได้ดิบได้ดีเป็นคุณนายไปเลย”

“แล้วตอนที่แกมีเสี่ยเลี้ยงตอนนั้น แกได้เดือนเท่าไร” จรัสรักของถามเป็นแนวทาง เพราะที่เพื่อนเสนอมาก็ฟังดูน่าสนใจ คงเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เธอรู้สึกผิดกับตัวเองน้อยที่สุด

“ตอนนั้นฉันได้เดือนละสี่หมื่นบาท เสี่ยเช่าคอนโดให้อยู่เพื่อความสะดวกในการไปหา แต่ก็ไม่ได้หรูหราอะไร แล้วก็มีค่าชอปปิงจิปาถะอีกหมื่นสองหมื่นแล้วแต่เดือน” เรียกได้ว่าศศิตามีประสบการณ์มาแล้วทุกรูปแบบ บางคนได้เจอคนดี ๆ ก็โชคดีไป แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้ดวงดีขนาดนั้น “แต่อะไรแบบนี้มันก็ไม่ได้ยั่งยืนหรอกนะ บางคนมีเมียอยู่แล้ว แล้วเมียจับได้ บุกมาเอาเรื่องถึงคอนโดถึงที่ทำงาน บางรายถึงขั้นฟ้องร้องกันก็มี หรืออาจจะเป็นเสี่ยที่เบื่อและขอยุติเองเหมือนกรณีของฉัน”

“ที่แกต้องย้ายกลับมาเช่าหออยู่น่ะเหรอ”

“ใช่ จริง ๆ ฉันจะอยู่คอนโดนั้นต่อก็ได้นะ แต่ฉันต้องจ่ายเอง ก็พอจ่ายไหวแหละ แต่มันเสียดายเงินอะ เลยย้ายออกมาหาห้องถูก ๆ อยู่ดีกว่า สุดท้ายก็ไปนอนโรงแรมเหมือนเดิม” ด้วยอัตคัดขัดสนมาตั้งแต่เด็ก ศศิตาจึงมีนิสัยมัธยัสถ์ ไม่ใช้เงินไปกับอะไรที่ฟุ่มเฟือย ประหยัดได้ก็ประหยัด เพราะอย่างนั้นถึงเป็นเพื่อนกับจรัสรักได้ ว่าเธอขี้เหนียวแล้ว เพื่อนของเธอคนนี้ยิ่งกว่าอีก “นั่นแหละ อะไรก็ไม่แน่ไม่นอน หลายคนที่เหมือนจะไปได้ดีนะ สุดท้ายซมซานกลับมาทำงานที่นี่อีกก็มีเยอะ เหมือนฉันนี่ไง”

จรัสรักรับฟังพร้อมภาวนาในใจ คืนแรกของเธอ ขออย่าให้โชคชะตาใจร้ายกับเธอนักเลย

“เอ้า! มานั่งคุยอะไรกันอยู่นี่ แต่งหน้าแต่งตัวเสร็จแล้วก็ออกไปนั่งข้างนอก แขกเริ่มมากันเยอะแล้ว ออกไปรับแขกได้แล้ว ไป!” น้ำเสียงแหลมกระโชกของสาวใหญ่ซึ่งเป็นผู้ดูแลคลับแห่งนี้ดังขึ้น สาว ๆ ที่นั่งตามมุมห้องแต่งตัวต่างรีบกระวีกระวาดแยกย้ายกันออกไป เพราะคงไม่สนุกนักหาก ‘เจ๊ระเบียบ’ ได้ปรี๊ดแตกขึ้นมา “อีซิสซี่ เสี่ยอ๋องถามหามึง ออกไปนั่งกับเสี่ยเลยนะ ไม่ต้องไปนั่งรวมกับเพื่อน”

“ได้ค่าเจ๊” ศศิตารับคำสั่ง ‘ซิสซี่’ คือชื่อสำหรับใช้รับแขกของเธอเอง กำลังจะจูงมือเพื่อนเดินออกไป แต่ก็ต้องหยุดชะงัก

“เดี๋ยวก่อน” เจ๊ระเบียบปรายตามองเด็กใหม่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสั้นเสมอหูสีเงินประกายวิบวับอย่างสำรวจ สีหน้าและแววตาฉายความพึงพอใจอย่างชัดเจน “อืม พอแต่งตัวแต่งหน้าแบบนี้ค่อยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย ไม่ใช่แต่งเหมือนวันที่มาสมัครงาน อย่างกับผีเดินได้”

จรัสรักได้แต่ก้มหน้าที่ถูกฉาบด้วยเครื่องสำอางไม่รู้กี่อย่างต่อกี่อย่าง มันหนาจนเธอรู้สึกหนักหน้าไปหมด มือบางดึงชายกระโปรงลงเล็กน้อยเพราะไม่ชินกับการสวมชุดเปิดเผยแบบนี้ ทว่าท่าทางนั้นกลับขัดใจคนมองยิ่งนัก

“เอ้า! กูชมว่าสวยขนาดนี้แล้วยังจะมาก้มหน้างุด เก้ง ๆ กัง ๆ แบบนี้อีก คิดจะทำงานนี้มันต้องมีความมั่นใจ ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็ถอนตัวไปซะตั้งแต่ตอนนี้ อย่ามาทำเป็นหวงเนื้อหวงตัวแถวนี้ เห็นแล้วขัดหูขัดตา ดีไม่ดีทำเสียชื่อร้านกูอีก”

“เอ่อ เจ๊ เพื่อนหนูมันแค่ยังไม่ชินน่ะ แต่หนูรับรองว่ามันจะไม่ทำให้ร้านเจ๊เสียชื่อแน่นอน หนูรับประกันเลย”

“ดี ถ้ามีลูกค้าคอมเพลนมานะ กูไม่เอาไว้ทั้งสองคนแน่” ระเบียบชี้นิ้วขู่

“งั้นพวกหนูสองคนขอออกไปหาแขกก่อนนะคะ”

“อีไอลีฟไม่ต้องไปนั่งรวมที่โซนหน้าร้านนะ ไปนั่งรอชั้นบนโซนวีไอพีเลย”

‘ไอลีฟ’ คือชื่อรับแขกของจรัสรักที่ศศิตาเป็นคนตั้งให้ เจ้าหล่อนบอกว่าชื่อ ‘รัก’ มันฟังดูซื่อและเรียบร้อยเกินไป ต้องใช้ชื่อที่มีความดัดจริตนิดหน่อย

“อ้าว ทำไมอะเจ๊”

“เด็กใหม่ก็ต้องมีอัปราคงราคากันบ้างสิโว้ย ยิ่งท่าทางหงิม ๆ แบบนี้นะผู้ชายมันยิ่งชอบ”

“แต่เมื่อกี้เจ๊เพิ่งด่าเพื่อนหนูไปเองนะ”

เจ๊ระเบียบยกมือเท้าเอว เตรียมเฉ่งเด็กในความดูแล “อีนี่! หัดฉลาดซะบ้าง ที่กูหมายถึงคือหงิม ๆ แบบมีจริตจะก้าน รู้จักออเซาะ รู้จักเล่นตัว ไม่ใช่หงิมแบบซื่อบื้อทำอะไรไม่เป็น แบบนั้นผู้ชายจะเบื่อเอา เข้าใจที่กูพูดไหมอีลีฟ”

“เอ่อ…ค่ะ เข้าใจค่ะ” จรัสรักพยักหน้าตอบพลางก้มหน้าหลบตา ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นมาสบตาผู้พูด พยายามเรียกความมั่นใจให้ตนเอง ทั้งที่มันแทบไม่มีเลย

“เออดี เข้าใจก็ดี พากันออกไปได้แล้วไป” เจ๊ระเบียบพยักพเยิดหน้าไล่เด็กสาวทั้งสองคน สายตามองตามหลังเด็กใหม่ที่เพิ่งมาเริ่มงานคืนแรก ด้วยแววตาพึงพอใจในรูปร่างและหน้าตา ประเมินในใจไว้คร่าว ๆ ว่าควรเรียกค่าตัวเด็กคนนี้เท่าไรดีสำหรับครั้งแรก

แต่แล้วสาวใหญ่ก็พลันถอนหายใจพลางส่ายหน้าเบา ๆ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจ เมื่อนึกถึงเหตุผลที่ทำให้เด็กสาวตัดสินใจเลือกเดินเส้นทางนี้…

กูไม่เอา

กูไม่เอา

ศศิตาเดินมาส่งเพื่อนรักที่โซนแขกวีไอพีตามที่เจ๊ระเบียบบอก ก่อนจะแยกตัวออกไปหาเสี่ยงอ๋องซึ่งเป็นลูกค้าประจำของตน

จรัสรักทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาบุนวมตัวใหญ่ มองไปรอบ ๆ อย่างสำรวจด้วยใจหวั่นกลัว มือคอยดึงชายกระโปรงที่เอาแต่ร่นขึ้นอวดต้นขา สลับกับลูบต้นแขนเปลือยซึ่งกระทบกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศจนขนอ่อนลุกชันไปทั่วทุกอณูผิว

“มาใหม่ใช่ปะมึงอะ”

ระหว่างนั่งรอก็มีสาวสวยคนหนึ่งเดินมานั่งด้วย เจ้าหล่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้วนแข็งกระด้าง พลางลงมือชงเหล้าที่เด็กเสิร์ฟเพิ่งเอามาวางไว้

“ค่ะ”

“ชื่ออะไรล่ะ”

“ระ…ลีฟค่ะ ชื่อไอลีฟ” จรัสรักเกือบหลุดชื่อจริงของตัวเองไป เธอลอบมองสาวสวยที่น่าจะเป็นรุ่นพี่อย่างสำรวจ เจ้าหล่อนมีโครงหน้าสวย แต่งหน้าจัดจ้าน รูปร่างดี มีอก มีเอว สะโพกผาย ด้วยชุดที่รัดรูปทำให้มองเห็นสัดส่วนได้ชัดเจน เธอที่เป็นผู้หญิงเห็นแล้วยังนึกอิจฉา

“ฉันชื่อบิวตี้ หรือจะเรียกบิวเฉย ๆ ก็ได้” อีกฝ่ายแนะนำตัวเองง่าย ๆ “ผสมไร น้ำ โซดา หรือโค้ก”

“คือ หนูไม่ดื่มค่ะ”

“เฮ้ย จะบ้าเหรอ ทำงานแบบนี้แต่ไม่ดื่มเนี่ยนะ” บิวตี้ว่าขึ้นราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย “แล้วแบบนี้จะเชียร์แขกได้ยังไง เจ๊รู้ปะเนี่ยว่ามึงไม่ดื่ม”

“น่าจะยัง…ค่ะ” เพราะวันที่มาสัมภาษณ์ เจ๊ระเบียบไม่ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนเธอก็ไม่ได้บอก

อันที่จริงเธอดื่มแอลกอฮอล์เป็น เพียงแต่ถ้าเลือกได้จะไม่ดื่ม เพราะค่อนข้างคออ่อนมาก ถ้าเป็นเหล้าเพียว ๆ ดื่มแค่เพียงช็อตเดียวก็อาจจะภาพตัดไปเลย ส่วนเบียร์ดื่มได้มากสุดน่าจะแค่สองสามแก้วเท่านั้น

ยิ่งเลือกมาทำงานในที่อโคจรแบบนี้ จรัสรักจึงคิดว่าการไม่ดื่มเลยจะดีที่สุด

“ไม่ได้ ๆ มึงต้องหัดดื่มนะ แขกบางคนถ้ามึงไม่ดื่มเขาก็จะไม่ให้ติป แล้วก็อาจจะไม่ออฟออกไปด้วย เขามาเที่ยวที่นี่ก็เพราะมาหาเพื่อนกินเพื่อนดื่ม มึงจะมานั่งเฉย ๆ โดยไม่ดื่มไม่ได้” ว่าพร้อมจัดการชงเหล้าผสมโซดาและใส่โค้กปาดหน้านิดหน่อยพอให้มีรสหวาน จากนั้นก็เลื่อนไปตรงหน้าเด็กใหม่ ด้วยต้องการจะสอนวิชาโลกีย์101 ฉบับนังบิวตี้ที่ขึ้นท็อปดาวเด่นประจำร้านห้าเดือนซ้อน “ดื่มซะ”

“พี่ทำงานที่นี่มานานแล้วเหรอ” จรัสรักเลื่อนแก้วมาวางใกล้ตัวเอง แต่ยังไม่ยอมยกดื่ม เธอเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการชวนสาวรุ่นพี่คุย จากการแนะนำเมื่อครู่ แม้การพูดจาจะโผงผางไปบ้าง แต่เธอคิดว่าคนคนนี้น่าจะเป็นมิตรมากกว่าศัตรู ทำความรู้จักไว้ก็คงไม่เสียหาย

“ห้าหกปีได้ละ” บิวตี้ตอบด้วยความภาพภูมิใจกับอาชีพของตน ก่อนจะทำสีหน้าขึงขังเมื่อยายเด็กใหม่ไม่ยอมดื่มเหล้า “นี่! ไม่ต้องมาทำเนียนชวนคุยเลยนะ คิดว่าฉันจะรู้ไม่ทันหรือไง รีบ ๆ ดื่มซะ ก่อนที่ฉันจะฟ้องเจ๊”

“หนูขอไม่ดื่มได้ไหมคะ คือหนูคออ่อนมาก ๆ ดื่มแค่นิดเดียวก็เมาแล้ว” ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ จรัสรักจำต้องสารภาพ

“ตอแหล” บิวตี้เบะปากไม่เชื่อ เพราะคนอะไรจะคออ่อนขนาดนั้น “ดัดจริตน่ะสิไม่ว่า”

จริสรักนั่งนิ่ง ไม่ได้โต้เถียงใด ๆ กลับไป ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ตอแย นั่งดื่มเหล้าในแก้วของตนต่อไปจนหมด จากนั้นก็เติมใหม่เรื่อย ๆ กระทั่งเจ๊ระเบียบเดินเข้ามาพร้อมกับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง

“เจ๊ขา” บิวตี้รีบลุกเข้าประจบทันที น้ำเสียงก็ช่างต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับ

จรัสรักเองก็ลุกขึ้นเช่นกัน หากไม่ได้เข้าไปออเซาะ เพียงแค่โน้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อเป็นการให้เกียรติชายหนุ่มที่น่าจะเป็นแขกของร้าน

“นี่จ้ะ ไอลีฟ เด็กใหม่ที่เจ๊พูดถึง” เจ๊ระเบียบเมินบิวตี้และแนะนำน้องใหม่ให้แขกหนุ่ม สาวใหญ่เชียร์ขายให้เต็มที่ “พอได้ไหมคะ น้องไม่เคยรับงานที่ไหนมาก่อนเลยนะคะ ถ้าคุณกฤษณ์สนใจก็จะได้เป็นแขกคนแรกของน้องเลย”

“หรือถ้าคุณกฤษณ์อยากได้คนเป็นงาน และดูแลแบบถึงใจ เลือกบิวตี้ก็ได้นะคะ รับรองว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังเลยค่ะ” บิวตี้รีบเสนอตัว เพราะนาน ๆ ทีจะเจอลูกค้าที่ยังหนุ่มยังแน่น อีกทั้งยังหน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร ของแบบนี้ใครดีใครได้ เธอเลือกไม่สนใจเจ๊ระเบียบที่จิกสายตาปราม

“ไม่เคยรับงาน แล้วเคยมีประสบการณ์ไหมครับ” กฤษณ์ถามพร้อมรอคำตอบเพื่อประกอบการพิจารณา มองเจ้าของใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่สวยหมดจนอย่างครุ่นคิด

“เอ้า คุณเค้าถาม ก็ตอบสิยะ” ระเบียบดุคนที่เอาแต่ยืนเงียบ ในใจเริ่มหงุดหงิด ริอาจจะทำงานนี้แต่ช่างไม่เป็นงานเอาเสียเลย อุตส่าห์หาผู้ชายงานดี ๆ มาให้แล้วแท้ ๆ

“เอ่อ…ไม่เคยค่ะ”

แน่นอนว่าคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนแบบกฤษณ์ไม่มีทางเชื่อ ไม่มีประสบการณ์แต่ดันมาทำงานนี้เนี่ยนะ ตลกไปหน่อยไหม แต่กระนั้นเขาก็เลือกที่จะพยักหน้าคล้ายว่าเชื่อเจ้าหล่อน

ชายหนุ่มยอมรับว่าสนใจเด็กใหม่ ด้วยหน้าตาสะสวย รูปร่างก็อยู่ในไซซ์ที่กำลังดี ไม่ได้ตัวเล็กหรือว่าสูงมากเกินไป หน้าอกไม่ได้ใหญ่ถึงขั้นเต็มไม้เต็มมือ แต่ก็ถือว่ามี แต่น่าเสียดายที่บุคลิกและท่าทางเงอะงะจนเกินพอดีของเธอยังไม่ถูกใจเขาเท่าไร อีกอย่างคืนนี้เขาตั้งใจมาปลดปล่อย หาความสนุก คงไม่มีเวลามานั่งสอนงานใคร ฉะนั้นชายหนุ่มตัดสินใจเลือกได้ไม่ยาก

“ผมเลือกน้องบิวตี้แล้วกันครับ”

บิวตี้เป็นคนเดียวที่ยิ้มร่าด้วยความดีใจ รีบขยับเข้าไปเกาะแขนชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกค้าตนนั่งบนโซฟา พร้อมเบียดกายแนบชิด เรียกพนักงานมาแล้วเปิดเหล้าชุดใหม่ จากนั้นก็บริการแขกสุดหล่ออย่างถึงเนื้อถึงตัวสุดฤทธิ์

เมื่อลูกค้าเลือกแล้วเจ๊ระเบียบก็ไม่ขัด มองหน้าจรัสรักที่ยังยืนบื้ออยู่ที่เดิม ก่อนจะส่ายหน้าระอา ในใจนึกตำหนิ ไม่ได้เรื่อง “ไป ไปนั่งรอโต๊ะอื่น”

จรักรักกำลังจะเดินออกไป แต่จู่ ๆ กฤษณ์ที่นึกอะไรสนุก ๆ ได้ก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“เดี๋ยวครับเจ๊”

คุณพี่กฤษณ์คิดจะทำอะไรอ่าา…?

ป.ล. อย่าลืมกดเข้าชั้นและกดถูกใจให้ไรต์ด้วยนะคะ คอมเมนต์คุยกันได้น้า

กูไม่เอา 2

กูไม่เอา

“เดี๋ยวครับเจ๊”

“ว่าไงคะคุณกฤษณ์ มีอะไรให้เจ๊รับใช้คะ”

“ให้น้องนั่งที่นี่ก็ได้ครับ” เขาบุ้ยหน้าไปยังสาวสวยซึ่งยืนจิกเล็บตัวเองจนน่าพรุนไปหมดแล้วกระมัง

“หื้ม คุณกฤษณ์จะเหมาทั้งสองเลยเหรอคะ”

“เปล่าครับ แต่เดี๋ยวเพื่อนผมตามมา ให้น้องนั่งกับเพื่อนของผมก็ได้ครับ”

“แล้วเพื่อนคุณกฤษณ์จะโอเคหรือคะ”

“โอเคอยู่แล้วครับ เพื่อนผมไม่ใช่คนเรื่องมาก”

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” เจ๊ระเบียบขยับเข้าไปกระซิบสั่งเด็กของตน “นั่ง แล้วทำตัวดี ๆ ยิ้มด้วย ไม่ใช่นั่งอมทุกข์ คอยสังเกตว่าลูกค้าดื่มอะไร ดูอีบิวตี้มันเป็นตัวอย่าง แล้วก็คอยบริการให้ดี เข้าใจไหม”

“ค่ะ”

แม้จะไม่ไว้ใจยายเด็กซื่อบื้อคนนี้เท่าไร แต่ระเบียบก็คงทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ฝากฝังให้บิวตี้ช่วยเทรนและทำตัวเป็นตัวอย่างผ่านสายตา เมื่ออีกฝ่ายรับรู้จึงแยกตัวออกไปดูแลลูกค้าคนอื่น ๆ ต่อ

หากแล้วจรัสรักก็แทบลมจับ เมื่อภาพชายหญิงตรงหน้าคล้ายฉากเรตของหนังผู้ใหญ่ที่เธอเคยดูเพื่อศึกษามาก่อนหน้านี้ ร่างของบิวตี้ฝังแนบไปกับร่างสูงใหญ่ของกฤษณ์ หน้าอกเบียดชิด แอบเห็นมือหนาที่โอบอยู่ข้างหลังบีบขยำบั้นท้ายกลมกลึงแบบวับ ๆ แวม ๆ

หญิงสาวรีบดึงสายตาหลบด้วยความกระดากอาย เมื่อทั้งสองคนประกบริมฝีปากแนบเข้าหากัน เธอศึกษาผ่านคลิปวิดีโอและฟังคำแนะนำของศศิตามาแล้วก็จริง คิดว่าตัวเองคงพอรับได้ ทว่าพอได้มาอยู่ในสถานการณ์จริง ๆ เธอกลับรู้สึกร้อนวูบวาบ ใจสั่น ขณะเดียวกันก็รู้สึกหวั่นกลัวกับสัมผัสจากคนแปลกหน้า

จนเมื่อทั้งสองคนผละออกจากกัน กฤษณ์ส่งเสียงกระแอมไอเบา ๆ นั่นแหละจรัสรักถึงได้หันหน้ากลับไป

ชายหนุ่มยังโอบเอวบางของบิวตี้พลางลูบไล้สลับบีบคลึง สายตาจ้องมายังสาวน้อยที่น่าจะอ่อนประสบการณ์ตรงหน้า เขาส่งยิ้มและชูแก้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยกขึ้นดื่ม โดยมีบิวตี้คอยเอาอกเอาใจอย่างถึงเนื้อถึงตัวเช่นเดิม

ที่จริงถ้าไม่ติดว่าต้องรอเจอเพื่อนที่นัดมา กฤษณ์คงออกไปหาที่ลงกับสาวข้างกายแล้วละ

“เพื่อนคุณกฤษณ์ยังไม่มาเหรอคะ” สักพักบิวตี้ก็ถามขึ้น ไม่ใช่แค่เขาที่ต้องทนอึดอัดกับความอยาก เธอเองก็เช่นกัน แค่ได้ทำความรู้จักผ่านจูบที่ดูดดื่มก่อนหน้านี้ เธอก็รู้ได้ทันทีว่าคนนี้ต้องแซ่บแบบถึงพริกถึงขิงอย่างแน่นอน นาน ๆ ทีจะได้เจอลูกค้าเกรดพรีเมียมเช่นนี้

“น่าจะกำลังมานะครับ เพื่อนผมเพิ่งเลิกงาน”

ไม่มีใครถามต่อว่าเพื่อนเขาทำงานอะไร ด้วยรู้ดีว่าลูกค้าบางคนหรืออาจจะส่วนใหญ่อยากเก็บข้อมูลส่วนตัวไว้เป็นความลับ บิวตี้รู้ดี ส่วนจรัสรักก็ถูกเพื่อนเทรนมาอย่างดีแล้ว

“คุณไอลีฟเพิ่งทำงานแบบนี้ครั้งแรกเหรอครับ” เป็นกฤษณ์ที่ชวนคุยขึ้นมาอย่างเป็นมิตร

“เอ่อ…ค่ะ” จรัสรักพยักหน้าตอบด้วยอาการประหม่า ภาพการตะโบมจูบกันอย่างดูดดื่มยังติดตา

“คุณดูเกร็ง ๆ” ไม่ใช่แค่เกร็งอย่างเดียว ทั้งสีหน้าและท่าทางของเธอตอนนี้ดูเหมือนกำลังกลัวเลยต่างหาก “ไม่ต้องเกร็งหรอกนะครับ พวกผมเป็นคนง่าย ๆ”

บิวตี้จิกตาใส่จรัสรัก มองต่ำไปยังมือที่คอยเอาแต่ดึงชายกระโปรงให้หยุดเสียที เพราะเห็นแล้วรำคาญตา ก่อนจะส่งสายตาดุเตือนให้สาวรุ่นน้องทำตัวดี ๆ

จรัสรักมือสั่นทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะวางสีหน้าหรือแววตาอย่างไร ไม่รู้แม้กระทั่งว่าควรพูดอะไรหรือเปล่า หางตาเหลือบไปเห็นแก้วเหล้าของตนซึ่งน้ำแข็งละลายเกือบหมดแล้ว เธอคิดอะไรไม่ออกจึงหยิบมันขึ้นมา แล้วยื่นออกไปขอชนกับอีกสองคนที่นั่งร่วมโต๊ะ ด้วยหวังว่าจะทำให้บรรยากาศมันดีขึ้น

กฤษณ์ยิ้มเอ็นดู แต่ก็ยอมยกแก้วของตัวเองไปชน มิวายบอกด้วยว่า “หมดแก้วนะ”

เมื่อดื่มจนหมดอย่างเผลอตัว จรัสรักก็รีบอาสาเป็นคนชงเหล้า ดีที่ก่อนหน้านี้เธอดูบิวตี้เป็นตัวอย่าง จึงพอจำได้ว่ากฤษณ์ชอบดื่มผสมกับอะไร

“เฮ้ย! ไอ้หมอ จิณณ์! ทางนี้!”

จรัสรักหันไปมองตามที่กฤษณ์กำลังโบกมือเรียกโดยอัตโนมัติ ก่อนจะนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งราวกับต้องมนตร์สะกด เมื่อเห็นชายรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทา พับแขนเสื้อขึ้นถึงศอกรับกับกางเกงสแล็กส์สีดำ รองเท้าหนังกลับสีน้ำตาลอ่อน

พลันหัวใจเต้นถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นว่าเจ้าของใบหน้าหล่อเหลากำลังเดินมุ่งตรงมาทางนี้

เผลอเหลือบมองบิวตี้ ก็เห็นว่าอีกฝ่ายตกอยู่ในอาการตลึงไม่ต่างกัน คงไม่คิดว่าเพื่อนของกฤษณ์จะดูดีได้ขนาดนี้

เพราะเมื่อชวดจากแขกหน้าตาหล่อเหลาคนแรกไป จรัสรักก็ทำใจไว้แล้ว และไม่ได้คาดหวังหน้าตาหรืออายุของแขก ด้วยที่เห็นนั่งในคลับตอนนี้ก็มีแต่คนที่ดูมีอายุทั้งนั้น

แต่พอเพื่อนของกฤษณ์คนที่ว่าปรากฏตัวขึ้น เธอจึงอดโล่งใจไม่ได้ นอกจากเขาจะหน้าตาดีมากแล้ว เขายังดูสะอาดสะอ้านอีกต่างหาก อย่างหลังนี่แหละที่ทำให้เธอสบายใจขึ้น…นิดนึง

“เป็นไงบ้างวะ ไม่ได้เจอกันนาน” กฤษณ์ลุกขึ้นแล้วแปะมือชนไหล่ทักทายเพื่อนง่าย ๆ

“เรื่อย ๆ มึงล่ะ”

“มีเรื่องเยอะแยะไปหมด คืนนี้ก็เลยมาคลายเครียดหน่อย” นัยน์ตาเจ้าของไร่ชาและรีสอร์ตชื่อดังทางภาคเหนือกรุ้มกริ่ม พลางพยักพเยิดใบหน้าไปยังสาวน้อยที่ตนเตรียมไว้ให้เพื่อน

“อะไร”

“เด็กไง กูเตรียมไว้ให้ ถือเป็นการขอบคุณที่มึงสละเวลาอันมีค่าออกมาหากูคืนนี้”

จิณณ์มอง ‘เด็ก’ คนที่ว่า แต่เพียงแค่แวบเดียวเขาก็หันมาบอกกับเพื่อนว่า…

“กูไม่เอา”

อ้าว! ไหนคุณพี่กฤษณ์บอกว่าเพื่อนพี่เป็นคนง่าย ๆ ไงคะ…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...