โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เหตุปะทะช่องบกทำ OCA ชะงัก ? ระวังกล้าผิดจังหวะอาจยิ่งวิกฤติ เดิมพันสูงขุมทรัพย์ทะเลไทย-กัมพูชา

เดลินิวส์

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 13.53 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 00.00 น. • เดลินิวส์
การปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชาบริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่บานปลายเป็นสงครามระหว่างสองประเทศ แต่ก็ส่งแรงสะเทือนไปถึงโต๊ะเจรจาระดับยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะความพยายามในการหายุติข้อพิพาททางทะเลและการร่วมพัฒนาแหล่งทรัพยากรปิโตรเลียมในพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (OCA) ซึ่งรัฐบาลไทยกำลังถูกกดดันจากความจำเป็นทางด้านพลังงานให้ต้องเร่งดำเนินการ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ฝ่ายใดเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน แต่คือเหตุการณ์นี้จะกระทบการเดินหน้าเจรจาOCA หรือไม่ และรัฐบาลควรวางหมากอย่างไรไม่ให้โอกาสด้านพลังงานกลายเป็นความสูญเปล่าในมิติยุทธศาสตร์

สิ่งที่น่ากังวล คือ ปรากฏการณ์นี้อาจไม่ได้จบที่ช่องบก เพราะจะกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองภายใน ที่จะส่งผลสะเทือนโดยตรงต่อความกล้าหาญในการตัดสินใจของรัฐบาลไทยในประเด็นใหญ่กว่านั้นนั่นคือ การกลับไปเจรจาเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชาที่ได้เคยประกาศต่อสาธารณะและแถลงต่อรัฐสภาเอาไว้แล้ว

พื้นที่OCA หรือOverlapping Claims Area ในอ่าวไทย เป็นพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชายังไม่ได้ตกลงกันในเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเล แต่คาดว่ามีแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบจำนวนมหาศาล รอการสำรวจและพัฒนา รายงานการศึกษาพื้นที่อ้างสิทธิไหล่ทวีปทับซ้อนระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชาบริเวณเกาะกูดของกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ซึ่งเสนอต่อประธานวุฒิสภาเมื่อ เดือนมีนาคม 2568 ย้ำชัดว่าหากไทยไม่รีบดำเนินการ อาจสูญเสียโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ทั้งด้านพลังงานและความมั่นคง

แม้จะมีบันทึกความเข้าใจ(MOU) ที่ลงนามในปี2544 ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นกรอบเจรจา และไม่เป็นการยอมรับเส้นเขตแดนของฝ่ายใดและรายงานของวุฒิสภาก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่ใช้ในการเจรจากับกัมพูชา แต่รัฐบาลไทยในยุคปัจจุบันกลับไม่กล้าขยับด้วยเกรงแรงต้านทางการเมืองจากกลุ่มชาตินิยม ที่มองว่าการเดินหน้าเจรจาเท่ากับเสียดินแดนและอาจจะมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

สถานการณ์แบบนี้ทำให้โหมดการเจรจาซึ่งต้องการความไว้ใจ ความมั่นคงทางการเมือง และบรรยากาศที่เอื้อต่อการประนีประนอม ถูกบั่นทอนลงในระดับที่รัฐบาลอาจไม่สามารถเปิดการพูดคุยเรื่อง OCA ได้เลยในระยะใกล้

ทางออกของรัฐบาลไทยจึงไม่ใช่การนิ่งเฉยหรือตัดสินใจอย่างกล้าหาญเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องวางยุทธศาสตร์การเจรจาเชิงซ้อน ที่ประกอบด้วย

ประการแรก ต้องมีการแยกสนามเจรจา อย่าให้ความตึงเครียดชายแดนมาทำลายโอกาสเจรจาทะเล ใช้กลไก JBC และ GBC ปรับความเข้าใจในแนวชายแดน และเก็บ OCA ไว้ในช่องทางแยกที่ดำเนินไปอย่างเงียบเชียบแต่โปร่งใสตรวจสอบได้และต่อเนื่อง

ประการที่สอง สร้างฐานทางสังคม โดยเปิดเผยข้อมูลอย่างมีกลยุทธ์เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจว่า OCA ไม่ใช่เรื่อง “เสียดินแดน” หรือ “ขายชาติ” หากแต่เป็นการแสวงหาประโยชน์ร่วมกันตามหลักของกฎหมายระหว่างประเทศ

ประการที่สาม บริหารสัมพันธ์กับกัมพูชาอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพ อย่าปล่อยให้ความเข้าใจผิดและอคติชาตินิยม
ที่ตื้นเขินก่อให้ความตึงเครียดลุกลามบานปลายจนกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยรวม

สรุปแล้ว OCA ไม่ใช่แค่พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล แต่คือ สนามแข่งขันยุทธศาสตร์ของนโยบายต่างประเทศไทย ความลังเลจะหมายถึงการปล่อยให้โอกาสสูญเปล่า ในขณะที่ความกล้าผิดจังหวะก็อาจกระตุ้นวิกฤติทางการเมืองภายใน รัฐบาลไทยจึงต้องวางหมากอย่างประณีต เพราะในเกมที่เดิมพันสูงทั้งพลังงาน ความมั่นคง และการเมือง การก้าวพลาดแม้เพียงเล็กน้อย อาจกลายเป็นต้นเหตุของความสูญเสีย ที่ไม่อาจประเมินค่าได้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...