“ราคาน้ำมันดิบ” ร่วง รับข่าวเจรจาสหรัฐ-จีน อุปสงค์จีนอ่อน-OPEC+ เพิ่มกำลังผลิต
"ราคาน้ำมันดิบ" ขยับลงเล็กน้อย ขณะตลาดรอทรัมป์อนุมัติผลเจรจาการค้ากับจีน ด้านอุปสงค์จากจีนยังซบเซา ขณะที่ OPEC+ เดินหน้าเพิ่มการผลิตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4
วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 10.40 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันพุธ (11 มิ.ย.) ขณะที่นักลงทุนประเมินผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งยังต้องรอการอนุมัติจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยความต้องการใช้น้ำมันจากจีนที่ยังอ่อนแอ และแผนการเพิ่มการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ยังคงกดดันตลาด
*ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ลดลง 19 เซนต์ หรือ 0.3% มาอยู่ที่ 66.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐ ลดลง 16 เซนต์ หรือ 0.3% มาอยู่ที่ 64.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ณ เวลา 03.18 GMT)*
ฮาวเวิร์ด ลัทนิก (Howard Lutnick) รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนได้ตกลงในกรอบความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูข้อตกลงสงบศึกทางการค้า และแก้ปัญหาการจำกัดการส่งออกแร่หายากและแม่เหล็กของจีน ภายหลังการเจรจาเข้มข้น 2 วันในกรุงลอนดอน
นักวิเคราะห์ Priyanka Sachdeva จาก Phillip Nova กล่าวว่า “แรงเทขายทำกำไรทางเทคนิค ผนวกกับความระมัดระวังก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการของสหรัฐ-จีน คือปัจจัยหลักที่กดดันราคาน้ำมันในขณะนี้”
ลัทนิกกล่าวเพิ่มเติมว่า ทรัมป์จะต้องรับฟังสรุปผลการเจรจากเจ้าหน้าที่ก่อนให้การอนุมัติ
ด้าน Tony Sycamore นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG ระบุว่า “ผลเจรจาดังกล่าวอาจช่วยลดความเสี่ยงเชิงลบต่อเศรษฐกิจจีนและสร้างเสถียรภาพให้เศรษฐกิจสหรัฐซึ่งทั้งสองปัจจัยล้วนสนับสนุนความต้องการใช้น้ำมันและราคาน้ำมันในระยะสั้น”
ด้านอุปทาน กลุ่ม OPEC+ มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีก 411,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันในการทยอยยกเลิกการลดกำลังผลิต โดยนักวิเคราะห์บางรายมองว่าความต้องการใช้น้ำมันในภูมิภาคอาจไม่เพียงพอจะดูดซับอุปทานส่วนเกินทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม Hamad Hussain นักเศรษฐศาสตร์ด้านพลังงานจาก Capital Economics ให้ความเห็นว่า “ความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นในประเทศสมาชิก OPEC+ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย อาจช่วยชดเชยอุปทานที่เพิ่มขึ้น และหนุนราคาน้ำมันในระยะสั้นได้ …แต่เนื่องจากอุปสงค์ส่วนใหญ่มาจากฤดูกาล เรายังคงคาดว่าราคาน้ำมันเบรนท์จะลดลงเหลือ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในสิ้นปีนี้”
ภายหลังในวันพุธนี้ ตลาดจะจับตารายงานสต๊อกน้ำมันประจำสัปดาห์ของสหรัฐจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสถิติของกระทรวงพลังงาน
ข้อมูลจาก American Petroleum Institute (API) ระบุว่าสต๊อกน้ำมันดิบลดลง 370,000 บาร์เรล ในสัปดาห์ที่แล้ว
ด้านนักวิเคราะห์ที่ Reuters สำรวจเมื่อวันจันทร์ คาดว่าสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐจะลดลง 2 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 6 มิถุนายน ขณะที่สต๊อกน้ำมันกลั่นและน้ำมันเบนซินคาดว่าจะเพิ่มขึ้น
อ้างอิง : reuters.com